Exclusive
หลายคนอาจมองว่า ใบไม้ที่ร่วงอยู่ใต้ต้น หรือพืชที่ปลูกอยู่ริมรั้วบ้าน เป็นเพียงสิ่งธรรมดาที่ไม่มีมูลค่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว พืชหลายชนิดที่อยู่ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นใบมะละกอ ใบมะม่วง ใบฝรั่ง ใบมะนาว ไปจนถึงไม้ดอกหลากหลายชนิดที่ปลูกไว้เพื่อความสวยงาม ล้วนเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ตลาดสมุนไพรและอุตสาหกรรมสุขภาพยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพราะในสายตาของผู้ที่เข้าใจตลาดสมุนไพรแล้ว “ใบไม้ทุกใบมีมูลค่า” เพียงแต่ต้องรู้ว่าจะนำไปต่อยอดอย่างไร วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปรู้จัก ‘อาชีพรับซื้อสมุนไพร’ กับ คุณนุช–ณิชาดา กิตติโชติธนกุล เจ้าของ “ณิชาดา บ้านสมุนไพร63” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก แต่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์สมุนไพร ชาชง หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจำนวนมาก ล้วนต้องอาศัยเครือข่ายผู้รวบรวมวัตถุดิบจากเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศ ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูป จุดเริ่มต้นของหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มักไม่ได้เกิดจากความต้องการกำไรสูงสุด แต่เกิดจาก “ทางรอด” ของชีวิต เช่นเดียวกับเรื่องราวของธุรกิจสมุนไพรแห่งนี้ ที่เริ่มต้นจากวินาทีที่ชีวิตเกือบถึงทางตัน เมื่อ R
ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา ในยุคที่ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ขยะอาหาร” กลายเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่หลายภาคส่วนต้องเผชิญ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีปริมาณขยะมูลฝอยสูงถึงหลายล้านตันต่อปี และมากกว่าครึ่งหนึ่งคือขยะอินทรีย์จากเศษอาหารในครัวเรือน ร้านอาหาร และภาคการเกษตร ขยะเหล่านี้ หากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม มักกลายเป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็น การเน่าเสีย และการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อนโดยตรง แต่ในอีกมุมหนึ่ง “ขยะอาหาร” ไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่หลายคนคิด หากได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี ก็สามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นของที่มีประโยชน์ใช้ภายในบ้านได้ และนี่คือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมฝีมือของคนไทยที่ชื่อว่า “ชูชก” วันนี้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับอีกหนึ่งตัวอย่างของเกษตรกรนักคิด ผู้ต่อยอดไอเดียสู่การลงมือทำจริง จนสามารถพลิก “ขยะ” ให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าได้อย่างน่าทึ่ง กับ คุณทวีศักดิ์ อ่องเอี่ยม หรือ “พี่ปื๊ด” เจ้าของ “บางกระเจ้าฟาร์ม” ตำบลบางยอ จังหวัดสมุทรปราการ เรื่องราวของเขาไม่ใช่เพียงการทำเกษตร แต่คือการสร้างแนวทางใหม่ในการจัดการท
น้องโฟกัส สาวน้อยวัย 16 ไม่อายทำกิน สู้แดดขับรถดำนาแบ่งเบาภาระพ่อ เก็บเงินเรียนสัตวแพทย์ เผย ไม่รู้สึกอายเพราะเป็นอาชีพสุจริต ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หลังทราบเสียงชื่นชมจากชาวบ้านถึงความกตัญญูของ น.ส.สุภัชชา อนุตโร หรือ น้องโฟกัส อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนช่องพรานวิทยา เยาวชนสู้ชีวิตที่ใช้เวลาว่างจากการเรียนไปรับจ้างดำนา ลุยโคลนเพื่อหาเงินช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว เมื่อไปถึงพบน้องโฟกัสพร้อมครอบครัว และเพื่อนเกษตรกรสมาชิกกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเขานม ต่างกำลังช่วยกันม้วนต้นกล้าข้าว เตรียมขนย้ายขึ้นรถกระบะไปผืนนาของเกษตรกรที่ว่าจ้างดำนา หลังจากไปถึงไม่รอช้า น้องโฟกัสก็กระโดดขึ้นรถดำนาคู่ใจขับลุยโคลนปักต้นกล้าดำนาด้วยความตั้งใจ ท่ามกลางแสงแดดจ้า โดยมีคุณพ่อที่คอยช่วยบรรจุต้นกล้าใส่เครื่องดำนา เพียงไม่นานก็แล้วเสร็จ ต้นกล้าถูกปักดำอยู่บนแปลงอย่างเป็นระเบียบสวยงาม พร้อมเจริญเติบโตต่อไป น้องโฟกัสเปิดเผยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ตั้งแต่เล็กจนโต พ่อต้องทำงานหนักและเหนื่อยเพื่อครอบครัวมาโดยตลอด จึงพยายามตั้งใจเรียนและช่วยเหลืองานบ้านเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก่อนหน้า
“ไตรโคเดอร์มา” เป็นเชื้อราที่พบทั่วไปในดิน เศษซากพืช ซากสัตว์ อินทรียวัตถุ และบริเวณระบบรากพืชซึ่งบางสายพันธุ์มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรค และส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ทำให้ระบบรากพืชสมบูรณ์ แข็งแรง สามารถหาอาหารได้มาก ส่งผลให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดี เชื้อราไตรโคเดอร์มา เป็นเชื้อราที่มีสปอร์สีเขียวเข้ม เจริญได้ดีในดินที่มีอินทรียวัตถุทำลายเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรคพืชหลายชนิด ซึ่งเชื้อราไตรโคเดอร์มาใช้ในการป้องกันการเกิดโรค ดีกว่าใช้เพื่อการรักษาโรค เชื้อราไตรโคเดอร์มา ควบคุมโรคอะไรบ้าง เชื้อราไตรโคเดอร์มา เป็นเชื้อราที่ยับยั้งการเจริญเติบโตและทำลายเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิด ดังนี้ 1. เชื้อราพิเทียม ทำให้เกิดรากเน่า โคนเน่า โรคยอดเน่าของต้นกล้าในพืชไร่ 2. เชื้อราไฟท็อปทอร่า ทำให้เกิดรากเน่าโคนเน่าในไม้ผล 3. เชื้อสคลอโรเทียม หรือราเม็ดผักกาด ทำให้เกิดโรคกล้าไหม้ โรคเหี่ยวในพืชผัก 4. เชื้อราฟิวซาเรียม ทำให้เกิดโรคเหี่ยวในพืชผัก 5. เชื้อราไรซ็อกโตเนีย ทำให้เกิดโรคเน่าคอดินในพืชผัก เชื้อราไตรโคเดอร์มา ทำลายโรคพืชได้อย่างไร 1. เป็นปรสิตต่อเชื้อโรคพืช โดยสร้างเส้นใยพันรัดเส้นใยโรคพืช และเจริญแท
“แดรี่โฮม” ชื่อนี้คงคุ้นหูคนไทยมานานหลายสิบปีในฐานะผู้บุกเบิกตลาดนมออร์แกนิกในประเทศไทย จากวันแรกที่หลายคนยังไม่คุ้นเคยกับคำว่า “ออร์แกนิก” วันนี้ “แดรี่โฮม” ได้พิสูจน์แล้วว่าการทำธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่เพียงแต่สร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและผูกพันกับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง จากฟาร์มเล็กๆ ที่มีแนวคิดไม่เหมือนใคร “แดรี่โฮม” ไม่ได้แค่ผลิตนม แต่ได้สร้าง “อาณาจักร” แห่งการทำเกษตรอินทรีย์ที่ใส่ใจทั้งคนเลี้ยง วัว และสิ่งแวดล้อม กลายเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตคนไทย และเป็นสัญลักษณ์ของนมทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ทุกคนไว้วางใจมาโดยตลอด คุณพฤฒิ เกิดชูชื่น ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร แดรี่โฮม ตั้งอยู่ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เปิดบทสนทนากับ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” และ “เส้นทางเศรษฐี” ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นและจริงจัง แบบฉบับของเกษตรกรรุ่นเก๋าผู้มีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย สะท้อนวิสัยทัศน์ของเขาที่ไม่ใช่เพียงแค่การทำธุรกิจเพื่อแสวงหากำไร พร้อมกับเล่าความเป็นมาที่กว่าจะเป็น “แดรี่โฮม” ที่ทุกคนรู้จักกันในวันนี้ต้องผ่านการล้มลุกคลุกคลานอะไรมาบ้าง “แดรี่โฮม เริ่มต้นเมื่อประมาณ 26
ในวันที่โลกไม่ได้ขาดแคลนอาหาร แต่กำลังโหยหาความหมายที่ซ่อนอยู่ในอาหารมากกว่าเดิม คำถามสำคัญของภาคการเกษตรไทย อาจไม่ใช่จะผลิตได้มากแค่ไหน แต่คือจะทำอย่างไรให้ผู้คนยินดีจ่ายมากขึ้นให้กับสิ่งที่ผลิตออกมา ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เกษตรกรไทยถูกสอนให้เพิ่มผลผลิต ขยายพื้นที่ปลูก ลดต้นทุน และแข่งขันกันด้วยจำนวน แต่เมื่อผลผลิตล้นตลาด ราคากลับตกต่ำ วงจรเดิมจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วปัญหาอยู่ที่การผลิตน้อยเกินไป หรือเราอาจกำลังมองข้าม “คุณค่า” ที่ซ่อนอยู่ในผลผลิตเหล่านั้น หนึ่งในผู้ที่มองเห็นคำตอบของเรื่องนี้อย่างชัดเจน คือ อาจารย์ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ นักปั้นแบรนด์และนักออกแบบภาพลักษณ์ธุรกิจอาหาร ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยวเกษตรยั่งยืน แห่ง Karb Studio เจ้าของรางวัลออสการ์อาหารโลก Gourmand Awards ต่อเนื่องกว่า 20 ปี รวม 27 รางวัล ผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “Local สู่ เลอค่า” จนกลายเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนต้นทุนท้องถิ่นให้กลายเป็นมูลค่าระดับสากล เกษตรไทยไม่ขาดศักยภาพ แต่ขาดยุทธศาสตร์สร้างคุณค่า สำหรับอาจารย์ขาบ ปัญหาสำคัญของภาคเกษตรไทย ไม่ใช่การขาดศักยภาพใน
วันนี้อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องความอร่อย แต่โดดเด่นด้วยนวัตกรรม คุณภาพ มาตรฐาน และความคิดสร้างสรรค์ มาร่วมเจาะลึกอนาคตอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทย ที่กำลังได้รับความสนใจจากเวทีโลก ผ่านมุมมองของ คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร (CEO) ของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจรระดับโลก ควบคุมคุณภาพได้ตั้งแต่ต้นน้ำจรดปลายน้ำ ตั้งแต่การวิจัยพันธุกรรมสัตว์ ธุรกิจอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ในระบบปิดที่ทันสมัย ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม ความยั่งยืน และคุณภาพความปลอดภัยระดับสากล สถานการณ์ตลาดโลก ทุกประเทศเริ่มคิดถึง ความมั่นคงทางอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ หากตัวเองทำไม่ได้ ไม่มีพื้นที่เพียงพอในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ก็มองหาพาร์ตเนอร์ที่ไว้ใจได้ เรื่องสิ่งแวดล้อมแม้มองดูว่าจะดร็อปลงไป เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แต่จริงๆ แล้วประเทศในโซนยุโรปก็ยังคงเดินหน้าเหมือนเดิม แต่เพราะมี Crisis อาจจะเลื่อนการบังคับใช้ออกไปบ้าง ทุกวันนี้ ผู้คนทั่วโลก
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา “ผำ” หรือไข่น้ำ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งที่คนไทยรู้จักกันมากขึ้น ในฐานะหนึ่งในพืชอาหารที่มีโปรตีนสูง และถูกจับตามองในฐานะทางเลือกใหม่ด้านความมั่นคงทางอาหารของโลก แต่ในอนาคต บทบาทของผำอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเป็นซูเปอร์ฟู้ดเท่านั้น หากยังมีศักยภาพก้าวสู่การเป็น “พืชคาร์บอนต่ำ” ที่สอดรับกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ด้วยคุณสมบัติที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตรวดเร็ว ใช้น้ำน้อยเมื่อเทียบกับพืชหลายชนิด และสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผำจึงถูกมองว่าเป็นพืชแห่งอนาคตที่อาจมีบทบาททั้งในมิติอาหาร สิ่งแวดล้อม และการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีรอยเท้าคาร์บอนต่ำ มากขึ้นเรื่อยๆ ดร.อันนา ปาจรียางกูร Co-Founder ของ Dr. WellnessX ฟาร์มผำแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2021 บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการในรูปแบบฟาร์มระบบกึ่งปิด โดยใช้บ่อขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 8 เมตร จำนวน 13 บ่อ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระบบเพาะเลี้ยงผำขนาดใหญ่ของประเทศไทย สามารถ
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านพามาทำความรู้จักกับ เรื่องราวของ “คุณวิลาศ จุลกัลป์” หรือ “ลุงวิลาศ” เจ้าของ Wasunthara Eatery Farm บ้านวสุนธารา จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอสันทราย กระแสดังโอมากาเสะดอกไม้ ศิลปะกินได้ ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นเชฟ หรือเกษตรกรมืออาชีพ แต่เริ่มจาก “ความตั้งคำถามกับชีวิต” “วสุนธารา” มาจากคำว่า “วสุ” ที่แปลว่าแผ่นดิน และ “ธารา” ที่แปลว่าน้ำ สะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตที่พึ่งพาธรรมชาติ – ดิน น้ำ และฟ้า – เปรียบเสมือน “ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ” ที่ต้องดูแลด้วยใจ จากลูกชาวนา สู่คนเมือง และการกลับมาที่มุ่งมั่น ลุงวิลาศ เล่าว่า ปัจจุบันอายุ 61 ปี เป็นชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอไชยา เติบโตมาในครอบครัวชาวนา แต่ในวัยเด็กกลับไม่อยากเดินตามเส้นทางเดิม เพราะมองว่าชีวิตเกษตรกรเต็มไปด้วยความลำบาก จึงตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสร้างชีวิตใหม่ ทำงานด้าน แปลเอกสารและงานหนังสือ ใช้ชีวิตแบบคนเมืองที่ “ทุกอย่างต้องซื้อ” ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือปัจจัยพื้นฐานต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป การใช้ชีวิตในเมือง รวมถึงข้อมูลด้านสุขภาพ ทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อเห็นแนวโน้มของคนไทยที่ป่วยด
เวลาเลือกซื้อผักตามแผงตลาด หลายคนมักมองข้ามผักที่มีรอยหนอนกัดหรือดูไม่สวยงาม และเลือกหยิบผักหน้าตาดีแทน แต่รู้ไหมว่า ‘ผักขี้เหร่’ ที่หลายคนมองข้ามนั้น ไม่เพียงมีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่าผักสวยๆ แต่ยังสามารถสร้างรายได้ได้ดีไม่แพ้กันอีกด้วย วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน ขอพาทุกคนไปรู้จักกับ คุณแพทตี้-ปิตุพร ภูโชคศิริ เจ้าของ Hug Hed Farm อดีตเชฟมืออาชีพในต่างประเทศ ที่ตัดสินใจหันหลังให้ครัวเมืองนอก กลับมาปลูกผักออร์แกนิกในบ้านเกิด จนสามารถต่อยอดความสำเร็จ ส่งผักสดคุณภาพสู่ชั้นวางในห้างได้อย่างภาคภูมิใจ หลายคนอาจสงสัยว่า อาชีพเชฟที่มีรายได้ดี ทำไมถึงเลือกเปลี่ยนเส้นทางมาทำเกษตร? คุณแพท เล่าว่า “ตอนที่ทำงานเป็นเชฟอยู่ต่างประเทศ มีช่วงวันหยุดยาวประมาณ 3-4 เดือน ก่อนเริ่มงานใหม่ เลยตัดสินใจกลับบ้าน และลองทำโรงเห็ดเล็กๆ หลังบ้าน คิดแค่ว่าจะปลูกเห็ดขายเล่นๆ ระหว่างพักงาน แล้วค่อยกลับไปทำงานตามแผนเดิม แต่ตอนนั้นเป็นเพียงความคิดเริ่มต้นเท่านั้น” ช่วงที่กลับมาอยู่บ้านตรงกับช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนแผนกลับไปทำงานต่างประเทศออกไป จากนั้นจึงเริ่มต้นทำเกษตรอินทรีย์ โดยมองว่าโรคระบาดครั
