ข้าว
‘พาณิชย์’ พอใจผลงานปีนี้โดยเฉพาะมาตรการดูแลราคาข้าวและส่งออกได้ 9.5 ล้านตัน ตั้งเป้าปีหน้าส่งออกเกิน 10 ล้านตัน พร้อมสั่งทุกหน่วยดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ดูแลค่าครองชีพประชาชน นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ผลงานที่น่าพึงพอใจของกระทรวงพาณิชย์ ในปี 2559 ที่ผ่านมา คือการดูแลราคาข้าวให้ปรับตัวดีขึ้น เพราะมาตรการต่างๆ ที่ออกมาทั่วถึงทำให้ชาวนามีรายได้ที่เหมาะสม และราคาข้าวมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้ข้าวไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้และทำให้สามารถดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับมาได้ ทำให้ปีนี้สามารถส่งออกข้าวได้มากกว่า 9.5 ล้านตัน และคาดว่าปีหน้าจะส่งออกได้เพิ่มเป็นเกือบ 10 ล้านตัน “เช่นเดียวกับการส่งออกในปีนี้เป็นผลงานที่น่าพอใจ เพราะช่วงต้นปี 2559 การส่งออกของไทยติดลบอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงปลายปีเมื่อสถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงมาตรการในการส่งเสริมและผลักดันการส่งออก ทำให้ในช่วงปลายปีการส่งออกเริ่มกลับมาเป็นบวกมากขึ้น และคาดว่าทั้งปีน่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้เล็กน้อย” นางอภิรดี กล่าว รัฐนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวอีกว่า ส่วนในปีหน้าคาด
ดร.ภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และ ผศ.ดร.กัมปนาท เพ็ญสุภา ผอ.ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดเผยว่า ศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร (KU – OAE Foresight Center : KOFC) ได้ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ข้าวไทย ซึ่งจากการประกวด World’s Best Rice 2016 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 จัดโดย The Rice Trader ข้าวหอมไทยครองแชมป์ชนะเลิศอันดับ 1 สำหรับการประกวดดังกล่าว มีข้าวจากหลากหลายประเทศส่งเข้าประกวดมากกว่า 50 ตัวอย่าง โดยการให้คะแนนจะพิจารณาจากความสวยและความสะอาดจากตัวอย่างข้าวที่ยังไม่ได้หุง ร่วมกับการพิจารณาจากข้าวที่หุงแล้วในด้านกลิ่น รสชาติ ความเหนียวนุ่ม และรูปร่างลักษณะ ว่าอยู่ในระดับใดแล้วคิดเป็นคะแนนเฉลี่ย โดยใช้วิธีตัดสินแบบการทดสอบด้วย Blind testing (คือไม่ให้กรรมการทราบว่าเป็นข้าวของประเทศใด) และจากการประกวดที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าข้าวหอมไทย มีคู่แข่งมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมจากประเทศพม่า กัมพูชา และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยได้รับรางวัลชนะ
เมื่อเวลา 15.30 น. วานนี้ นายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยพ.ต.อ.สมพจน์ ขอมปรางค์ รักษาราชการในตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกันเปิดโครงการตำรวจไทยร่วมใจช่วยชาวนาของจังหวัดชัยภูมิ ที่บริเวณลานหน้าอาคารตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ โดยได้ทำพิธีแจกจ่ายข้าวสารให้ข้าราชการตำรวจเป็นสวัสดิการ จำนวน 29 สถานี รวมปริมาณข้าวที่แจกจ่าย 25 ตัน ซึ่งแต่ละสถานีได้นำรถตราโล่มาขนกระสอบข้าว เดินทางกลับไปยังสถานีเพื่อจำหน่ายเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ในราคากิโลกรัมละ 25 บาท พ.ต.อ.สมพจน์ กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากเห็นว่า จังหวัดชัยภูมิเป็นอีกพื้นหนึ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวประสบปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ จึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆในจังหวัดจัดโครงการ “ตำรวจไทยร่วมใจช่วยชาวนาของจังหวัดชัยภูมิ” ชึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้สามารถจำหน่ายข้าวได้ในราคาที่เหมาะสม เป็นธรรม ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ขณะเดียวกัน ก็เป็นการช่วยเหลือข้าราชการตำรวจให้ได้บริโภคข้าวสารในราคาที่เป็นจริงไม่แพงตามราคาท้องตลาด โดยการจัดโครงการฯ ครั้งนี้ ตำรวจภ
“โครงการ มข.เพื่อชาวนา” ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรชาวขอนแก่นจำหน่ายข้าวให้ผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยจะมีกลุ่มนักศึกษา (จิตอาสา) สลับสับเปลี่ยนเข้ามาช่วยชาวนาขายข้าว พร้อมอำนวยความสะดวกคัดเลือกเมล็ดข้าว บรรจุข้าวลงถุง รวมถึงกระบวนการจัดระบบการสั่งซื้อ ระบบการขาย และระบบบัญชี นอกจากนี้ยังรับจัดทำโลโก้ผลิตภัณฑ์สินค้าให้กับชาวนาซึ่งเป็นการทำงานจิตอาสาร่วมทำดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มข. นางสุบรรณ์ ผาจันดา เกษตรกรบ้านถลุงเหล็ก ต.ใหม่นาเพียง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ดีใจและประทับใจมากที่นักศึกษามาช่วยหาลูกค้าให้ ทั้งยังช่วยคัดเลือกเมล็ดที่เสียออก บรรจุลงถุง และบริหารการเงินให้ ซึ่งจะหาโอกาสดีแบบนี้ไม่ได้ ไม่เคยเห็นมาก่อน และจะกลับไปบอกพี่น้องชาวบ้านที่หมู่บ้านให้นำข้าวมาขายด้วยกัน น.ส.ปาณิสรา จวงจันทร์ นักศึกษาสาขาการตลาดชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี เล่าว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในวิชาเรียนซึ่งได้ทั้งประสบการณ์ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง อาทิ การจั
ประเทศญี่ปุ่นมองประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการผลิตอาหารทางการแพทย์ และทุ่มงบฯ ถึง 650 ล้านบาท ขยายโรงงานผลิตอาหารทางการแพทย์เพื่อเป็นศูนย์ใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย แต่ปรากฏว่า ด้านการผลิตนั้นยังขาดแคลนวัตถุดิบทางการเกษตรจากไทย โดยเฉพาะวิธีการสกัดคาร์โบไฮเดรตจากข้าว ทำให้วันนี้ประเทศไทยยังต้องนำเข้าข้าวจากประเทศในกลุ่มยุโรปเพื่อมาผลิตอาหารทางการแพทย์ จึงทำให้ต้องเร่งมองหาผู้ผลิตวัตถุดิบการเกษตรที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีการสกัดคาร์โบไฮเดรตจากข้าว เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทย และเกษตรกร รวมไปถึงการสกัดโปรตีนจากถั่วเหลือง ไทยขาดนวัตกรรมสกัดวัตถุดิบทางการเกษตร ส่งผลนำเข้าจากต่างประเทศ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่า ประเทศไทย จะเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสร้างรายได้หลักให้กับประเทศมายาวนาน แต่ผลปรากฏว่า ปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการสกัดคาร์โบไฮเดรตจากข้าว ที่นำมาใช้เป็นอาหารทางการแพทย์ ซึ่งในปี 2558 สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยถึงปีละ 300 ล้านบาท เภสัชกรวัฒนชัย อิสระเสนารักษ์ ผู้อำนวยการโรงงาน บริษัท ไทยโอซูก้า จำกัด ผู้ผลิตอาหารเสริมทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์น้ำเกลือ แล
ระหว่าง ปี 2503-2506 พม่า เป็นประเทศที่ส่งออกข้าวสูงที่สุดในโลก โดยส่งออกปีละ 1.6-1.7 ล้านตัน ต่อปี พร้อมๆ กับที่เป็นประเทศผู้ส่งออกไม้สักรายใหญ่ของโลกด้วย ปี 2505 นายพลเนวิน นำประเทศพม่าดิ่งจมลงในความถดถอย ล้าหลัง และยากจนกว่า 50 ปี อย่างน่าเศร้าใจ พม่าหายไปจากเวทีการส่งออกข้าว ทั้งที่เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว และมีลุ่มน้ำกระจายเกือบทั่วประเทศ เป็นประเทศที่เหมาะสมยิ่งแล้วสำหรับการปลูกข้าวที่ต้องใช้น้ำมากกว่าการเพาะปลูกอื่นๆ ตำแหน่งแชมป์ส่งออกข้าวของโลก เปลี่ยนมือจากพม่า มาอยู่ในมือประเทศไทยนับแต่นั้น และยาวนาน จนกาลเวลาก็กัดกร่อนให้ไทยถอยหลัง มีประเทศอื่นอย่างเวียดนามและจีนแซงหน้าไปอย่างสง่าผ่าเผยเมื่อไม่นานมานี้ บัดนี้เริ่มต้นยุคใหม่ของประชาธิปไตย ของการนำประเทศสู่ถนนที่ทอดยาวไปข้างหน้า แม้ว่าจะตามหลังเพื่อนบ้านไปไม่น้อย แต่คนพม่ารู้ซึ้งถึงความทุกข์ยากยาวนานจนยากจะท้อ โลกเฝ้ารอการกลับมาอีกครั้งของพม่า ดินแดนอุดมข้าวปลา ไม้สัก และอัญมณี แต่หลังจากกลับมาฟื้นคืนชีพใหม่ นาข้าวพม่าก็ยังไม่มากพอที่จะส่งออกเกรียงไกรอย่างทันใจ ปัจจุบัน พม่าผลิตข้าวได้ปีละ 25 ล้านตัน และเ
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณประทุม สุริยา บ้านเลขที่ 236 หมู่ที่ 2 บ้านสันป่ายาง ตำบลสันป่ายาง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 50330 อาชีพเดิมเป็นครูสอนวิชาเคมี ที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ และลาออกมาทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2540 และเป็นวิทยากรในรายการ “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พบประชาชน” ในช่วงรับราชการ คุณประทุมได้เสนองานวิจัยกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยได้ศึกษาเปรียบเทียบเกษตรกรไทยและเกษตรกรในทวีปยุโรป ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรในทวีปยุโรปไม่มีหนี้สินและมีวินัยในการใช้จ่ายเงิน ส่วนเกษตรกรของไทยทำการเกษตรอย่างไม่เป็นระบบ มีหนี้สิน คุณประทุมจึงน้อมนำพระราชดำรัสเกษตรทฤษฎีใหม่มาทดลองทำจริงในพื้นที่ของตนเอง เริ่มจากการขุดสระ ทำถนนรอบขอบแปลง แต่ยังทำการเกษตรเคมีอยู่ และได้ทำบัญชี รับ-จ่าย ในครัวเรือนควบคู่ไปด้วย เมื่อเห็นรายรับ-รายจ่าย ทำให้รู้ว่าการที่ชาวนาขาดทุนเป็นเช่นไร ถ้ายังคงใช้สารเคมีอยู่คงไปไม่รอดแน่ จึงตัดสินใจทำสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ในเชิงนิเวศและชีวบำบัด โดยใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยน้ำชีวภาพ ฮอร์โมนจากพืช และใช้วัสดุภาย
วันที่ 9 ธันวาคม 2559 น.ส.สิริมณี มณีท่าโพธิ์ อายุ 30 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 8 บ้านทุ่งน้อย ต.ท่าตาล อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ตนเองเป็นชาวนารุ่นใหม่ เริ่มต้นทำนามาตั้งแต่ปี 2552 สืบทอดอาชีพชาวนาจากพ่อแม่ ที่เสียชีวิตไปแล้ว จากเดิมที่ไม่เคยคิดที่จะทำนาเพราะลำบากรายได้น้อย จึงอยากทำอาชีพรับราชการ เพราะมั่นคงและมีเงินเดือนประจำ แต่เมื่อพ่อแม่เสียชีวิตไปแล้วไม่มีใครสืบทอดการทำนาจากพ่อแม่ตนเองจึงต้องทำ น.ส.สิริมณี กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการขายข้าวออนไลน์ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากในฤดูกาลทำนาที่ผ่านมา ตนเองและเพื่อนชาวนาในหมู่บ้าน ได้รับการติดต่อจากนายทุน ให้ปลูกข้าวหอมนิล ซึ่งนายทุนบอกว่าเป็นข้าวเพื่อสุขภาพ และกำลังได้รับความนิยมจากประชาชนผู้บริโภค โดยให้ชาวนาซื้อเมล็ดพันธุ์จากนายทุน แล้วสัญญาว่าจะรับซื้อข้าวเปลือกหอมนิลจากชาวนาในราคาตันละ 1 หมื่นบาท ซึ่งมีชาวนาหลงเชื่อลงทุนซื้อเมล็ดพันธุ์และลงทุนปลูกข้าวหอมนิลจำนวนมาก รวมทั้งตนเองด้วย แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวนายทุนกลับไม่มารับซื้อตามสัญญา ทำให้ชาวนาต่างเดือดร้อนอย่างหนักและขณะนั้นตนเองต้องดูแลแม่ที่ป่วยหนัก ต
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยเป็นล้นพ้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร ขึ้น เมื่อ 32 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เปรียบเสมือนศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรทุกด้านให้กับประชาชนนำไปพัฒนาอาชีพในพื้นที่ทำกินของตนเอง ให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น มีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจังหวัดสกลนครก่อตั้งสถานศึกษาอันเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ให้กับเยาวชน ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะพาประเทศชาติก้าวไปสู่ความมั่นคงในอนาคต ยิ่งเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจของประชาชนในจังหวัดสกลนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตสกลนคร ประกาศจัดตั้งมหาวิทยาลัยในเดือนมกราคม พ.ศ. 2548 และมีคณะที่เปิดสอนเพียง 2 คณะ ได้แก่ คณะทรัพยากรธรรมชาติ และคณะอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี แม้ว่าจะมีเพียง 2 คณะ ก็ตาม แต่การจัดการศึกษาภายในคณะไม่ได้น้อยตามไปด้วย งานชิ้นหนึ่งที่ถือเป็นความภาคภูมิใจของคณะทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นงานด้านเกษตรที่สามารถนำไปใช้
ประเทศไทย กับนา หรือข้าวนั้นเป็นของคู่กันมาแต่โบราณกาล ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ปกครองบ้านเมือง ทรงสนับสนุนการปลูกข้าวทำนาของพสกนิกร จนทำให้อยู่เย็นเป็นสุขมาโดยตลอด มีการบันทึกไว้ว่า ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ประสบภาวะข้าวยากหมากแพงจากความแห้งแล้ง มีการกักตุนข้าวเกิดขึ้น พระองค์จึงทรงตรากฎหมายเพื่อลงโทษผู้กระทำผิดด้วยการเฆี่ยน 3 ครา แล้วนำออกประจานทางน้ำ 3 วัน และทางบก 3 วัน ในรัชสมัยของสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เกิดภาวะแห้งแล้งรุนแรง พระองค์ต้องนำข้าวจากฉางหลวงออกมาจำหน่ายให้พสกนิกรในราคาถูก เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนของพสกนิกร ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เกิดภาวะฝนแล้ง ข้าวยากหมากแพงอีกครา พระองค์ต้องส่งเสริมให้พสกนิกรปลูกข้าวไร่ที่ใช้น้ำน้อย เพื่อเร่งนำมาชดเชยปริมาณข้าวที่ขาดหายไป อีกทั้งรณรงค์ให้พสกนิกรที่เป็นชาวนา หันมาสีข้าวด้วยเครื่องมือที่เคยใช้กันมา แทนที่จะหันไปซื้อข้าวสารจากร้านค้า ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกัน แสดงให้เห็นว่าในช่วงนี้เครื่องสีข้าวสมัยใ
