ข่าววันนี้ Featured

“มิตรสิบ ลิสซิ่ง” เชื่อขึ้นค่าโดยสาร ช่วยเพิ่มรายได้แท็กซี่ ธุรกิจสินเชื่อกลับมาคึกคัก

“มิตรสิบ ลิสซิ่ง” เชื่อขึ้นค่าโดยสารช่วยเพิ่มรายได้แท็กซี่ ธุรกิจสินเชื่อกลับมาคึกคัก

จากกรณี กระทรวงคมนาคม ให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่ โดยระยะเริ่มต้นกดมิเตอร์ยังคงอัตราค่าโดยสารเดิมที่ 35 บาท แต่จะมีการปรับขึ้นค่าโดยสารในระยะต่อไป คือ ระยะทางช่วง 1-10 กิโลเมตร ปรับขึ้นกิโลเมตรละ 1 บาท จาก 5.50 บาท เป็น 6.50 บาท

ส่วนระยะช่วง 10-20 กิโลเมตร ปรับขึ้นกิโลเมตรละ 50 สตางค์ จาก 6.50 บาท เป็น 7 บาท ระยะช่วง 20-40 กิโลเมตร ปรับขึ้นกิโลเมตรละ 50 สตางค์ จาก 7.50 บาท เป็น 8 บาท และระยะช่วง 40-60 กิโลเมตร ปรับขึ้นกิโลเมตรละ 50 สตางค์ จาก 8 บาท เป็น 8.50 บาท

นอกจากนี้ ยังอนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารช่วงรถติด ซึ่งรถมีอัตราความเร็วไม่เกิน 6 กม./ชม. อีกนาทีละ 1 บาท คือปรับจากนาทีละ 2 บาท เป็นนาทีละ 3 บาท

ภายหลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจง ยืนยันยังไม่ขึ้นค่าแท็กซี่! ขอศึกษาแนวทางการปรับขึ้นค่าโดยสารก่อน

คุณนิติพัทญ์ ยงค์สงวนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตรสิบ ลิสชิ่ง จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการจำหน่ายและให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ มุ่นเน้นรถยนต์สาธารณะประเภทแท็กซี่เป็นหลัก เผยว่า การขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ ผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรง คือ ผู้ที่ประกอบอาชีพขับขี่แท็กซี่ที่เรียกร้องการปรับขึ้นราคามาโดยตลอด

“ช่วงหลายปีที่ผ่านมา แท็กซี่บางกลุ่มพยายามเรียกร้องเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ในขณะที่ค่าครองชีพ ค่าข้าวปรับขึ้นจากจานละ 30-40 เป็นจานละ 50 บาท ส่วนค่าเชื้อเพลิง ซึ่งรถแท็กซี่ใช้ NGV และ LPG เป็นหลัก ซึ่งอัตราค่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นตลอด เมื่อ 5-6 ปีก่อน ขึ้นอัตราค่าโดยสารที่ใช้กันถึงปัจจุบันได้รายได้วันละ 1,000 บาท ขณะนี้รายได้เหลือแค่ 700-800 บาท ส่วนต่าง 200 หายไปกับค่าครองชีพ ทุกวันนี้รถติด ลูกค้าแต่ละวันลดลง ทำให้การรับลูกค้าไม่ต่อเนื่อง” คุณนิติพัทญ์ เผยถึงปัญหาของคนขับแท็กซี่

ส่วนทางบริษัทเอง ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายและให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ มุ่งเน้นรถยนต์สาธารณะประเภทแท็กซี่เป็นหลัก จะได้รับประโยชน์ในด้านโอกาส สามารถปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ การปรับราคา จะมีข้อเสียกับผู้โดยสาร ลูกค้าอาจชะลอการใช้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่แท็กซี่กังวลเช่นกัน

“เชื่อว่าธุรกิจการปล่อยสินเชื่อจะกลับมาคึกคักมากขึ้น เพราะจะเกิดผู้ประกอบการายใหม่ และเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการรายเก่าไม่เปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น ช่วงที่ผ่านมาปลายปี 61 ถึงต้นปี 62 ยอมรับว่าปล่อยสินเชื่อได้ยากขึ้น และบริษัทเองต้องพิจารณาลูกค้าให้มากขึ้น เพราะผู้ประกอบการมีกำลังเงินน้อยลง”

สำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท คุณนิติพัทญ์ เผยว่า สาเหตุที่มุ่งเน้นการจำหน่ายและปล่อยสินเชื่อรถยนต์รับส่งสาธารณะประเภทแท็กซี่ เพราะอาชีพขับแท็กซี่เป็นอาชีพที่สุจริต ผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ไม่มีโอกาสโตไปมากกว่านี้ อาจจะขับตั้งแต่วัยรุ่นยันสูงวัย

“ต้องยอมรับว่าบุคคลทั่วไปมองคนขับแท็กซี่ว่าต่ำต้อย เราอยากทำให้บุคคลเหล่านี้ภูมิใจในอาชีพขับรถแท็กซี่ ในขณะเดียวกันก็อยากสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจแบบเดียวกับ มิตรสิบ ลิสซิ่ง ให้ยกระดับการบริการให้ดีขึ้นกับลูกค้าที่เป็นผู้ขับขี่โดยตรง”

คุณนิติพัทญ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน มีผู้ดำเนินธุรกิจเช่นเดียวกับ บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) อยู่ประมาณ 3-4 ราย แต่ มิตรสิบ ลิสซิ่ง เองถือเป็นผู้นำ ผู้ประกอบการแท็กซี่ทุกรายรู้จัก และเคยเข้ามาใช้บริการ ในส่วนรายได้ 80-90 เปอร์เซ็นต์มาจากการจำหน่าย และดอกเบี้ยจากการปล่อยสินเชื่อแท็กซี่เป็นหลัก

นอกจากนี้ บริษัท มิตรสิบ ลิสชิ่ง จำกัด (มหาชน) ยังส่งเสริมการจำหน่ายและให้บริการปล่อยสินเชื่อ รถยนต์สาธารณะประเภทอื่น เช่น รถสองแถว รถบรรทุก และรถขนาดเล็กสำหรับขนส่งโลจิสติกส์

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว