ประมง
“ สาริกาฟาร์ม 4 ” จังหวัดฉะเชิงเทรา นับเป็นต้นแบบของการเลี้ยงกุ้งบ่อเล็ก ขนาด 1 ไร่ (1,600 ตรม.) ที่มีแนวทางลดต้นทุน เพิ่มผลกำไร โดยการลด ละ เลิกใช้สารเคมี และยาปฏิชีวนะ เลือกใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ของกรมประมงภายในฟาร์ม ทำให้สัตว์น้ำแข็งแรง อัตราการรอดสูง ทนต่อความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ดีแล้ว ยังพบสารอินทรีย์ตกค้างในพื้นบ่อเพาะเลี้ยงน้อยลงกว่าเดิม ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น สามารถเพาะเลี้ยงกุ้งโดยไม่มีการถ่ายน้ำ ทำให้ต้นทุนต่ำ มีผลกำไรมากขึ้น เฉลี่ยพื้นที่ 1 ไร่ กำไร1ล้าน ทำฟาร์มผลิตกุ้งคุณภาพดี ทั้งใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม คุณชาลี จิตรประสงค์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งฉะเชิงเทรา เจ้าของกิจการสาริกาฟาร์ม4 สะสมประสบการณ์ในการเพาะเลี้ยงกุ้ง มากว่า 30 ปี เขามุ่งมั่นที่จะผลิตกุ้งคุณภาพดี สด สะอาด ปลอดภัยไร้สารตกค้าง จำหน่ายภายในประเทศและส่งออก ขณะเดียวกันก็ใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ ยกระดับบริหารจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบจนได้รับมาตรฐาน Aquaculture Stewardship Council (ASC) ซึ่งเป็นมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ของสหภาพยุโรป ปัจจุบ
สัตว์เลี้ยงสวยงามที่โด่งดังในตอนนี้คงหนีไม่พ้นกุ้งแคระ หากกล่าวถึงกุ้งแคระ คงไม่มีใครไม่รู้จักสัตว์เลี้ยงสวยงามที่มีสีสันสดใสและหลากหลาย ในกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยงสวยงามนิยมเลี้ยงกุ้งแคระในตู้ไม้น้ำ เพื่อเพิ่มสีสันและความสดใสให้กับตู้ไม้น้ำ หรือบางคนอาจจะเลี้ยงในตู้โชว์เพื่อชมความสวยงาม และผู้คนส่วนมากมักเลี้ยงให้อยู่เป็นฝูง เพราะการเลี้ยงเป็นฝูงทำให้กุ้งแคระมีสีที่สวยมากยิ่งขึ้น กุ้งแคระเป็นสัตว์สวยงามที่มีการเลี้ยงดูง่าย บ้างก็เลี้ยงเพื่อให้รักษาความสะอาดของตู้ปลา หรือที่นิยมเลี้ยงในตู้ไม้น้ำเพื่อให้กุ้งแคระกินพืชไม้น้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ นอกจากกุ้งแคระนั้นไม่ต้องให้อาหารบ่อยแล้ว ยังช่วยรักษาความสะอาดภายในตู้เลี้ยงอีกด้วย คุณณรงค์วิชฌ์ มหาโชติ หรือ คุณโต้ง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ถือว่าเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่อยู่ในวงการสัตว์เลี้ยงสวยงามมาเป็นระยะเวลาหนึ่งที่นานพอสมควร จนกระทั่งปัจจุบัน ประกอบอาชีพเจ้าของกุ้งแคระ BB Farm คุณณรงค์วิชฌ์ พูดถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนเองเข้ามาสู่วงการกุ้งแคระ โดยเริ่มแรก มีอาชีพเป็นโปรแกรมเมอร์ของบริษ
ในยุคที่เกษตรกรจำนวนมากต่างมองหาอาชีพที่สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน การเลี้ยงปลานิลในบ่อดินถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่หลายคนเริ่มให้ความสนใจ เพราะลงทุนไม่สูงมาก ดูแลไม่ยุ่งยาก และมีตลาดรองรับตลอดทั้งปี เช่นเดียวกับ “คุณเจริญชัย หวังครอบกลาง” เกษตรกรตำบลละหาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ที่เริ่มต้นจากศูนย์ เคยทำงานในเมืองใหญ่ รวมถึงไปทำงานต่างประเทศ ก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านเกิด เพื่อสร้างชีวิตใหม่จากผืนน้ำและผืนดินของตนเอง จากเพียงบ่อทดลองหนึ่งบ่อในปี 2550 วันนี้สามารถพัฒนาเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้ครอบครัวอย่างมั่นคง ด้วยการจัดการบ่ออย่างมีระบบ การให้อาหารที่เหมาะสมและการทำตลาดอย่างหลากหลาย จนกลายเป็นต้นแบบการเลี้ยงปลาบ่อดินที่บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งต้นทุนและผลผลิต คุณเจริญชัย เล่าให้ฟังว่า กว่าจะได้มาทำเกษตรเหมือนเช่นทุกวันนี้ เริ่มแรกได้เข้าไปในเมืองใหญ่เพื่อทำงานในโรงงานต่างๆ และต่อมาได้มีโอกาสไปทำงานยังต่างประเทศ โดยในช่วงนั้นสามารถเก็บเงินและนำมาซื้อที่ดินเป็นของตนเองได้ การทำงานต่างประเทศครั้งนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้มีแหล่งเงินทุนของตนเองมากขึ้น เมื่อ
“ปลา” เป็นอาหารประเภทเนื้อที่ดูจะปลอดภัยต่อสุขภาพมากที่สุด แม้คุณสมบัติของเนื้อปลาจะเอื้อประโยชน์ต่อสุขภาพก็ตาม แต่ผู้บริโภคบางรายหรืออาจจะเริ่มเป็นกลุ่มใหญ่มากขึ้นที่แสวงหาแหล่งผลิตปลาที่มีคุณภาพด้วยอีกทาง “ชานนท์ฟาร์ม” ตั้งอยู่ เลขที่ 29 หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยสะแก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ นับเป็นอีกแห่งที่ผลิตปลาคุณภาพออกขาย ที่ว่าคุณภาพเพราะฟาร์มปลาแห่งนี้เน้นเลี้ยงปลาตามแนวทางธรรมชาติหลายชนิดมาเนิ่นนานจวบจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการผลิตอาหารเองจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ การบริหารจัดการบ่อปลาอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพ สมบูรณ์ แล้วไม่เคยประสบปัญหาปลาติดโรคจนตาย อีกทั้งแนวทางนี้ยังช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงปลาได้มาก ขณะเดียวกันยังเพิ่มมูลค่าปลาด้วยการนำมาแปรรูปอีกหลายชนิด สร้างความสนใจต่อตลาดผู้บริโภค โดยมี คุณชานนท์ คะชานันท์ หรือ คุณโบ้ ทายาทที่ตั้งใจร่ำเรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์ประมง เพื่อหวังเข้ามาสานอาชีพเลี้ยงปลาต่อจากพ่อที่เลี้ยงปลาขายมานานกว่า 20 ปี มีปลาที่เลี้ยง อาทิ ปลานิล ปลาตะเพียน และปลายี่สก ฯลฯ เป็นการเลี้ยงตามแบบวิถีชาวบ้าน ด้วยการให้อาหารจากธรรมชาติเพียงอ
ปลาหลด หรือ ปลาหลดจุด เป็นปลาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ลำคลอง หนอง และบึง ปลาสายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดทั้งในประเทศไทย พม่า เวียดนาม และอินเดีย ในบ้านเราปลาหลดจะรู้จักกันดีในการนำมาประกอบอาหารเพื่อบริโภคเป็นส่วนใหญ่ เมนูที่รู้จักกันดีคือ ปลาหลดตากแห้ง หรือปลาหลดเค็ม จัดได้ว่าเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว สมัยก่อนปลาหลดค่อนข้างที่จะหาได้ง่ายตามแหล่งน้ำธรรมชาติ เมื่อต้องการบริโภคก็สามารถที่จะไปหาซื้อได้จากตลาดนัด ต่อมาจำนวนปลาชนิดนี้เริ่มมีน้อยลง จึงทำให้การหาซื้อมาบริโภคไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค จึงทำให้ราคาปลาหลดที่จำหน่ายก็สูงตามไปด้วย จากปริมาณที่ลดน้อยนี้เองทำให้มีผู้ที่สนใจเพาะพันธุ์เพื่อเป็นการค้า อย่างน้อยถ้าไม่มากพอสำหรับการบริโภคแต่ละฤดูกาล ก็ยังเป็นการเพาะพันธุ์เพื่อให้ผู้สนใจทั่วไปได้นำไปเลี้ยงเชิงอนุรักษ์ต่อได้ คุณต่อศักดิ์ เล็กชัยรัตน์ หรือ คุณต่อ อาศัยอยู่ที่ตำบลนิคมกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ศึกษาการเลี้ยงปลาหลดมากพอสมควร โดยก่อนหน้านี้เขาได้เห็นถึงปัญหาว่าปลาหลดในแหล่งน้ำธรรมชาติเริ่มลดน้อยลง จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขา
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “หอยแครง” เป็นหอยสองฝาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของประเทศไทย เนื่องจากเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ราคาจำหน่ายสูงถึง 120-150 บาทต่อกิโลกรัม โดยเกษตรกรนิยมเลี้ยงในพื้นที่ชายฝั่งด้วยการเก็บลูกพันธุ์จากธรรมชาติมาหว่านเลี้ยง ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยง 1–2 ปี จึงเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อจำหน่าย สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรเป็นอย่างดี แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการจับลูกพันธุ์หอยแครงจากธรรมชาติจำนวนมาก ประกอบกับสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเลที่เสื่อมโทรม ส่งผลให้ปริมาณลูกพันธุ์หอยแครงในธรรมชาติลดลงอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ 2530 กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ได้เป็นหน่วยงานที่บุกเบิกการศึกษาวิจัยเพื่อเพาะพันธุ์และอนุบาลหอยแครงสำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของงานวิจัยเพาะพันธุ์หอยแครง ในประเทศ แต่ด้วยขณะนั้นกำลังการผลิตลูกพันธุ์จากโรงเพาะฟักยังไม่เพียงพอและมีต้นทุนสูง จึงเน้นการปล่อยเสริมในธรรมชาติเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ปัจจุบันได้มีการนำเข้าลูกพันธ
การเลี้ยงปลาช่อน เดี๋ยวนี้แตกต่างกว่าสมัยก่อนมาก คือมีการใช้อาหารเม็ดมากขึ้น ทำให้การเลี้ยงเป็นแบบมาตรฐานจีเอพี (GAP) ซึ่งทำให้ปลาที่เลี้ยงมีความสะอาด เพราะน้ำที่เลี้ยงไม่เน่าเสีย เพราะฉะนั้นตัวปลาก็สามารถทำราคาเพิ่มได้ เพราะมีที่มาที่ไป โดยสามารถตรวจสอบกระบวนการผลิตได้หมด ว่าเป็นลูกปลารุ่นไหน มีการเพาะพันธุ์ และการเลี้ยงอย่างไร ซึ่งเป็นการช่วยทำตลาดให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้น ทำให้วางห้างสรรพสินค้า และส่งออกยังต่างประเทศได้ เชื่อว่ายังมีโอกาสที่ดีในอนาคต ปลาช่อน นับได้ว่าเป็นปลาน้ำจืดที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เรียกง่ายๆ ว่า ถ้าไปตามร้านอาหารแล้วเมนูที่เกี่ยวกับปลาช่อน จะต้องมีอยู่ในเมนูของร้านกันเลยทีเดียว เช่น ปลาช่อนเผา แกงส้มแปะซะปลาช่อน ตลอดไปจนถึงผัดฉ่า หรือแม้แต่ต้มยำก็อร่อย เมื่อมองถึงเรื่องของการตลาดแล้ว นับได้ว่าอนาคตของปลาชนิดนี้ยังไปได้อีกไกล เพราะวิธีการเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยากอย่างสมัยก่อน และที่สำคัญตลาดยังเป็นที่นิยม ผู้บริโภคที่ชื่นชอบกินเนื้อปลาช่อน สามารถกินได้บ่อยๆ ในราคาที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับสมัยก่อน คุณขจร เชื้อขำ บ้านเลขที่ 51/3 หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยคันแหลน อำเภอวิเ
นอกจากตลาดปลาเนื้อที่ใช้บริโภคจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยแล้ว อีกด้านของตลาดปลาสวยงามก็มีมูลค่าในการจำหน่ายไม่แพ้กัน ซึ่งปลาสวยงามได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา เลี้ยงเป็นสิ่งสวยงามประดับตกแต่งบ้านเรือนหรือบางรายเลี้ยงเสริมฮวงจุ้ยตามความเชื่อ จึงทำให้เกษตรกรที่เพาะพันธุ์ปลาสวยงามมีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการของลูกค้าที่มีความชอบหลากหลาย คุณกำพล สร้อยแสง อยู่บ้านเลขที่ 25/9 หมู่ที่ 3 ตำบลปากแรต อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี หันมายึดอาชีพเพาะพันธุ์ปลาทอง โดยก่อนหน้านี้อาชีพเกี่ยวกับการประมงไม่ได้อยู่ในความคิดของเขาเลย แต่ด้วยสภาวะหลายๆ ด้าน จึงได้ตัดสินใจยึดเป็นอาชีพ เน้นเพาะลูกปลาทองส่งออกต่างประเทศ สามารถสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากอาชีพช่างกล สู่ชีวิตเกษตรกร คุณกำพล เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ยังเด็กก็เห็นครอบครัวยึดอาชีพเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามมาตลอด แต่ช่วงนั้นเขาก็เพียงแต่ช่วยงาน และยังไม่ได้ยึดที่จะทำเป็นอาชีพ เมื่อจบการศึกษาได้ออกไปทำงานเกี่ยวกับด้านช่างกล เพราะเบื่อกับงานด้านเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม มองว่าเห็นมาตั้งแต่เด็กจนโต จึงยังไม่อย
การเลี้ยงกบยังเป็นอาชีพที่หลายคนสนใจ เพราะกบเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เลี้ยงง่าย กินง่าย โตเร็ว สามารถเลี้ยงโดยไม่จำกัดพื้นที่ ขยายพันธุ์ได้เอง จับขายได้เงินทันที ขณะเดียวกันตลาดผู้บริโภคกบในตอนนี้ให้ความสนใจมากทั้งในและต่างประเทศ เพราะเนื้อกบมีไขมันน้อย เหมาะกับการนำไปปรุงอาหารหลายประเภท เช่น กบทอดกระเทียม กบย่างรมควัน กบผัดใบกะเพรา ยำกบ กบผัดเผ็ด จึงเกิดอาชีพเลี้ยงกบทั้งเป็นรายได้เสริมและรายได้หลัก ในบรรดาสายพันธุ์กบที่เลี้ยงเป็นอาชีพ ขณะนี้มีทั้งพันธุ์ต่างประเทศและพื้นเมือง โดยแต่ละพันธุ์มีข้อดีและด้อยต่างกัน การเลือกสายพันธุ์กบจึงถือเป็นข้อพิจารณาของผู้เลี้ยงที่เน้นความต้องการของตลาดเป็นสำคัญ แต่ส่วนมากแล้วผู้เลี้ยงดึงเอาลักษณะเด่นของแต่ละพันธุ์ออกมาพิจารณาควบคู่กับความต้องการของตลาด รวมทั้งต้นทุนในการเลี้ยง คุณประเชิน-คุณตุ้งหนิง อินทร์สิงห์ คู่สามี-ภรรยา ที่มีบ้านพักอยู่ เลขที่ 108/1 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ประสบความสำเร็จจากการเพาะเลี้ยงกบเป็นอาชีพมานานกว่า 18 ปี ด้วยการใช้พันธุ์กบพื้นบ้าน เนื่องจากเลี้ยงง่าย แข็งแรง ตัวใหญ่ ต้นทุนน้อย โตเร็ว มีจำหน่ายท
เมื่อ “กบ” กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีคนบริโภคกันมากขึ้น การจับกบในวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมจึงกลายมาเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ เป็นลำเป็นสันให้กับผู้เพาะเลี้ยง การเพาะเลี้ยงกบ เป็นอาชีพการเกษตรทางด้านการประมงอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะกบเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เลี้ยงง่าย กินอาหารน้อย เจริญเติบโตเร็ว ต้นทุนการผลิตต่ำ ใช้เวลาเลี้ยงสั้น สามารถบริโภคได้ตั้งแต่ระยะลูกอ๊อด ลูกกบเล็กไปจนถึงกบขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศมีความต้องการกบเพื่อการบริโภค และเพื่อใช้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบัน มีผู้นำกบไปเพาะขยายพันธุ์และเลี้ยงได้จนประสบความสำเร็จ ทั้งยังมีผู้สนใจในอาชีพการเลี้ยงกบเป็นจำนวนมาก การเลี้ยงกบขนาดใหญ่นั้นจะใช้เวลาเลี้ยง ประมาณ 3-4 เดือน จึงจะได้กบขนาดที่ตลาดต้องการ (4-6 ตัวต่อกิโลกรัม) ต้นทุนที่สำคัญส่วนหนึ่งมาจากการที่ต้องซื้อลูกกบมาเพาะเลี้ยงต่อ ซึ่งถ้าเกษตรกรสามารถขยายพันธุ์กบได้เอง ก็จะช่วยลดต้นทุนลงไปได้มาก การขยายพันธุ์ลูกกบต้องอาศัยความชำนาญในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ การปล่อยกบลงผสมและการวางไข่ การเพาะฟักไข่กบ และการอนุบาลลูกอ๊อด แต่ก็ไม่ยากเก
