คุณชนันญา ดรเขื่อนสม เล่าถึงที่มาของ “ฅญาบาติก” ว่า ตนเองเจอวิกฤตปี 2540 ทำให้ต้องตัดสินใจกลับบ้าน ปิดร้านขายเสื้อผ้าที่ประตูน้ำ ส่วนตัวชื่นชอบการตัดเย็บเสื้อผ้า ก็เลยคิดว่าจะมาเปิดร้านตัดเย็บผ้าไหม เพราะที่อำเภอปักธงชัย มีผ้าไหมสวยเยอะ ลูกค้าตอนนั้นเป็นข้าราชการครู วันหนึ่งลูกค้าอยากได้ลวดลายใหม่ที่ไม่ใช่ลายผ้าทอแบบโบราณ ก็เลยนึกไปถึงการเขียนลายบาติกของภาคใต้ ก็เลยไปอบรมการเขียนลายบาติก และนำมาปรับใช้การผ้าไหม
เพราะปกติการทำลายบาติกของภาคใต้ ทำกับผ้าบางๆ แต่พอนำกลับมาทำลายบาติกบนผ้าไหม มีความยาก เพราะจะต้องรักษาเอกลักษณ์ของผ้าไหม คือ ผ้าจะมีความมันวาว เอาไว้ให้ได้ ซึ่งต้องใช้เทคนิคการลองผิดลองถูก จนสามารถทำให้บาติกผ้าไหมยังมีความมันวาวคงเอกลักษณ์ความเป็นผ้าไหม เพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถสวมใส่ผ้าไหม โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชุดข้าราชการ
ซึ่งทางฅญาบาติกจะทำแบบครบวงจร ตั้งแต่การเลี้ยงไหมจนได้เส้นไหม และผ่านกระบวนคิดค้นนวัตกรรมใหม่และการทอผ้า การออกแบบลวดลาย และการสร้างลายบาติก ไปจนถึงการออกแบบ และตัดเย็บโดยแรงงานในชุมชน จนได้ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายผ้าไหมบาติก ฅญาบาติก
โดยคุณชนันญา บอกว่า ได้ทำแบร์นดฅญาบาติกมาปีนี้ กว่า 20 ปี มีลูกค้าที่หลากหลาย ส่วนใหญ่ยังคงเป็นชาวต่างชาติ ที่ชื่นชอบผ้าไหม และเป็นลูกค้าของฅญาบาติก จากช่องทางการขายผ่านทาง คิงส์พาวเวอร์ สนามบินสุวรรณภูมิ
ซึ่งการทำงานของฅญาบาติกที่ผ่านมาพยายามเก็บข้อมูลเรื่องการสวมใส่ผ้าไหมที่หลายคนคิดว่าเข้าถึงได้ยาก เพื่อนำมาพัฒนาให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงและยอมรับการสวมใส่ผ้าไหมมากขึ้น เป็นที่มาของการนำผ้าไหมขึ้นชื่อของอำเภอปักธงชัย มาพัฒนาลวดลายบาติกที่ร่วมสมัย ทำให้การสวมใส่ผ้าไหมเปลี่ยนแปลงไป และเป็นที่ยอมรับของคนรุ่นใหม่มากขึ้น
รวมถึงในคอลเลกชันล่าสุดที่นำเสนอครั้งแรก คือ การนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ตั้งแต่เส้นใยไหม โดยใช้เส้นใยไหมดิบ มาใช้ในการทอออกเป็นผ้าไหม ซึ่งเส้นใยไหมดิบ จะเป็นเส้นใยที่ไม่ผ่านกระบวนการฟอกย้อม ทำให้โปรตีนที่อยู่ในเส้นไหมก็ยังคงอยู่ และการทำลายบาติกด้วยกระบวนย้อมเย็น เพื่อรักษาโปรตีนไหมที่อยู่ในผ้าโดยธรรมชาติให้ยังคงอยู่ในเส้นไหม และข้อดีของการทำเส้นใยไหมดิบ คือ เมื่อทอออกมาจะได้ผ้าที่มีเทคเจอร์ เมื่อนำมาตัดเย็บจะมีความแข็งและทรงตัวอยู่ได้ และมีความบางเบา ซัก รีด ดูแลได้ง่าย แต่จะต้องซักในน้ำเย็นเท่านั้น โดยผ้าทอจากเส้นใยไหมดิบของฅญาบาติกในครั้งนี้ นำมาออกแบบเป็นชุดเสื้อผ้าผู้ชาย
“ที่ผ่านมาเราไม่เคยทำเสื้อผ้าผู้ชาย พอมาทำก็เลยไม่อยากให้มันออกมาเป็นทางการ หรือเหมือนผ้าไหมทั่วไป อยากให้คนรุ่นใหม่ยอมรับและได้สวมใส่ได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นทางการเกินไป ซึ่งประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก เพราะหลังจากที่นำไปออกร้านงานแสดงสินค้าที่ฮ่องกง ลูกค้าให้การตอบรับดีมาก พอเราบอกว่า เป็นผ้าไหม 100 เปอร์เซ็นต์ ทอและย้อมตามธรรมชาติ ไม่ฟอกสี หลายคนก็ตื่นเต้น
พอมาขายในงานโอทอปเมืองทองธานี ล่าสุด ลูกค้าคนไทยผู้ชายชอบกันมาก มีมาเท่าไหร่ก็ขายจนหมด ส่วนราคาของผ้าไหมดิบคอลเลคชั่น ผู้ชายครั้งนี้ทำออกแค่เสื้อ และกางเกง โดยเสื้อขายในราคา 1,900 บาท ส่วนกางเกง ราคา 2,500 บาท การทำผ้าไหมเส้นใยผ้าดิบ ที่ไม่ผ่านการฟอกย้อมช่วยลดต้นทุน และยังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม ลดน้ำเสีย
และในอนาคตอันใกล้นี้ เตรียมจะออกคอลเลคชั่นใหม่ ที่คิดค้นนวัตกรรมผ้าไหมคอลลาเจน มีข้อดี คือ ระบายอากาศได้ดี และรีดง่าย ที่ผ่านมาหลายคนเจอปัญหาการสวมใส่ผ้าไหม ดูแลรักษายาก และสวมใส่จะร้อน แต่ ผ้าไหมคอลลาเจน จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้”
ติดต่อ Id : Kayabatik โทร. 086-250-1920
