เกษตรยั่งยืน
ภัยแล้งและอุทกภัย นับเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน.ได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านบริหารจัดการน้ำชุมชน มาประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมจนประสบผลสำเร็จในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ในหลายจังหวัด นางสาวนิศากร ยิ่งขจร ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการน้ำชุมชน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)หรือ สสน. กล่าวว่า สสน.มุ่งบริหารจัดการน้ำชุมชน ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 โดยเน้นบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า มาประยุกต์ใช้ร่วมกับภูมิปัญญาของชุมชน มีการฟื้นฟูป่าต้นน้ำและแหล่งกักเก็บสำรองน้ำ ดูแลรักษาและบริหารจัดการน้ำให้เหมาะกับภูมิสังคม จนเกิดความมั่นคงน้ำ ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ปรับปรุงประปาภูเขาที่จังหวัดพะเยา พื้นที่ชุมชนตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่ลาดเชิงเขา ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการ
ผึ้งโพรง เป็นผึ้งพื้นเมืองชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในทุกภาคของประเทศไทย ช่วยผสมเกสรพืชตามธรรมชาติและพืชผลทางการเกษตร สามารถสร้างความหลากหลายทางชีวภาพได้ ตัวเล็กกว่าผึ้งพันธุ์แต่โตกว่าผึ้งมิ้ม เป็นผึ้งที่มีวิวัฒนาการสูงกว่าผึ้งมิ้มและผึ้งหลวง โดยธรรมชาติจะสร้างรังด้วยการสร้างรวงรังซ้อนกันเป็นชั้นๆ อยู่ในโพรงหิน โพรงไม้หรือโพรงดิน โดยมีปากทางออกค่อนข้างเล็กแต่ภายในกว้างพอที่จะสร้างรังได้ ชอบสร้างรังในที่มืดมิดชิด มีอัตราการแยกรังค่อนข้างบ่อย หากใครสนใจที่จะเลี้ยงผึ้งโพรง ขอแนะนำผลงานการออกแบบบ้านผึ้งโพรงที่สุดเยี่ยมมากๆ เป็นโครงการการร่วมมือของ ผศ.ดร.กันยพัชร์ ธนกุลวุฒิโรจน์ อาจารย์ดวงใจ ลิ้มศักดิ์ศรี จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และ ผศ.มรกต วรชัยรุ่งเรือง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ร่วมกับ คุณธัญลักษณ์ กำเนิดฤทธิ์ เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอม จังหวัดระนอง ประโยชน์เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มปริมาณของผลผลิตสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งโพรง โดยสร้างฐานให้ความรู้ใหม่ในพื้นที่ขยายผลจากศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จังหวัดระนอง คณะผู้ดำเนินการโครงการสร้างบ้านผึ้ง
ภาคการเกษตรไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากโครงสร้างแรงงานภาคเกษตรที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น และมีแนวโน้มเชิงบวก ที่คนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาพื้นที่เกษตรของครอบครัวมากขึ้น รวมถึงมนุษย์เงินเดือนที่สนใจทำเกษตรในช่วงวันหยุดเพื่อต่อยอดเพิ่มรายได้ สยามคูโบต้าบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้ สู่การเป็น Smart Farmer และผู้ประกอบการเกษตร ภายใต้โครงการ “KUBOTA FARMER ACADEMY โดยเชิญ คุณสุภชัย ปิติวุฒิ เจ้าของเพจ “ชาวนาวันหยุด” มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อเป็นฐานรากสร้างทักษะเกษตรกรพันธุ์ใหม่ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ทิศทางของภาคเกษตรไทย คุณสุภชัย กล่าวถึงภาพรวมภาคการเกษตรไทยในปัจจุบันว่า คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า คนในที่ทำเกษตรขาดทุน ก็อยากไปหาอาชีพอื่นทำ ส่วนคนเมืองโลกสวย มองว่าเป็นโอกาสเข้าสู่ธุรกิจเกษตร สิ่งที่ทำให้คนในมีความเข้มแข็ง อยู่รอด ไม่โดนแย่งอาชีพคือ เร่งลดต้นทุนการผลิตให้แข่งขันได้ ชาวนาญี่ปุ่นขายข้าวได้ราคาแพง เพราะคนปลูกมีน้อย มีสัดส่วนไม่ถึง 5% แต่คนกินมีเยอะมากถึง 95% ขณะที่เมืองไทยมีเกษตรกรปลูกข้าว 40-50% ทุกวันนี้ คนยิ่งรวยยิ่งกินข้าวน้อย หากจะขายข้า
“วัชพืช” สำหรับใครหลายคน อาจเป็นเพียงต้นไม้ที่ต้องรีบถอนทิ้ง เพราะแย่งน้ำ แย่งปุ๋ย และบดบังการเจริญเติบโตของพืชเศรษฐกิจ แต่หากมองลึกลงไปในอีกมิติหนึ่ง พืชที่ถูกมองข้ามเหล่านี้อาจเป็น “ขุมทรัพย์ทางยา” ที่เติบโตอยู่ในแปลงเกษตรโดยไม่ต้องลงทุนปลูก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ขณะเดียวกัน หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงทางยา (Medicinal Security)” หรือการมีแหล่งวัตถุดิบสมุนไพรที่เพียงพอสำหรับใช้ในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพในอนาคต สิ่งที่น่าสนใจคือ พืชสมุนไพรจำนวนไม่น้อย กลับเป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในไร่นา ริมคันนา หรือสวนหลังบ้าน จนถูกเรียกรวมๆ ว่า “วัชพืช” วัชพืช…ไม่ได้ไร้ค่าเสมอไป ในทางเกษตรศาสตร์ “วัชพืช” หมายถึงพืชที่ขึ้นในพื้นที่ที่ไม่ต้องการ ไม่ได้หมายความว่าเป็นพืชไม่มีประโยชน์ พืชหลายชนิดที่พบทั่วไปในประเทศไทย เช่น ล้วนมีการใช้ประโยชน์ในตำรับยาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน บางชนิดยังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยเพื
ในวันที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลายคนอาจมองว่าการลดโลกร้อนเป็นเรื่องของรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ หรือบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทรัพยากรมหาศาล แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอาจเริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ ที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด นั่นคือ “นาข้าว” ซึ่งเป็นทั้งแหล่งผลิตอาหารของโลก และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ หากได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม คุณธนนนท์ เตรียมชาญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Net Zero Carbon มองว่า การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สามารถเดินไปด้วยกันได้ โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่เป็นฐานสำคัญของประเทศไทย เพราะเชื่อว่าการกู้โลกไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการปรับเปลี่ยนวิธีการทำนาเพียงเล็กน้อย ซึ่งสร้างทั้งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับข้าวไทยในอนาคต จากพลังงานสะอาด สู่ธุรกิจคาร์บอนเครดิตภาคเกษตร คุณธนนนท์ เล่าให้ฟังว่า ก่อตั้งบริษัท Net Zero
โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ภาคการเกษตรทั่วโลกต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะการแข่งขันในวันนี้ไม่ได้วัดกันเพียงปริมาณผลผลิตหรือราคาสินค้าอีกต่อไป แต่ยังรวมถึง “วิธีการผลิต” ว่าปลอดภัยต่อผู้บริโภค เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศคู่ค้า ไม่ว่าจะเป็น CBAM, EUDR, ESG, Carbon Footprint และ Carbon Credit กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการค้าระหว่างประเทศ หากเกษตรกรหรือผู้ประกอบการไทยไม่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ ก็อาจมีโอกาสสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกในอนาคต แนวคิดนี้เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ คุณวชิระวิชญ์ จารุพัฒนวาณิช ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท Organic Way Corporation ที่เชื่อว่า การพัฒนาเกษตรไทยต้องเริ่มจาก “ต้นทางของการผลิต” มากกว่าการมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มเฉพาะปลายทาง เริ่มต้นจากฟาร์มเล็กๆ สู่การค้นพบ Pain Point ของเกษตรกร ก่อนก่อตั้ง Organic Way คุณวชิระวิชญ์เริ่มทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่เกษต
ในยุคที่กระแสรักสุขภาพกำลังมาแรง การเลือกทาน “ผักออร์แกนิก” กลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของคนที่ใส่ใจร่างกาย แต่ใครจะคาดคิดว่าความตั้งใจที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอย่าง “ค่าไตสูง” ได้ หากเราเข้าใจนิยามของคำว่า “ออร์แกนิก” คลาดเคลื่อนไป เมื่อไม่นานมานี้ “ต้าเหนิง – กัญญาวีร์ สองเมือง” นักแสดงสาวชื่อดังได้ออกมาแชร์ประสบการณ์เตือนภัยใกล้ตัว ที่สะท้อนให้เห็นว่า การทานผักออร์แกนิกโดยไม่ผ่านกระบวนการล้างทำความสะอาดที่ถูกต้อง ก็อาจเป็นอันตรายได้มากกว่าที่คิด ที่ออกมาแชร์ประสบการณ์สุขภาพ ป่วยหนักจากการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E) จนมีค่าตับพุ่งสูงถึง 1,400 U/L จากค่าปกติที่อยู่เพียงประมาณ 20-45 U/L กลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ทำให้หลายคนหันกลับมาตั้งคำถามกับพฤติกรรมการกินของตัวเอง หนึ่งในเรื่องที่ถูกพูดถึง คือพฤติกรรมการรับประทานผักเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะ “ผักออร์แกนิก” ที่หลายคนเชื่อว่า เมื่อเป็นออร์แกนิกแล้วก็ปลอดภัย สามารถล้างเพียงเล็กน้อย หรือบางคนถึงขั้นรับประทานสดได้ทันที แต่ความจริงแล้ว
ในวันที่ผู้คนทั่วโลกเริ่มกลับมาตั้งคำถามกับอาหารที่กินมากขึ้นว่า “มาจากไหน” “ปลอดภัยหรือไม่” และ “ใครคือคนอยู่เบื้องหลัง” น้ำผึ้งไทยกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องเล็กที่สะท้อนความจริงของโลกใบใหญ่ได้อย่างน่าสนใจ เพราะสิ่งที่อยู่ในขวดสีทองนั้น อาจไม่ได้เป็นเพียงความหวาน แต่คือเรื่องราวของผืนป่า ฤดูกาล พันธุ์ไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ไปจนถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่พยายามอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล หลายปีที่ผ่านมา คนไทยจำนวนไม่น้อยยังจดจำ “น้ำผึ้ง” ว่าเป็นของเหลวหวานๆ ที่มีรสชาติคล้ายกันทั้งหมด แต่สำหรับ คุณเบนซ์-วีรวิชญ์ อินทร์ประยงค์ เจ้าของบำรุงสุขฟาร์มและนักสะสมน้ำผึ้งไทย ใช้เวลากว่า 10 ปี เพื่อพิสูจน์ว่าน้ำผึ้งแต่ละหยดมีตัวตนเฉพาะเหมือนไวน์ชั้นดี และรสชาติที่แตกต่างกันนั้น กำลังบอกเล่าทั้งสุขภาพของป่า การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในทรัพยากรท้องถิ่นไทย “น้ำผึ้งไทย” ซับซ้อนกว่าที่คิด! จากข้อสงสัยสู่การแกะรอยรสชาติ คุณเบนซ์เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของการเดินทางในโลกน้ำผึ้ง โดยยอมรับว่าในช่วงแรกแทบไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย จนได้เข้าไปทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่สนใจความยั่งยืนด้า
คุณออน – นวลละออ เชิดเกียรติกุล อดีตมนุษย์เงินเดือนที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรเจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ 100% ภายใต้แบรนด์ “อะโรแมติก ฟาร์ม – Aromatic Farm” ในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โดยประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่การจัดการเกษตรยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะจนประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และรางวัลมากมาย เมื่อปี พ.ศ. 2561 อะโรแมติก ฟาร์ม เริ่มต้นจากธุรกิจสตาร์ทอัพขนาดเล็ก เดิมเป็นสวนมะพร้าวที่ใช้สารเคมีได้ผลผลิตปีละ 5,000 ผล หลังหันมาใช้แนวทางปฏิบัติ GAP และก้าวเข้าสู่ระบบฟาร์มอินทรีย์อย่างเต็มตัว ภายใน 3 ปี กลับได้ผลผลิตมะพร้าวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 80 แถมขายผลผลิตได้ราคาสูงขึ้นด้วย ทุกวันนี้ อะโรแมติก ฟาร์ม มีสวนของตัวเอง แต่ยังรับซื้อมะพร้าวส่วนใหญ่จากสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านอะโรแมติกฟาร์มในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อมะพร้าวน้ำหอมเผชิญวิกฤตราคาตกต่ำ เนื่องจากอะโรแมติก ฟาร์ม มีช่องทางการตลาดของตัวเอง ผลผลิตทุกผลผ่านการดูแล คัดกรองเป็นอย่างดี ผนวกกับการบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ อะโรแมติก ฟาร์ม ทำฟาร์ม
กระท่อมเล็กๆ โรงเพาะเห็ดในอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เป็นแหล่งบ่มเพาะความรู้ นวัตกรรม และแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ในการเพาะเห็ดครบวงจร โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ นั่นคือ “คุณจุ๊บ–นัยนา ยังเกิด” เจ้าของ กระท่อมเห็ด ฟาร์ม@ไทรน้อย ที่ไม่ได้มองเห็นแค่ดอกเห็ดบนก้อนเชื้อ แต่เธอมองเห็นคุณค่าและโอกาสของเห็ดทั้งในมิติอาหาร สุขภาพ และเศรษฐกิจอนาคต ทำฟาร์มเห็ดเชิงธุรกิจ เพื่อสร้างอาชีพหลังเกษียณ คุณจุ๊บ เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำฟาร์มเห็ดเริ่มมาจากที่เป็นมนุษย์เงินเดือน และทำงานประจำอยู่สถาบันการเงินแห่งหนึ่ง และได้เห็นว่าคนที่เอาเงินมาฝากบั้นปลายชีวิตแต่ละคนอยากจะกลับไปทำเกษตร ทำเป็นฟาร์มเล็กๆ คุณจุ๊บจึงได้มุมมองว่าสุดท้ายแล้วคนเราก็ต้องกลับมาหาธรรมชาติ ต่อมาได้ฟังเรื่องการทำเกษตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 และหลักเศรษฐกิจพอเพียง ยิ่งเป็นการตอกย้ำความตั้งใจในการทำเกษตรเป็นอาชีพมากขึ้น คุณจุ๊บจึงมองไปถึงในอนาคตว่าต้องเลือกทำที่เหมาะกับผู้หญิง เพราะหากจะให้ออกกลางแดดคงไม่ไหว การเพาะเห็ดจึงเป็นตัวเลือกที่คุณจุ๊บมองว่าเหมาะเพราะมีความสวย และอยู่ภายในโรงเรือ
