หากพูดถึง “บางแสน” ในอดีตเราอาจนึกภาพ “บังกะโลบางแสน” ที่พักยอดฮิตของนักท่องเที่ยว แต่วันนี้ภาพของบางแสนกำลังเปลี่ยนไป เห็นได้จากโรงแรมที่พักที่เริ่มมีคอนเซ็ปต์ มีสไตล์และมีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ หนึ่งในนั้นคือ “Zuwala Hotel” (ซูวาลา) ธุรกิจโรงแรมของคู่รัก “ปิง-วราภรณ์ สุขกำเนิด และ เอ้-ศุภกร ไชยรงศรี” ที่มียอดเข้าพักเฉลี่ย 60-70% ตลอดทั้งปี

จากความชอบสู่โรงแรมซูวาลา
ก่อนมาเป็นเจ้าของโรงแรม ปิงและเอ้ไม่ได้อยู่ในสายธุรกิจนี้ตั้งแต่แรก หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยบูรพาเธอเข้าทำงานในตำแหน่งวิศวกรฝ่ายขายเพราะเรียนจบด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ขณะที่เอ้เรียนจบด้านดนตรีและวัฒนธรรม จึงทำงานในด้าน Acoustic
กระทั่งปิงได้ “ค้นพบความชอบ” หลังจากซื้อคอนโดมารีโนเวทเพื่ออยู่อาศัยเอง เธอรู้สึกสนุกที่ได้ใส่ไอเดียและตกแต่งห้อง จึงเริ่ม “ซื้อคอนโดเก่ามารีโนทเพื่อปล่อยเช่า” เป็นโปรเจ็กต์ที่สอง ก่อนต่อยอดไปสู่ธุรกิจโฮสเทล
“ผลตอบรับดีเกินคาด แค่ 1 วันมีคนติดต่อเช่าแล้ว ก็น่าจะทำขาย เลยไปซื้อบ้านเก่ามารีโนเวท ขายได้ภายใน 1 เดือน คิดว่าเราไม่อยากทำอสังหาฯ แบบซื้อมาขายไปแล้ว อยากสร้าง Passive Income เลยคิดกันว่าจะทำโฮสเทล เพราะบางแสนมีนักท่องเที่ยวตลอด เลยเริ่มหาบ้านเก่ามารีโนเวทเป็นโฮสเทล ขายเป็นเตียง ห้อง Family และห้อง Suite” ปิงเล่าเสริม
หลังจากเปิดโฮสเทล “มาลาเลอ” (Ma-La-Loe) ได้ 3 ปี เธอเห็น “Data” ว่าลูกค้าเลือกพักห้อง Suite เดือนละประมาณ 80-90% ประกอบกับมองเห็น “ช่องว่างของเมืองบางแสน” ยังไม่ค่อยมีที่พักมากนัก จึงมีแนวคิดต่อยอดเป็น “โรงแรม” จนได้มาเจอที่ดิน 305 ตารางวาของโรงแรมซูวาลาในปัจจุบัน โดยใช้งบลงทุน 50 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าที่ดิน 12 ล้าน และค่าก่อสร้างตกแต่ง 38 ล้าน

โรงแรม Eco Friendly
ปิงและเอ้ตั้งใจใส่ดีเอ็นเอความเป็น Eco Friendly ให้ซูวาลาจากตัวตนของทั้งคู่และรับเทรนด์ Green Hotel จึงวางดีไซน์ตั้งแต่ตัวผนังที่ใช้ฉนวนกันความร้อนเพื่อลดการใช้พลังงาน และมีจุดเติมน้ำดื่มสำหรับลูกค้า
“เราสองคนไม่ชอบใช้พลาสติกกันอยู่แล้ว เลยคิดว่าน่าจะทำโรงแรมที่บางแสนยังไม่มีคนทำ เราอยากสร้างความแตกต่างและมันเป็นสิ่งที่ดีด้วยเพราะบางแสนมีขยะเยอะมาก ก็เลยอยากทำโรงแรมที่ช่วยสิ่งแวดล้อมได้นิดหนึ่งก็ยังดี” ปิงเล่าเสริมถึงแนวคิด Eco Friendly
เช่นเดียวกับเอ้ที่มองว่า “Eco Friendly สำคัญกับ Climate Change เลยนำมาใส่ในโรงแรมเพื่อ Educate ลูกค้า เช่น ในห้องพักมีถังขยะหนึ่งใบและไม่สวมถุงพลาสติกด้วยเพื่อลดการใช้ หรือในห้องอาหารจะไม่มีทิชชูเยอะ แต่ก็มีไว้ให้ เพราะถ้ามีลมมาเมื่อไหร่ก็จะพัดลงทะเลไป ซึ่งบางแสนเทศบาลเก็บขยะตอนเช้ามืดวันละ 4 ตัน เราไม่ได้สร้างเองมันพัดมาจากที่อื่น ถ้าหน้ามรสุมจะเห็นเยอะเพราะเก็บไม่ทัน เราค่อยๆ สื่อสารกับลูกค้าไปเรื่อยๆ อย่างพนักงานเราก็สื่อสารให้แยกขยะ ขยะรีไซเคิลเอาไปขาย ขยะเปียกเอาไปให้หมู”
ถึงปัจจุบันซูวาลาเปิดบริการมาแล้ว 3 ปี ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีตั้งแต่ปีแรกจากอินฟลูเอนเซอร์ที่เข้ามารีวิวให้แบบออร์แกนิก และถึงจุดพีกสุดในปีที่สอง โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายนมีลูกค้าเข้าพักถึง 95% จนแทบไม่มีห้องว่างจากทั้งหมด 36 ห้อง
หลังจากนั้นก็ใช้พลังแห่งการบอกต่อทำให้ซูวาลากลายเป็นที่พัก “ติดลมบน” จนแทบไม่ต้องทำการตลาดเพิ่ม และไม่ได้เปิดจองผ่านแพลตฟอร์มจองห้องพัก แต่ก็ได้ลูกค้าจาก Direct Booking 100% เฉลี่ย 60-70% ตลอดทั้งปี
“เราอาจจะได้ยอดเยอะกว่านี้ ถ้าเข้า OTA แต่ว่าปิงอยากลองขายเองก่อน เพราะอยากลดการจ่ายค่าคอมคอมมิชชั่น 15-20% และเวลาเจอเคสมีปัญหา มันยาก เลยอยากลองทำแบบ Direct Booking ยิ่งวันเสาร์-อาทิตย์ห้องจะเต็มเลย” ปิงเล่าเสริม

โดดเด่นด้วยดีไซน์ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
อย่างที่ปิงบอกในตอนแรก ก่อนเปิดซูวาลาบางแสนมีโรงแรมเพียงไม่กี่แห่ง จนถึงตอนนี้เมืองเติบโตขึ้นมาก มีผู้ประกอบการเข้ามาเปิดคาเฟ่ สตรีตฟู้ด และที่พักมากมายในปัจจุบัน แต่ซูวาลายังคงโดดเด่นด้วย “ดีไซน์” ในสไตล์ “Minimal Bohemian” รวมถึงการออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในห้องที่ตอบโจทย์ลูกค้ารุ่นใหม่
“เราคิดมาตั้งแต่ก่อนออกแบบแล้วว่าโรงแรมจะต้องเป็นสไตล์นี้เพื่อเสิร์ฟกลุ่มวัยรุ่น Gen Z และ Millennials ที่ต้องการใช้เงิน เช่น ทำห้องน้ำใหญ่เพราะผู้หญิงชอบใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำ เลยมีอ่างให้แช่น้ำชมวิวทะเล ก็เป็นจุดขายที่เรามองไว้แต่แรก
เรารีเสิร์ชมาเยอะทั้งในและต่างประเทศ ไปเปิดดูที่นอน ไปเคาะผนัง เคาะประตู เพราะปัญหาของ Floor Plan แบบนี้ หัวนอนติดกัน เสียงมันทะลุ เป็นทุกโรงแรม เราก็แก้ Pain Point ตรงนี้ด้วยการใช้ประตูกันเสียง กระจกลามิเนต 2 ชั้น ทำห้องน้ำแบบประตูเลื่อน ไม่มีกลอนเพราะเน้นเรื่องความปลอดภัยและเสิร์ฟคู่รักไปด้วยในตัว และเรายังนำความโค้งมนจากสถาปัตยกรรมยุคเก่ามาดีไซน์ร่วมด้วย” เอ้เล่าเสริม
โดยซูวาลามีลูกค้ากลุ่มหลักเป็นคนไทยถึง 98% มาจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล 60% ช่วงอายุ 20-40 ปี เป็นกลุ่มคู่รัก เพื่อน ครอบครัว รวมถึงผู้สูงอายุก็เข้ามาใช้บริการด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าจะกลับมาพักซ้ำ ในบางคนกลับมาซ้ำถึง 10 ครั้ง โดยเน้นพักระยะสั้น 1-2 คืน
สำหรับราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 1,850-2,950 บาท ตามรูปแบบห้องและวิว ซึ่งในอนาคตซูวาลาจะมีการปรับเพิ่มไลน์อาหาร ปรับปรุงที่จอดรถให้มีหลังคาเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า รวมทั้งติดโซลาร์เซลล์เพื่อลดการใช้พลังงาน โดยกำลังวางแผนขอสินเชื่อจาก SME D Bank เพื่อดำเนินการต่อไป

เสิร์ฟในสิ่งที่ขาด หาช่องว่างเข้าไปเติม
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ รีโนเวทคอนโดปล่อยเช่า สู่เจ้าของโรงแรมสุดไวรัลในบางแสน ในอนาคตปิงและเอ้มีแพลนเปิดโปรเจ็กต์ใหม่ในบางแสน คือพูลวิลล่า โดยมีหลักการทำธุรกิจที่ว่า
“เราไม่ทำตามคนอื่น เสิร์ฟในสิ่งที่ขาด หาจุดที่มีช่องว่างให้เราเข้าไปเติม ก่อนจะทำอะไรเราศึกษาเยอะมาก ทั้งอ่านรีวิว อ่านข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำจนมั่นใจ ถึงลงมือทำ ถ้าเจอปัญหาอุปสรรคก็แก้ไป แล้วก็อย่าหยุดทำ มองให้เหมือนเกม ผ่านจุดนี้แล้วไปอีกจุดเพื่อให้ถึงเป้าหมาย” ปิงบอกทิ้งท้าย
