Featured
เสาวรส ผลไม้มากประโยชน์ มีวิตามินเอสูง ซึ่งช่วยในการบำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น และเพิ่มสมดุลให้ร่างกาย สามารถทานผลสดได้ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ บริเวณประเทศบราซิล ปารากวัย อาร์เจนตินา ผลเป็นทรงกลม ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกมีหลายสีแล้วแต่พันธุ์ ทั้งสีม่วง เหลือง ส้ม ชั้นในสุดของเปลือกเป็นเยื่อสีขาวที่เรียกรก เนื้อรสเปรี้ยวจัด บางพันธุ์มีรสอมหวาน แหล่งปลูกเสาวรสที่สำคัญคือภาคเหนือ และพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเพชรบูรณ์มีพื้นที่ปลูกมากที่สุด รองลงมาคือเชียงราย ซึ่งด้วยคุณประโยชน์และรสชาติที่ถูกใจคนไทย เสาวรสจึงถือเป็นอีกหนึ่งพืชทางเลือกสร้างรายได้เสริมที่น่าสนใจ และเกษตรกรทั่วทุกภาคให้ความสนใจปลูกอย่างแพร่หลาย คุณลัดดาวรรณ ชอบทำกิจ หรือ พี่กุ้ง ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์สุราษฎร์ อยู่ที่หมู่ที่ 12 ตำบลท่าขนอน อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี อดีตพนักงานประจำ ผันตัวเป็นเกษตรกรปลูกเสาวรสพันธุ์พื้นเมืองสร้างรายได้บนพื้นที่ 2 ไร่ มีรายได้มากกว่างานประจำ ลงทุนครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้นานถึง 4 ปี พี่กุ้ง เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนตนเองทำงานประจำอยู่ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
งาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ผศ. ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ร่วมเป็นวิทยากรในหัวข้อเสวนา: “ร่วมคิด เปลี่ยน สร้าง: ม.อ. ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลิกโฉมชุมชนสู่ความยั่งยืน” ในเวที SX Talk Stage เวลา 18.00 – 19.00 น. ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ม.อ. มุ่งมั่นเชื่อมพลังขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย สู่การสร้าง ผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดย ผศ. ดร.พงค์เทพ กล่าวตอนหนึ่งว่า ม.อ.ปรับใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ให้เกิดประโยชน์ในการแก้จน-ลดหนี้-เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต รับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนพื้นที่ภาคใต้ให้เป็น “คลังอาหารของโลก” สร้างความมั่นคงแก่เศรษฐกิจครัวเรือน ที่ผ่านมา ม.อ.ได้นำทุนทางวัฒนธรรมและนวัตกรรมในท้องถิ่น “ Soft Power” และเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนหลากหลายมิติ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ลดหนี้ และเพิ่มรายได้ให้แก่เศรษฐกิจ
การทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมีความสุขที่ไม่ต้องรับผิดชอบทั้งกิจการ รับผิดชอบเฉพาะในตำแหน่งหน้าที่เพราะเราไม่ใช่ผู้จัดการใหญ่ ความเครียดก็มีมากน้อยตามตำแหน่ง ยิ่งใหญ่ยิ่งหนาวเหมือนที่เขาว่าไว้ แต่ความเครียดของมนุษย์เงินเดือนก็หาทางออกไม่ค่อยได้เนื่องจากมีเวลาต้องทำงานเป็นเรื่องจำกัด แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถทำได้เสียเลย คุณนิรันดร์พัชร์ ธนบดีนพคุณ หรือ คุณจิ๊กโก๋ และ คุณดุจภาภร ศรีสุวะ หรือ คุณแข เป็นคู่ชีวิตที่มีความรักในธรรมชาติและเกษตรเหมือนกัน ทั้งคู่ทำงานในโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟเหมือนกัน ที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา และโดยพื้นเพทั้งคู่เป็นคนในโคราชแต่อยู่ต่างอำเภอ คุณจิ๊กโก๋ เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาช่างอิเล็กทรอนิกส์ จากช่างกลพณิชยการนครราชสีมา เมื่อปี 2545 และได้มาทำงานที่โรงงานดังกล่าวในตำแหน่งช่างเทคนิค Engineering specialist ที่โรงงานจังหวัดสมุทรปราการ แต่ต่อมาได้ย้ายกลับมาอยู่โรงงานที่จังหวัดนครราชสีมา แต่โรงงานกับบ้านคือ อำเภอสูงเนิน กับอำเภอด่านขุนทด ไกลกัน ไม่อยากเดินทางจึงหาซื้อที่ดินเปล่าหลังโรงงานที่ทำอยู่ซึ่งมีขนาด 100 ตารางวา เพราะไม่ชอบบ้านจัดสรรรู้สึกไม่เป็นส่
ในวันที่โลกเกษตรเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสภาพภูมิอากาศที่คาดเดายาก ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการแข่งขันทางการตลาดที่เข้มข้น การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ จึงไม่ใช่แค่ปลูกเป็นหรือเลี้ยงเก่งเท่านั้น แต่ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยี เพิ่มมูลค่าผลผลิต มองหาโอกาสทางธุรกิจ และปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ได้จัดงานสัมมนาแห่งปีในหัวข้อ “เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE เกษตรไม่เหมือนเดิม” เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ อาคารข่าวสด และมติชนอคาเดมี จตุจักร กรุงเทพฯ งานสัมมนาครั้งนี้อัดแน่นเนื้อหาใหม่ที่ “ลึกกว่า” และ “เข้มข้นกว่า” ครั้งไหนๆ จากเกษตรกรตัวจริง นักวิชาการ และผู้ประกอบการที่ลงมือทำจนเกิดผลลัพธ์ มีเกษตรกร ผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่กว่าร้อยราย มาร่วมเปิดประสบการณ์ กลับบ้านไปพร้อมความรู้และแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม เพราะมองเห็นโอกาสใหม่ในการทำเงินและสร้างรายได้ในอนาคต งานนี้ออกแบบมาให้มากกว่าการนั่งฟังสัมมนา ช่วงเช้า เวลา 10.00-12.00 น. ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมทำกิจกรรมเวิร์กช็อป 5 ห้องเรียนสร้างอาชีพ ครอบคลุมทั้งการผลิต การแปรรูป และการต่อยอดสินค้าเกษตร ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกห้องเร
กระแสอาหารเพื่อสุขภาพและความนิยมในวัตถุดิบคุณภาพ เปิดโอกาสให้พืชเกษตรหลายชนิดกลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น หนึ่งในนั้นคือ “มันหวานญี่ปุ่น” พืชหัวที่โดดเด่นด้วยรสหวานตามธรรมชาติ เนื้อสัมผัสหลากหลาย และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ แต่การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จในตลาดปัจจุบัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปลูกให้ได้ผลผลิตเพียงอย่างเดียว เกษตรกรยังต้องเข้าใจลักษณะสินค้า รักษาคุณภาพหลังเก็บเกี่ยว และเลือกช่องทางจำหน่ายที่เข้าถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะตลาดออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตนำเสนอสินค้าและสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้าได้ด้วยตนเอง หนึ่งในตัวอย่างของเกษตรกรที่นำช่องทางออนไลน์มาเป็นหัวใจของการจำหน่าย คือ คุณพี-พีรพงศ์ แดงสะอาด เกษตรกรผู้ปลูกมันหวานญี่ปุ่นในอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ที่เริ่มต้นจากความสนใจในรสชาติของมันหวานญี่ปุ่น ก่อนต่อยอดไปสู่การศึกษาวิธีปลูก ทดลองขยายพันธุ์ และรวบรวมสายพันธุ์จากต่างประเทศ จนพัฒนาสวนให้มีมันหวานญี่ปุ่นมากถึง 10 สายพันธุ์ พร้อมวางระบบการผลิตและการจำหน่ายที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่แปลงปลูกไปจนถึงมือผู้บริโภค จุดเริ่มต้นสวนมันหวานญี่ปุ่น จากหัวมันที่ซื้อกิน สู่ก
ผู้เขียน : Huynh Nhat Mai Van ทุกปีเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง ใบไม้จำนวนมากที่ร่วงหล่นทับถมอยู่ตามพื้นป่า กลายเป็นหนึ่งในเชื้อเพลิงธรรมชาติที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและปัญหาหมอกควัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนืออย่างจังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM2.5 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ใครจะคิดว่าใบไม้ที่หลายคนมองว่าไร้ค่าเหล่านี้ หากนำมาผ่านกระบวนการแปรรูปอย่างเหมาะสม จะสามารถเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง พร้อมสร้างมูลค่าและรายได้ให้กับคนในชุมชน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปรู้จักกับ คุณทวีศักดิ์ อ่องศิริกุล เจ้าของแบรนด์ “ใบไม้ – ในสวน Nai Suan” ผู้มองเห็นโอกาสจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จากใบไม้ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นป่า ใครจะคิดว่าวันหนึ่งจะถูกนำมาแปรรูปเป็นภาชนะบนโต๊ะอาหารได้ ด้วยแนวคิดที่มองเห็นคุณค่าของวัสดุธรรมชาติใกล้ตัว ผสานกับการทดลองและพัฒนา จึงเกิดเป็น “จานใบไม้” ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ และยังเปิดโอกาสให้คนในชุมชนมีรายได้ ตั้งแต่การเก็บรวบรวมใบไม้มาจำหน่าย ไปจนถึงการแปรรูปเป็นของใช้ เปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกมองข้ามให้กลายเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่า จุดเริ่มต้นจากโครงงานวิทยาศาสตร
บุรีรัมย์ คึกคัก ชาวสวนยางพารา ยิ้มออก แห่นำยางก้อนถ้วย ขายลานรับซื้อ ราคาพุ่งกิโล 44 บาท สูงสุดในรอบ 10 ปี รายได้เพิ่มเท่าตัว ผู้ประกอบเผย เสี่ยงราคาผันผวน ชะลอรับซื้อ รอดูทิศทางราคา ชาวสวนยางหลายหมู่บ้านในพื้นที่ ต.แคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ต่างทยอยนำยางพาราก้อนถ้วยออกมาขายให้กับลานรับซื้อในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หลังราคาปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 41-44 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพของยาง นับเป็นราคาที่สูงที่สุดในรอบประมาณ 10 ปี สร้างความดีใจให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงที่ราคายางตกต่ำ ซึ่งอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 25-30 บาทเศษ ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 2-3 หมื่นบาท แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็นประมาณ 3-4 หมื่นบาท เกษตรกรหลายรายต่างเร่งนำผลผลิตออกมาขาย เพราะต้องการนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวและชำระหนี้สิน พร้อมหวังว่าราคายางจะรักษาระดับที่ดีเช่นนี้ หรือสูงขึ้นมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม แม้ราคายางจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ต้นทุนการผลิตทั้งค่าปุ๋ยและค่าน้ำมันก็ยังอยู่ในระดับสูง จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยลดภาระต้นทุนให้กับเกษตรกรควบคู่กันไปด้วย ชาวสวนยางพื้นที่
ราคายางปี 69 ทุบสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี!!! การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) คาดการณ์ว่า แนวโน้มราคายางพาราในไตรมาสที่ 4 ปี 2569 จะยังทรงตัวในระดับสูง และอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นบางช่วงจากปัจจัยพื้นฐานของตลาดโลกที่อุปทานตึงตัว อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ และ กยท. ยังคงเดินหน้าวางมาตรการบริหารยางเชิงรุกทั้งระบบ ควบคู่เดินหน้ารักษาเสถียรภาพราคาเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างมั่นคงในระยะยาว ที่ผ่านมาของ กยท. ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพยางพาราไทย สนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรใช้สารจับตัวยางที่ได้มาตรฐาน ป้องกันการใช้สารเคมีผิดประเภทและสิ่งปลอมปนที่อาจกระทบต่อคุณภาพผลผลิตและความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ยางพาราไทยในฐานะวัตถุดิบคุณภาพของอุตสาหกรรมโลก ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร ภายใต้นโยบายเกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย สร้างความเข้มแข็งของภาคยางพาราไทยให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวสวนยางอย่างแท้จริง รู้จัก “ลานตี้ท่าด้วง” ลานยางพาราที่ราคาสูงที่สุดในประเทศ หลังจากการยางแห่งประเทศไทยสาขาเพชรบูรณ์ ได้ติดตามการส่งมอบยางก้อ
ต้นยางนา พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ซึ่งยืนยันได้จากชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ที่มีคำว่า “ยาง” มีอยู่ในทุกภาคของประเทศ เช่น อำเภอท่ายาง ท่าสองยาง ยางตลาด และยางชุมน้อย เป็นต้น และยางนา ไม้มีค่าคู่เมืองไทยมาช้านาน ความสำคัญแต่โบราณ ยาง หรือยางนา คือต้นยางที่ให้น้ำมันยางแก่คนไทยในรุ่นโบราณอย่างเป็นล่ำเป็นสัน รวมทั้งยังเป็นต้นไม้ที่คนไทยรุ่นเก่า ท่านได้นำมาใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างบ้านเรือนเป็นที่อยู่อาศัยเป็นลำดับรองลงมาจากไม้สัก เป็นต้นไม้ที่ขึ้นได้ดีในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตป่าดิบใกล้ๆ ลำห้วย ลำธาร ปัจจุบัน ปริมาณไม้ยางนาในประเทศลดลงมาก เนื่องจากการบุกรุกทำลายป่า เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินสำหรับการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่อุดมสมบูรณ์ใกล้ๆ แหล่งน้ำที่มีไม้ยางนาขึ้นอยู่ จะเป็นที่ต้องการเพื่อการเพาะปลูกมาก การเจาะโคนไม้ยางเพื่อเอาน้ำมันยาง โดยใช้ไฟสุมและเผา ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำลายแหล่งพันธุกรรมไม้ยางนา จึงควรที่มีการอนุรักษ์และส่งเสริมการปลูกกันต่อไป ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ลำต้น ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูง 40-50 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกหนา เรียบ สีเทาหรือเทาปนขาว โคนต้นมักเป็นพูสูงขึ้นมาเล็กน้อย ข
“ต้นเยลลี่” (Cincau Hijau) หรือ เฉาก๊วยเขียว นับเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีสรรพคุณมากมาย อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ มีคลอโรฟิลล์ที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ และยังพบซาโปนินจากธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดไข้ ต้านการอักเสบ และต้านเชื้อโรคบางชนิด นิยมใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้าน หากใครกำลังมองหาทางเลือกจากพืชสมุนไพรสีเขียว ต้นเยลลี่คือหนึ่งในพืชที่ควรรู้จักไว้ อาจารย์ ดร.ศุภชัย สุทธิเจริญ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเกษตรศาสตร์ ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เล่าว่า ตนเองเติบโตมาในครอบครัวข้าราชการที่มีพื้นฐานการทำไร่ทำสวนอยู่แล้ว ประจวบเหมาะกับเมื่อโตขึ้นได้มีโอกาสไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทำให้ได้พบปะกับเกษตรกรมากมาย และมองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้จากอาชีพเกษตรกรรม จุดนี้เองกลายเป็นแรงบันดาลใจให้อยากกลับมาทำการเกษตร ณ บ้านเกิดจังหวัดมหาสารคาม การเริ่มต้นจากการทำสวนมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ เพราะมองว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำราคาได้ดี โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง เดิมทีตั้งใจจะสร้างสวนแห่งนี้เพื่อเป็นของขวัญหลังเกษียณให้คุณพ่อคุณแม่ แต่เมื่อได้ลงมือทำจริงกลับค้นพบความชอบในวิถีเ
การพัฒนาประเทศไม่ได้เกิดขึ้นจากการสร้างสิ่งใหม่เพียงอย่างเดียว แต่อาจเริ่มจากการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้วในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผืนดิน น้ำ ป่า ผลผลิต ภูมิปัญญา หรือแม้แต่คนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาโอกาสในการกลับบ้านเกิด เมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกนำมาเชื่อมโยงกันอย่างเหมาะสม ก็สามารถกลายเป็นทั้งอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ นี่คืออีกมุมหนึ่งของการทำงานของสำนักงาน กปร. ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา คุณสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ผู้ที่จะพาไปทำความเข้าใจว่า จากจุดเริ่มต้นของการเป็นหน่วยงานกลาง ในการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ วันนี้สำนักงาน กปร. กำลังมองไกลไปถึงการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน พัฒนาชุมชนต้องเข้าใจพื้นที่ ต้องสมดุล “สร้างโอกาส-รักษาทรัพยากร” คุณสุพร กล่าวว่า สำนักงาน กปร. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2524 เพื่อเข้ามาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากเดิมที่แต่ละหน่วยงานอาจเข้าไปดำเนินงานตามภารกิจของตัวเอง จึงมีความจ
“จากแปลงเกษตรไทยสู่ตลาดยุโรป” วันนี้แค่สินค้าดีอาจไม่เพียงพอ หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าผลิตจากที่ไหน! เมื่อข้อมูลแหล่งผลิตกำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA เปิดเวที “EUDR Connect : From Farm to EU” ผนึกความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญ เร่งเตรียมความพร้อมสินค้าเกษตรไทย 7 กลุ่ม รับมือกฎระเบียบสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) พร้อมชูแพลตฟอร์ม National EUDR Single Window (NESW) เครื่องมือดิจิทัลตรวจสอบย้อนกลับและประเมินความเสี่ยงที่เปิดให้ใช้งานฟรี เพื่อเสริมความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าและรักษาโอกาสทางการค้าในตลาดยุโรป ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า อีกเพียง 56 วัน ก่อนถึงกำหนดบังคับใช้กฎระเบียบสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation: EUDR) ในวันที่ 30 ธันวาคม 2569 กติกาการค้าครั้งสำคัญที่กำลังเปลี่ยนเงื่อนไขการแข่งขันของสินค้าเกษตรในตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าเกษตร 7 กลุ่ม ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ กาแฟ โกโก้ โค และถั่วเหล
ผู้เขียน : Huynh Nhat Mai Van หากพูดถึง “ต้นก้ามปู” หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพของไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีทรงพุ่มแผ่กว้าง ให้ร่มเงาตามริมถนน สวนสาธารณะ หรือพื้นที่ต่างๆ แต่รู้หรือไม่ว่า ต้นไม้ที่พบเห็นได้ทั่วไปชนิดนี้มีประโยชน์มากกว่าการให้ร่มเงา เพราะสามารถนำส่วนต่างๆ มาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งด้านการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ และการปรับปรุงบำรุงดิน โดยเฉพาะใบและฝักของต้นก้ามปูที่สามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์สำหรับโค แพะ และสัตว์กินพืชบางชนิด ขณะที่ใบก้ามปูที่ร่วงหล่นยังสามารถนำไปทำปุ๋ยหมักหรือใช้เป็นวัสดุปรับปรุงดินได้อีกด้วย นับเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่รอบตัว โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปรู้จัก “ต้นก้ามปู” ให้มากขึ้น พร้อมเปิดประโยชน์ที่หลายคนอาจมองข้าม ว่าต้นไม้เพียงต้นเดียวสามารถนำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดในภาคการเกษตรได้อย่างไรบ้าง รู้จัก “ต้นก้ามปู” ไม้ยืนต้นทรงพุ่มกว้าง ให้ร่มเงาได้ดี ต้นก้ามปู หรือที่รู้จักกันในชื่อ “จามจุรี” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Samanea saman (Jacq.) Merr. เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกา สามารถพบไ
ในยุคที่การทำเกษตรไม่จำกัดแค่บนบก การเลี้ยง สาหร่ายผักกาดทะเล กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้ ด้วยระยะเวลาการเลี้ยงที่สั้นเพียง 3 สัปดาห์ ก็สามารถเก็บเกี่ยวและขายได้ในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 500 บาท จากปลานวลจันทร์สู่สาหร่ายผักกาดทะเล ต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นด้วย Zero Waste Model คุณตุ๋ม-สุภิดา ลิ้นทอง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จันทราบุรี@ปากน้ำแหลมสิงห์ เล่าว่า ก่อนที่ชุมชนจะหันมาศึกษาและพัฒนา การเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเล พื้นที่ของเราติดทะเล อาชีพหลักจึงเกี่ยวข้องกับสัตว์ทะเล หนึ่งในนั้นคือ ปลานวลจันทร์ทะเล ปลาพระราชดำริในรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีและมีราคาสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีสัตว์ทะเลอีกหลายชนิดที่มีมูลค่าต่ำ ทางกลุ่มของเราจึงนำทรัพยากรเหล่านั้นมาพัฒนาต่อยอด ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ภายใต้แนวคิด Zero Waste Model หรือ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเหลือทิ้งให้เป็นศูนย์ การเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเล เป็นการต่อยอดจากแนวคิด Zero Waste Model ที่ใช้กับ ปลานวลจันทร์ทะเล โดยเรายึดหลัก “ปลาหนึ่งตัว ตั้งแต่เกล็ดยันขี้ปลา เราไม่ทิ้งอะไ
ในมุมมองของคนทำเกษตร “วัชพืช” มักถูกมองว่าเป็นศัตรูตัวสำคัญของแปลงปลูก เพราะเข้ามาแย่งทั้งน้ำ แสงแดด และธาตุอาหารจากพืชหลัก หลายพื้นที่จึงเลือกกำจัดวัชพืชทันทีที่เริ่มพบเห็น แต่ในอีกมุมหนึ่ง วัชพืชอาจกำลังทำหน้าที่เป็น “สัญญาณจากธรรมชาติ” ที่ช่วยบอกสภาพของดินและระบบนิเวศในพื้นที่โดยที่หลายคนไม่ทันสังเกต แท้จริงแล้ว วัชพืชแต่ละชนิดไม่ได้ขึ้นแบบสุ่ม แต่จะเลือกเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับตัวเอง บางชนิดชอบดินแน่น บางชนิดขึ้นได้ดีในดินกรด หรือบางชนิดมักพบในพื้นที่ที่มีธาตุอาหารไม่สมดุล จึงทำให้เกษตรกรสามารถใช้ “วัชพืช” เป็นตัวช่วยสังเกตคุณภาพดินเบื้องต้นได้ วัชพืช คือ “ตัวบอกสภาพดิน” ตามธรรมชาติ ในระบบนิเวศทางการเกษตร ธรรมชาติจะพยายามสร้างสมดุลให้กับพื้นที่อยู่เสมอ เมื่อดินมีปัญหาในลักษณะใด มักจะมีพืชบางชนิดเข้ามาปกคลุมพื้นที่นั้นโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยฟื้นฟูหรือปรับสภาพดินในระยะหนึ่ง เกษตรกรสมัยก่อนในหลายพื้นที่จึงนิยม “อ่านดินจากวัชพืช” ควบคู่ไปกับการสังเกตสภาพแวดล้อมอื่นๆ เช่น ความชื้น สีดิน หรือแมลงที่พบในแปลง แม้จะไม่สามารถใช้แทนการวิเคราะห์ดินทางวิทยาศาสตร์ได้ทั้งหมด แต่ก็ถือเป็นภู
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรไทย ทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และสังคมผู้สูงอายุที่กำลังขยายตัว การนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาช่วยจัดการแปลงเพาะปลูก จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของเกษตรกรยุคใหม่ เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระการใช้แรงงานแล้ว ยังเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการทำงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมแปลงไปจนถึงการปลูก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการผลิตพืชให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสม่ำเสมอ คุณวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งด้านแรงงาน ต้นทุนการผลิต และการบริหารจัดการทรัพยากร ขณะที่การพัฒนาเกษตรมูลค่าสูง และเทคโนโลยีสมัยใหม่มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกร โดยรายงานสำรวจและวิจัยระดับโลก McKinsey Global Farmer Insights ปี 2569 ซึ่งทำการสำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมของเกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตรทั่วโลก สะท้อนว่าเกษตรกรให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการลงทุน นอกจากนี้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการ
นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ทั้งภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง และอุทกภัยรุนแรงในหลายพื้นที่ ตามข้อมูลจากหน่วยงานด้านสภาพอากาศคาดการณ์ว่า ไทยเสี่ยงเผชิญปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงสูงสุดในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 ทำให้เกิดคลื่นความร้อนทำให้น้ำระเหยเร็ว อาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกได้ ในงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี สยามคูโบต้าจึงนำเสนอแนวคิดการทำเกษตรอย่างยั่งยืน ผ่านนวัตกรรมชุดปั๊มน้ำที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมัน ตอบโจทย์พื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ปัจจุบันทางบริษัทมีเทคโนโลยีการจัดการน้ำให้เลือกหลายรุ่น สยามคูโบต้าเชื่อว่าด้วยนวัตกรรมการจัดการน้ำของเราจะช่วยให้เกษตรกรไทยรับมือปัญหาซุปเปอร์เอลนิโญได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ปัจจุบัน สยามคูโบต้าได้จำหน่ายระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ผ่านบริษัทลูกคือ เกษตรอินโน บริษัทมีทีมงานช่วยคำนวณและเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับความลึกของบ
ในยุคที่ปุ๋ยแพงจนแบกต้นทุนไม่ไหว ทางรอดเดียวของเกษตรกรคือการพึ่งพาตัวเอง วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านพาไปเปิดสูตรปุ๋ยอินทรีย์สารพัดประโยชน์จาก คุณสมศักดิ์ เครือวัลย์ (ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2558) เกษตรกรชาวสวนผลไม้ชั้นครูจากจังหวัดระยอง สูตรนี้ทำง่าย และตอบโจทย์คนรักต้นไม้ที่สุด เพราะผสมครั้งเดียวสามารถบำรุงได้ ทั้งพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ ยันไม้กระถางในบ้าน ทำอย่างไรมาดูกัน วิธีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ มีกระบวนการผลิต ดังนี้ 1.1 มูลสัตว์แห้งละเอียด 1 ส่วน 1.2 แกลบดำ 1 ส่วน 1.3 อินทรียวัตถุอื่นๆ ที่หาได้ง่าย เช่น แกลบ ชานอ้อย ขี้เลื่อย เปลือกถั่วลิสง เปลือกถั่วเขียว และขุยมะพร้าว เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน 3 ส่วน 1.4 รำละเอียด 1 ส่วน 1.5 นำน้ำสกัดชีวภาพ 1 ส่วน + น้ำตาล 1 ส่วน + น้ำ 100 ส่วน คนจนละลายเข้ากันดี 1.6 กระสอบป่านเก่าๆ สำหรับคลุมปุ๋ยที่ผสมแล้ว 1.7 จอบ 1.8 พลั่ว และ 1.9 ฝักบัวรดน้ำ 2.1 เตรียมพื้นที่ผสมปุ๋ยบนพื้นซีเมนต์ หรือถ้าเป็นพื้นดินให้ปูผ้ายางเพื่อป้องกันปุ๋ยซึมลงดิน 2.2 นำเอาวัสดุต่างๆ มากองซ้อนกันเป็นชั้นๆ แล้วคลุกเคล้าจนเข้ากันดี 2.3 เอา
มะนาว พืชคู่ครัวไทยที่แทบทุกบ้านขาดไม่ได้ ไม่ว่าราคาจะถูกหรือแพง ก็ยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน สำหรับเกษตรกรผู้ปลูก มะนาวก็ถือเป็น “พืชปราบเซียน” ของใครหลายคนเช่นกัน เพราะในวงการมะนาว มีทั้งเกษตรกรหน้าใหม่หน้าเก่าวนเวียนเข้าออกกันอยู่ทุกวัน สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการของตลาดยังมีต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพียงแต่ราคามะนาวมีขึ้นมีลงตามฤดูกาล ใน 1 ปี มีทั้งช่วงราคาดีและช่วงราคาตกต่ำ ใครวางแผนการผลิตแม่น มองตลาดขาด ก็มีโอกาสทำกำไรได้ดี แต่หากปลูกตามกระแสโดยไม่มีข้อมูลรองรับ ก็อาจไปไม่รอดเช่นกัน จึงเรียกได้ว่า มะนาวเป็นพืชที่สร้างโอกาสมหาศาลให้กับคนที่ “จับทางถูก” แต่ก็อาจกลายเป็นฝันร้ายของคนที่ลงทุนโดยไม่ศึกษาตลาดให้ดีพอ คุณนิพนธ์ พรหมรักษ์ เจ้าของ “สวนมะนาวท้ายไร่” ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร คือหนึ่งในเกษตรกรรุ่นเก๋าที่อยู่ในวงการมะนาวมายาวนานกว่า 19 ปี โดยนำความรู้จากสายงานโปรแกรมเมอร์มาประยุกต์ใช้กับการบริหารสวน จุดเด่นคือการใช้ข้อมูลวิเคราะห์ตลาดและวางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่ว่าสถานการณ์ราคามะนาวจะถูกหรือแพง ก็ยังสามารถบริหารจัดการสวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้
ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และวัชพืชที่เริ่มต้านทานสารกำจัดวัชพืช เทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของภาคเกษตร ล่าสุด AgriPass Robotics บริษัทเทคโนโลยีการเกษตรจากอิสราเอล ร่วมมือกับ FYELD กลุ่มธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรจากอิตาลี นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์กำจัดวัชพืชอัจฉริยะเตรียมจัดแสดงในงาน EIMA International 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงเครื่องจักรกลและนวัตกรรมการเกษตรระดับนานาชาติ AgriPass Robotics ก่อตั้งขึ้นในปี 2566 พัฒนาเทคโนโลยี Physical AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและสั่งการอุปกรณ์ให้ลงมือปฏิบัติงานจริง โดยนำระบบการมองเห็นแบบเรียลไทม์ การประมวลผลข้อมูล และกลไกการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้ มาประยุกต์ใช้กับงานเกษตร เพื่อให้หุ่นยนต์ทำงานได้อย่างแม่นยำและยืดหยุ่น คล้ายการตัดสินใจของแรงงานเกษตรที่มีประสบการณ์ หุ่นยนต์แยกพืชปลูกออกจากวัชพืช กำจัดเฉพาะจุดโดยไม่ใช้สารเคมี เทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ตัวแรกของบริษัท คือ RHIC (Robot of Human-Inspired Cultivation) หุ่นยนต์พรวนดินและกำจัดวัชพืชที่ผสานการทำงานของ AI ระบบกล้องตรวจจับภาพแบ
