เมื่อความรักกลายเป็นภารกิจระดับชาติ ที่รัฐบาลถึงกับต้องออกนโยบายกระตุ้นให้ประชากรวัยหนุ่มสาวออกมาพบปะ เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อสานสัมพันธ์จนเป็นคู่รักกันต่อ ลดช่องว่างอัตราการเกิดต่ำ
ตอนนี้สิงคโปร์กำลังเผชิญวิกฤตอัตราการเกิดต่ำเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขล่าสุดปี 2025 อัตราการเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate: TFR) ของประเทศร่วงลงเหลือเพียง 0.87 จากที่เคยอยู่ที่ 1.24 เมื่อสิบปีก่อน พูดง่ายๆ คือคนสิงคโปร์แต่งงานน้อยลง มีลูกน้อยลง จะด้วยภาระค่าครองชีพ ความรุนแรงของสถานกาณ์ความสงบโลก ความผิดปกติของสภาพอากาศ ทำให้คนขี้เกียจจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใคร จึงเลือกอยู่เป็นโสดมากกว่า จนรัฐบาลมีแผนจัดทำแอปหาคู่ของรัฐบาลเอง พร้อมแพ็กเกจออกค่าอาหารมื้อแรกให้ฟรี
เป็นโสดเท่ากับปัญหาระดับชาติ
สำนักงานเทคโนโลยีรัฐบาลสิงคโปร์ หรือ GovTech ได้ปล่อยแบบสำรวจผ่านแพลตฟอร์ม CrowdTask ที่ใช้รวบรวมความเห็นประชาชน เพื่อทดสอบไอเดียแอปบริการหาคู่เดตที่รัฐบาลเป็นคนพัฒนาเอง โดยไอเดียนี้เกิดจากงานแฮกกาธอน (hackathon) ประจำปีของหน่วยงาน หรืองานรวมศูนย์กลางระดับโลกสำหรับกิจกรรมด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ จัดขึ้นเป็นประจำสำหรับนักพัฒนา ผู้สร้าง AI และผู้ประกอบการ

บริการ Firstdate หาคู่สไตล์รัฐบาล
บริการนี้มีชื่อว่า Firstdate เจาะกลุ่มคนโสดอายุต่ำกว่า 35 ปี โดยมีจุดขายที่น่าสนใจดังนี้
- ผู้ใช้ต้องทำแบบทดสอบสั้นๆ ราว 10 นาที เพื่อให้ระบบจับคู่ตามความสนใจและค่านิยมที่ตรงกัน
- คู่ที่แมตช์กันจะได้รับ “มื้ออาหารฟรี” สำหรับเดตแรก จากร้านอาหารที่ทางการคัดสรรไว้ให้
- ต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ Singpass ซึ่งเป็นระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลของสิงคโปร์ เพื่อป้องกันปัญหาบัญชีปลอมหรือแคทฟิช
สโลแกนของบริการนี้ก็โดนใจไม่น้อย นั่นคือ “เราดูแลเดตแรกให้คุณ ไม่มีของปลอม ไม่มีดราม่า”
อยู่ในแผนยังไม่ได้เปิดตัวจริง
อย่างไรก็ดี ถึงแม้ไอเดียจะดูล้ำและจริงจัง แต่โฆษกของ GovTech ออกมาชี้แจงว่าโปรเจ็กต์นี้ยังอยู่ในขั้นสำรวจเบื้องต้นเท่านั้น และยังไม่มีอะไรถูกยืนยันอย่างเป็นทางการ เพราะในแต่ละปีมีไอเดียแบบนี้เกิดขึ้นนับร้อยๆ โปรเจ็กต์จากงานแฮกกาธอน แต่ส่วนใหญ่ก็ไปไม่ถึงขั้นพัฒนาจริง แถมแบบสำรวจก็ถูกถอดออกจาก CrowdTask ไปแล้วด้วย
ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลลงมาเป็นแม่สื่อ
จริงๆ แล้วสิงคโปร์เล่นบทแม่สื่อมานานแล้ว ย้อนกลับไปปี 1984 รัฐบาลเคยตั้ง Social Development Unit (SDU) ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้บัณฑิตจบใหม่ได้พบปะและแต่งงานกัน ก่อนจะเปลี่ยนชื่อและปรับรูปแบบมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายปิดตัวไปในปี 2023
ต่อมารัฐบาลก็ปรับกลยุทธ์ให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น เช่น การจัดงาน For Real Fest เทศกาลสำหรับกลุ่ม Gen Z ที่เริ่มในปี 2024 เพื่อแก้ปัญหาความเหงาของคนรุ่นใหม่ โดยในปี 2025 ผู้ร่วมงานยังได้รับสายรัดข้อมือเรืองแสงที่บอกสถานะว่า “เปิดรับความรัก” หรือ “ขอเป็นฝ่ายถูกทัก” ได้ด้วย
แม้แต่การท่องเที่ยวก็ยังโดนดึงมาช่วยเรื่องความรัก อย่างแคมเปญ “Aunties, Not Algorithms” ที่คณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์เปิดรับสมัครคนโสดชาวอเมริกันมาจับคู่เดตที่สิงคโปร์ โดยให้อาตี๋อาซ้อตัวจริงเสียงจริง (นักแสดงตลก นักโหราศาสตร์ และนักแสดงหญิง) เป็นคนเลือกคู่ให้แทนอัลกอริทึม พร้อมมอบทริป 4 คืนที่สิงคโปร์รวมตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และคลาสทำอาหารกับเชฟระดับมิชลิน
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลสิงคโปร์มองปัญหาอัตราการเกิดต่ำเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ ถึงขั้นยอมทุ่มงบมาช่วยจ่ายค่าเดตแรกให้ประชาชน และแม้ไอเดีย Firstdate จะยังไม่คลอดออกมาเป็นแอปจริง แต่ก็สะท้อนแนวโน้มที่หลายประเทศในเอเชียที่กำลังเผชิญปัญหาประชากรสูงวัย ไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจได้เห็นนโยบายทำนองนี้เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยด้วยก็เป็นได้
อ้างอิง : straitstimes, independent, mustsharenews
