กลายเป็นเรื่องกระหึ่มโซเชียลจากการจอดรถขวางหน้าบ้าน เกิดเหตุการณ์ทุบรถ จนกลายเป็นการแก้ปัญหาครั้งใหญ่ข้อพิพาทระหว่างตลาดและบ้านป้าทุบรถไปแล้วนั้น ก็ยังพบว่าปัญหาการจอดกีดขวางยังสร้างปัญหาให้กับคนอื่นๆ อยู่ดี
โดยล่าสุด พบว่าโลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Kittisak Poltaklang ซึ่งได้แชร์ภาพที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “หนักกว่าจอดขวางบ้านป้าขวานซิ่ง อันนี้จอดขวางทางเข้าออกโรงเรียน รถตู้รับส่งเข้าไม่ได้ รถติดยาวหลายร้อยเมตร ทางเข้าออกมีทางเดียว นักเรียน ผปค สรรเสริญเป็นเสียงเดียวกัน รร. ศรีเอี่ยม บางนา เห็นว่าจอดบ่ายสอง ตอนถ่ายจะบ่ายสี่ รถตู้คันเเรกต้องรอคันสุดท้ายออกก่อน ถึงจะไปส่งลูกหลานเขาได้ 7-3-2561 15.30 ฎรXXXX กรุงเทพมหานคร #พ่อมึงนอนตัวเย็น #คนเ_ย2018”
Latest Posts
เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่า “ภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป” แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงรุนแรง แต่เมื่อเกิดเหตุ สิ่งที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่เพียงอาคาร บ้านเรือน หรือระบบสาธารณูปโภค หากแต่รวมถึงระบบบริการสุขภาพที่อาจเข้าถึงได้ยากในช่วงเวลาวิกฤต ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงการเตรียมเพียงอาหาร น้ำดื่ม หรือไฟฉาย แต่ต้องรวมถึง “การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ” เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองและคนในครอบครัวได้ในช่วงเวลาที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง “เมื่อเกิดภัยพิบัติ โรงพยาบาลอาจมีผู้ป่วยจำนวนมาก ถนนอาจถูกตัดขาด ร้านขายยาอาจปิดชั่วคราว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังอยู่กับเราเสมอ คือความรู้และทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว” ดร.สุภาภรณ์ กล่าว ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยโชคดีที่มีสมุนไพรเป็น “เสบียงสุขภาพ” กระจายอยู่ในทุกชุมชน หลายชนิดปลูกอยู่ในรั้วบ้าน อยู่ในสวนครัว หรือหาได้จากตลาดใกล้บ้าน ไม่ว่าจะเป็น ขิง สำหรับบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และช่วย
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
อยากเปิดร้าน “แซนด์วิชฟาร์มเฮ้าส์” มาทางนี้! เริ่มต้นง่ายๆ ไม่มีประสบการณ์ก็ทำได้ บอกทุกขั้นตอนตั้งแต่เลือกทำเล-ฝึกอบรม ใครหลายคนคงคุ้นเคยกับเพลง “ฟาร์มเฮ้าส์…สดใหม่ทุกเช้า ฟาร์มเฮ้าส์หอมกรุ่นจากเตา” เป็นอย่างดี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นแบรนด์ขนมปังอันดับ 1 ในใจคนไทย ด้วยความอร่อย สดใหม่ และราคาเข้าถึงง่าย นอกจากขนมปังแล้ว ฟาร์มเฮ้าส์ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ด้วยแฟรนไชส์แซนด์วิชที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แซนด์วิช เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และอร่อย ทำให้แซนด์วิชกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับมื้ออาหารหลากหลายมื้อ ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือแม้แต่ของว่างระหว่างวัน ดังนั้น การลงทุนแฟรนไชส์แซนด์วิชฟาร์มเฮ้าส์ จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ ด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่ง การสนับสนุนจากทางบริษัท และสูตรเด็ดเฉพาะของฟาร์มเฮ้าส์ ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจแซนด์วิชเป็นเรื่องง่ายและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง แฟรนไชส์คนไทย ร้อยสาขา จัดโปร ลงทุน 0 บาท เงินประกัน เลิกขายได้คืน โ
“การได้เห็นแม่มีความสุข…ผมก็มีความสุข” “Happy Mum Happy Me” คาเฟ่ย่านนวมินทร์ 42 มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ลูกชายอยากจะเติมเต็มความฝันของแม่ที่อยากเปิดร้านอาหาร จึงทำการรีโนเวตบ้านร้าง 20 ปี ให้กลับมาสดใสอีกครั้ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ คุณกุ๊ก-อำนวยสินธุ์ พุกรักษา ลูกชายที่ตั้งใจทำร้านนี้ให้กับ แม่กุ้ง-วรนุช แซ่ปั่ง ผู้ที่รักในการทำอาหาร ใส่ใจในทุกจาน เพื่อทำให้คนที่แวะเวียนมา รู้สึกเหมือนได้มาทานข้าวที่บ้าน เป็นรสมือแม่ ซึ่งตลอด 5 ปีที่ผ่านมาร้านนี้เป็นเหมือนการเติมไฟให้กับวัยเกษียณให้กับแม่กุ๊ก เพราะความสุขของแม่คือการทำอาหารให้ลูกๆ ทาน พิกัด : Happy Mum Happy Me ซอยนวมินทร์ 42เวลาทำการ : อังคาร-อาทิตย์ 09.30-17.30 น. (ปิดวันจันทร์)


