เกษตรรอบด้าน
ในวันที่สภาพแวดล้อมกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวและการใช้สารเคมีต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน “ดิน” ซึ่งเป็นหัวใจของการผลิตอาหารในประเทศไทยกลับเสื่อมโทรมลงอย่างน่าเป็นห่วง มีในหลายพื้นที่ของประเทศประสบปัญหาดินแข็ง ดินทราย น้ำไม่ซึม รากพืชเดินไม่ได้ ส่งผลให้ผลผลิตลดลงทุกปี ขณะที่เกษตรกรต้องเพิ่มปริมาณปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงเพื่อให้ได้ผลผลิตเท่าเดิม ในท่ามกลางความเปราะบางของผืนดินนี้ มีเสียงของคนรุ่นใหม่ที่ลุกขึ้นมาชวนให้ “เริ่มต้นใหม่กับธรรมชาติ” เสียงของ คุณเจน-เจนนิเฟอร์ อินเนส-เทเลอร์ หรือที่รู้จักกันดีในช่องทางออนไลน์ “น้องเจนทำฟาร์ม” อินฟลูเอนเซอร์สาวผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “เกษตรฟื้นฟู” (Regenerative Agriculture) ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยเป้าหมายไม่ใช่เพียงปลูกให้ได้ผลผลิต แต่คือการปลูกเพื่อให้ธรรมชาติมีชีวิตอีกครั้ง เกษตรฟื้นฟู คืออะไร? ทำไมต้องเริ่มตอนนี้ คุณเจน เล่าว่า “เกษตรฟื้นฟู” คือแนวทางการทำเกษตรที่ไม่เพียงเลิกใช้สารเคมี แต่ไปไกลกว่านั้น คือการคืนชีวิตให้ระบบนิเวศในดินกลับมาทำงานอีกครั้ง แนวคิดนี้เกิดจากการตระหนักว่าระบบการผลิตอาหารในปัจจุบัน กำลังทำลายทรัพยากรพื
เมื่อโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ การลดก๊าซเรือนกระจกจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แม้แต่ในฟาร์มปศุสัตว์ที่เป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับผู้คนทั่วโลก ก็ยังมีโอกาสนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยเฉพาะการลดก๊าซมีเทนจากกระบวนการย่อยอาหารของวัว ซึ่งนอกจากจะเป็นอีกแนวทางในการลดภาวะโลกร้อนแล้ว ยังอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากอาหารและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การพัฒนาวิธีลดมีเทนที่ใช้ได้จริง มีต้นทุนเหมาะสม และไม่เพิ่มภาระให้กับเกษตรกรมากเกินไป คุณเอก-อัครพล ธนวัฒนาเจริญ CEO & Co-Founder ของ Locol Company เป็นหนึ่งในผู้ที่มองเห็นโอกาสนี้ จากประสบการณ์การทำงานที่ออสเตรเลีย สู่ความตั้งใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดก๊าซมีเทนสำหรับปศุสัตว์ไทย โดยเลือกศึกษาและนำสารจากโกโก้มาต่อยอดเป็นอาหารเสริมสำหรับวัว พร้อมพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการใช้งานในฟาร์ม ทั้งวัวนมและวัวเนื้อ เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่เพียงการลดก๊าซเรือนกระจก แต่ยังมุ่งให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากการเลี้ยงสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ภาคปศ
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความกังวลเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมากขึ้น หลายภาคส่วนมีการส่งเสริมองค์ความรู้และการปลูกพืชพลังงานอย่างจริงจัง ไผ่นับเป็นอีกพืชที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากเติบโตเร็ว ให้ชีวมวลปริมาณมาก สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ อีกทั้งยังมีความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และเพิ่มความสมดุลให้ระบบนิเวศ จึงนับเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนในระยะยาว คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ เป็นตัวอย่างของเกษตรกรยุคใหม่ ที่มองไผ่ในมิติของธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้สามารถสร้างรายได้จากไผ่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน คุณประสานเล่าว่า เริ่มปลูกไผ่มาตั้งแต่ปี 2547 หรือกว่า 20 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้นเคยทำทั้งพืชไร่และไม้ผล โดยเฉพาะส้มโชกุน ควบคู่กับการรับราชการ แต่พบว่าพืชหลายชนิดต้องใช้เงินลงทุนสูง ต้องดูแลใกล้ชิด แล
LATEST NEWS
จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตรมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ให้คำแนะนำ และเร่งดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพและดำเนินการผลิตทางการเกษตรได้โดยเร็ว นายกฤษ อุตตมะเวทิน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัย ช่วงระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 18 ตุลาคม 2569 จากข้อมูลรายงานเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 56 จังหวัด เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ประมาณ 1.7 แสนราย พื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบ จำนวน 1.831 ล้านไร่ ขณะนี้ดำเนินการสำรวจแล้ว 50 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 39.1 เกษตรกรได้รับผลกระทบ 51,689 ราย พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย ประมาณ 431,872.36 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่นาข้าว ประมาณ 333,785.49 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 73,552.36 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้น 24,224.9 ไร่ และคาดการณ์ว่าจะสำรวจและให้การช่วยเหลือแล้วเสร็จในช่วงเดือนธันวาคม 2569 โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจะเร่งสำรวจและดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง สำหรับเกษตรกรที่ไ
ในวันที่สภาพแวดล้อมกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวและการใช้สารเคมีต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน “ดิน” ซึ่งเป็นหัวใจของการผลิตอาหารในประเทศไทยกลับเสื่อมโทรมลงอย่างน่าเป็นห่วง มีในหลายพื้นที่ของประเทศประสบปัญหาดินแข็ง ดินทราย น้ำไม่ซึม รากพืชเดินไม่ได้ ส่งผลให้ผลผลิตลดลงทุกปี ขณะที่เกษตรกรต้องเพิ่มปริมาณปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงเพื่อให้ได้ผลผลิตเท่าเดิม ในท่ามกลางความเปราะบางของผืนดินนี้ มีเสียงของคนรุ่นใหม่ที่ลุกขึ้นมาชวนให้ “เริ่มต้นใหม่กับธรรมชาติ” เสียงของ คุณเจน-เจนนิเฟอร์ อินเนส-เทเลอร์ หรือที่รู้จักกันดีในช่องทางออนไลน์ “น้องเจนทำฟาร์ม” อินฟลูเอนเซอร์สาวผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “เกษตรฟื้นฟู” (Regenerative Agriculture) ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยเป้าหมายไม่ใช่เพียงปลูกให้ได้ผลผลิต แต่คือการปลูกเพื่อให้ธรรมชาติมีชีวิตอีกครั้ง เกษตรฟื้นฟู คืออะไร? ทำไมต้องเริ่มตอนนี้ คุณเจน เล่าว่า “เกษตรฟื้นฟู” คือแนวทางการทำเกษตรที่ไม่เพียงเลิกใช้สารเคมี แต่ไปไกลกว่านั้น คือการคืนชีวิตให้ระบบนิเวศในดินกลับมาทำงานอีกครั้ง แนวคิดนี้เกิดจากการตระหนักว่าระบบการผลิตอาหารในปัจจุบัน กำลังทำลายทรัพยากรพื
1. ที่มาการพัฒนาพันธุ์กะเพรา “แก้วจุรี 01–04” การวิจัยและพัฒนากะเพราพันธุ์ใหม่ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ “แก้วจุรี 01–04” มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตอาหารของบริษัท ซีพีแรม จำกัด โดยมีแนวทางการเพาะปลูกภายในโครงการ “เกษตรกรคู่ชีวิต” ซึ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 20 ปี โครงการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการรับซื้อใบกะเพราจากเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากระบวนการเพาะปลูก การควบคุมคุณภาพ และการสร้างความร่วมมือกับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ แปลงเพาะปลูกของเกษตรกรในโครงการส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงาน ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวและขนส่งใบกะเพราสดเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาความสดใหม่ คุณภาพ และความปลอดภัยของวัตถุดิบ ตลอดจนส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตได้มีรสชาติและคุณภาพที่สม่ำเสมอ 2. การพัฒนาพันธุ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างประโยชน์แก่เกษตรกร การพัฒนากะเพราสายพันธุ์ใหม่ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอาหา
เมื่อโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ การลดก๊าซเรือนกระจกจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แม้แต่ในฟาร์มปศุสัตว์ที่เป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับผู้คนทั่วโลก ก็ยังมีโอกาสนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยเฉพาะการลดก๊าซมีเทนจากกระบวนการย่อยอาหารของวัว ซึ่งนอกจากจะเป็นอีกแนวทางในการลดภาวะโลกร้อนแล้ว ยังอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากอาหารและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การพัฒนาวิธีลดมีเทนที่ใช้ได้จริง มีต้นทุนเหมาะสม และไม่เพิ่มภาระให้กับเกษตรกรมากเกินไป คุณเอก-อัครพล ธนวัฒนาเจริญ CEO & Co-Founder ของ Locol Company เป็นหนึ่งในผู้ที่มองเห็นโอกาสนี้ จากประสบการณ์การทำงานที่ออสเตรเลีย สู่ความตั้งใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดก๊าซมีเทนสำหรับปศุสัตว์ไทย โดยเลือกศึกษาและนำสารจากโกโก้มาต่อยอดเป็นอาหารเสริมสำหรับวัว พร้อมพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการใช้งานในฟาร์ม ทั้งวัวนมและวัวเนื้อ เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่เพียงการลดก๊าซเรือนกระจก แต่ยังมุ่งให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากการเลี้ยงสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ภาคปศ
สูตรลับจากฟาร์ม
ปัญหาปุ๋ยเคมีแพง ทำให้เกษตรกรจำนวนมากหันใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ ปรับปรุงบำรุงดินกันมากขึ้น แต่ทุกวันนี้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่นิยมนำมูลสัตว์ไปใช้เป็นวัตถุดิบทำพลังงานก๊าซชีวภาพกันมากขึ้น ทำให้มูลสัตว์เข้าสู่ตลาดน้อยลง ไม่เพียงพอต่อการนำมาเป็นปุ๋ยเพาะปลูกพืช ดังนั้น กรมพัฒนาที่ดินจึงส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกปุ๋ยพืชสด ทดแทนการใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ ทั้งนี้ ปุ๋ยพืชสดมีให้เลือกปลูกหลายชนิด ขึ้นอยู่กับสภาพดินแต่ละแห่ง หากเป็นดินดอนแนะนำให้ปลูกถั่วพร้า ถั่วมะแฮะ ถั่วพุ่ม ส่วนพื้นที่ลุ่มเป็นดินเค็ม ให้ปลูกโสนอัฟริกัน สำหรับพื้นที่ดินทรายควรปลูกปอเทือง เหมาะกับพื้นที่นาในภาคอีสาน ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นดินปนทราย ปอเทืองเป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่งที่ขึ้นได้ดีทั้งพื้นที่ดอนและที่ลุ่มไม่มีน้ำขัง เป็นพืชที่ทนความแห้งแล้งได้ในดินเลว สามารถสร้างธาตุอาหารได้เอง โดยเฉพาะไนโตรเจน จึงปลูกเป็นพืชที่ใช้เป็นปุ๋ยพืชสดได้ดีกว่าพืชอื่น อีกทั้งปอเทืองปลูกได้ถึง 2 ครั้ง คือ เริ่มปลูกตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมจนถึงปลายเดือนสิงหาคม และปลูกหลังการทำนาประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน การนำปอเทืองมาปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดและไ
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “น้ำส้มมะปี๊ดเข้มข้น” ต่อยอดมะปี๊ด ผลไม้ตระกูลส้มที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยรสเปรี้ยวและกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากจังหวัดจันทบุรี สู่ผลิตภัณฑ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสเสน่ห์ของผลไม้พื้นถิ่นไทยในรูปแบบใหม่ พร้อมสะท้อนแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร ผ่านการรับซื้อผลผลิตจากวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ที่ดอยคำให้การดูแล เพื่อเชื่อมโยงผลผลิตจากชุมชนสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และตลาดผู้บริโภค “มะปี๊ด” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ส้มจี๊ด” เป็นผลไม้ตระกูลส้มขนาดเล็ก เมื่อสุกจะมีสีเหลืองอมส้ม โดดเด่นด้วยรสเปรี้ยวจัดจ้าน กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ สำหรับชาวจันทบุรี มะปี๊ดเป็นวัตถุดิบที่มีบทบาทในวิถีอาหารท้องถิ่น โดยนิยมนำมาใช้ปรุงรสอาหารแทนมะนาว อาทิ น้ำพริกเกลือ (น้ำจิ้มซีฟู๊ด) อาหารทะเล เครื่องดื่มที่ต้องการรสเปรี้ยวหอมเป็นพิเศษ ดอยคำ จึงนำเอกลักษณ์ของมะปี๊ดมาต่อยอดเป็น “น้ำส้มมะปี๊ดเข้มข้น” โดยรับซื้อผลผลิตจากวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ที่ดอยคำดูแล เพื่อนำมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มโอกาสให้ผลไม้พื้นถิ่นเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แนวทางดังกล่าวสะท้อนกา
ต้นอ่อนทานตะวัน (Sunflower Sprout) มีโปรตีนสูงกว่าถั่วเหลือง มีวิตามินเอ และวิตามินอีสูง บำรุงสายตา ผิวพรรณและชะลอความชรา มีวิตามิน บี 1 บี 6 โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 โอเมก้า 9 ซึ่งช่วยบำรุงเซลล์สมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) และธาตุเหล็กสูง นอกจากนี้ ในเมล็ดทานตะวัน 100 กรัม จะให้พลังงานแก่ร่างกาย 500 กิโลแคลอรี โปรตีน 23 กรัม ไขมัน 50 กรัม แคลเซียม 14.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 19 กรัม สังกะสี 5 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 690 มิลลิกรัม ไขมันที่อยู่ในเมล็ดทานตะวันจะเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว ประกอบด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี วิตามินอี และไนอะซิน ต้นอ่อนทานตะวันหรือเมล็ดทานตะวันงอกใช้เป็นอาหารสุขภาพ มีกลิ่นหอมคล้ายใบบัวบก รสหวานกรอบ รับประทานได้ทั้งสด เช่น จิ้มน้ำพริก เป็นผักสลัด หรือปรุงเป็นอาหาร เช่น ผัดน้ำมันหอย แกงจืด แกงส้ม ใส่ในก๋วยเตี๋ยวแทนถั่วงอก หรือนำมาปั่นเป็นน้ำผักดื่ม ก็จะได้น้ำผักสีเขียวเข้ม กลิ่นหอม แต่ควรดื่มก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง ตอนท้องยังว่างอยู่ จะมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เพราะมีวิตามินและเอนไซม์สูง ต้นอ่อนทานตะวัน เพาะได้ไม่ยาก การเพาะต้นอ่อนทานตะวันทำได้ไม่ยาก
NEWS
จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตรมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ให้คำแนะนำ และเร่งดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพและดำเนินการผลิตทางการเกษตรได้โดยเร็ว นายกฤษ อุตตมะเวทิน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัย ช่วงระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 18 ตุลาคม 2569 จากข้อมูลรายงานเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 56 จังหวัด เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ประมาณ 1.7 แสนราย พื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบ จำนวน 1.831 ล้านไร่ ขณะนี้ดำเนินการสำรวจแล้ว 50 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 39.1 เกษตรกรได้รับผลกระทบ 51,689 ราย พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย ประมาณ 431,872.36 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่นาข้าว ประมาณ 333,785.49 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 73,552.36 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้น 24,224.9 ไร่ และคาดการณ์ว่าจะสำรวจและให้การช่วยเหลือแล้วเสร็จในช่วงเดือนธันวาคม 2569 โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจะเร่งสำรวจและดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง สำหรับเกษตรกรที่ไ
1. ที่มาการพัฒนาพันธุ์กะเพรา “แก้วจุรี 01–04” การวิจัยและพัฒนากะเพราพันธุ์ใหม่ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ “แก้วจุรี 01–04” มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตอาหารของบริษัท ซีพีแรม จำกัด โดยมีแนวทางการเพาะปลูกภายในโครงการ “เกษตรกรคู่ชีวิต” ซึ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 20 ปี โครงการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการรับซื้อใบกะเพราจากเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากระบวนการเพาะปลูก การควบคุมคุณภาพ และการสร้างความร่วมมือกับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ แปลงเพาะปลูกของเกษตรกรในโครงการส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงาน ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวและขนส่งใบกะเพราสดเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาความสดใหม่ คุณภาพ และความปลอดภัยของวัตถุดิบ ตลอดจนส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตได้มีรสชาติและคุณภาพที่สม่ำเสมอ 2. การพัฒนาพันธุ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างประโยชน์แก่เกษตรกร การพัฒนากะเพราสายพันธุ์ใหม่ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอาหา
27 ตุลาคม 2569 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการสุดสร้างสรรค์ “DECODING THE BLOOM รหัสลับของดอกไม้ : อ่านผ่านจากวรรณคดี มองด้วยวิทยาศาสตร์ สัมผัสด้วยศิลปะ” ณ หอศิลป์ร่วมสมัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ อาคาร วช.8 ชั้น 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นับเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ของงาน “NRCT Forum 2026” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 67 ปี โดยมี รศ.ดร.น้ำฝน ไล่สัตรูไกล จากสมาคมเพื่อการพัฒนาศิลปะและหัตถศิลป์ไทย เป็นผู้กล่าวรายงานความเป็นมาของนิทรรศการภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง พลเอกวินัฐ อินทรสุวรรณ และ Mr. Rentaro Nishimura จาก Kingston School of Art เข้าร่วมในพิธีเปิดและร่วมชื่นชมผลงาน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ได้กล่าวถึงแนวคิดสำคัญในการจัดงานครั้งนี้ว่า ดอกไม้ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่าง “วรรณคดี” ที่ใช้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก “วิทยาศาสตร์” ที่ไขความลับของธรรมชาติ และ “ศิลปะ” ที่ช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ นิท
ฟาร์มล้ำ
ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะ “โลกเดือด” ซึ่งทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น จากภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทำให้เกิดความแปรปรวนของธรรมชาติที่ควบคุมได้ยาก ทั้งปัญหาฝนทิ้งช่วง น้ำท่วมขัง ภัยแล้ง และความร้อนที่เพิ่มขึ้นทำให้พืชโตช้า การติดดอกและพัฒนาการตาดอกลดลง รวมถึงการสะสมอาหารในพืชลดลง นอกจากนี้ สภาพอากาศที่แปรปรวนเอื้อให้โรคพืช แมลง และวัชพืชแพร่พันธุ์ได้เร็วขึ้น ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อภาคการเกษตร การผลิตอาหาร และระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง ปลูกพืชได้ทุกฤดูกาลด้วยนวัตกรรมโรงเรือนอัจฉริยะ เนื่องในโอกาสครบรอบ “67 ปี วช. ต่อยอดองค์ความรู้ เชิดชูผลงานนักวิจัย ขับเคลื่อนอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท หัวหน้าศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเป็นคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำเสนอแนวคิดสู้โลกรวนด้วยนวัตกรรมโรงเรือนอัจฉริยะ ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กรุงเทพมหานคร รศ.ดร.พีระศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบันภาคการเกษตรต้องเผชิญความท
ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะเศษอาหารและผลไม้ที่เน่าเสีย นับเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการจัดการขยะในชุมชน เนื่องจากเมื่อขยะเหล่านี้เกิดการย่อยสลาย จะปล่อยสารระเหยที่ก่อให้เกิดกลิ่นรบกวน ยิ่งในสภาพอากาศร้อนและชื้น ปัญหาดังกล่าวอาจยิ่งรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ล่าสุด ทีมนักวิจัยจากประเทศจีนได้พัฒนานวัตกรรม “ฝาถังขยะพลังงานแสงอาทิตย์” ที่อาศัยพลังงานจากแสงแดดร่วมกับวัสดุตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี เพื่อช่วยสลายสารบางชนิดที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าจากภายนอกในการกระตุ้นกระบวนการทำงานของวัสดุ ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจในการนำพลังงานสะอาดมาประยุกต์ใช้กับระบบจัดการขยะในอนาคต เปลี่ยนแสงแดดเป็นพลังงาน จัดการกลิ่นขยะด้วยนวัตกรรมทางเคมี งานวิจัยดังกล่าวนำโดย จินหลง หวัง (Jinlong Wang) จากมหาวิทยาลัยครูหัวจง (Central China Normal University) ประเทศจีน โดยมีเป้าหมายพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถลดสารก่อกลิ่นซึ่งเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการย่อยสลายของขยะ โดยเฉพาะขยะประเภทเศษอาหารที่พบได้ทั่วไปตามครัวเรือนและพื้นที่สาธารณะ หัวใจสำคัญของนวัตกร
Norfolk Healthy Produce บริษัทนวัตกรรมเกษตร ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์มะเขือเทศสีม่วงภายใต้แบรนด์ “Purple Bliss” ในประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในเฟสใหม่ของการขับเคลื่อนเทคโนโลยีมะเขือเทศดัดแปรพันธุกรรมที่มีสารสีม่วงเข้มออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ การเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่นี้ เป็นผลสำเร็จจากการทำงาร่วมกันนานกว่า 3 ปี ระหว่าง Norfolk และพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง All Aussie Farmers ซึ่งส่งผลให้มะเขือเทศ Purple Bliss ได้รับการตอบรับอย่างถล่มทลายจากผู้บริโภคชาวออสเตรเลีย จนสินค้าถูกซื้อไปหมดเกลี้ยงแผงภายในสัปดาห์แรกของการวางจำหน่าย สำหรับกลุ่มผู้ผลิตโรงเรือนปลูกพืชเชิงพาณิชย์ การเปิดตัวในครั้งนี้ได้ตอกย้ำถึงศักยภาพในการผสานวิถีการเพาะปลูกมะเขือเทศแบบดั้งเดิม เข้ากับนวัตกรรมการยกระดับสายพันธุ์ให้มีความโดดเด่นและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ของผู้บริโภค ทั้งในด้านคุณค่าทางโภชนาการ รูปลักษณ์ที่ดึงดูดสายตา และอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานยิ่งขึ้น ทางด้าน เอมิล เรอดองต์ (Emile Redant) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Norfolk Healthy Produce เปิดเผยว่า มะเขือเทศสายพันธุ์ “Empress Purpl
TRENDY
Latest post from Technology Chaoban
อื่นๆ
เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนกลายเป็นความท้าทายสำคัญของสังคม เยาวชนไทยรุ่นใหม่กำลังแสดงให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถนำไปสู่แนวทางแก้ไขปัญหาที่จับต้องได้ ผ่าน 5 ผลงานนวัตกรรมจากทีมผู้ชนะ โครงการ Better Futures Project 2026 อนาคตใกล้ฉัน 2026 ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อาทิ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ที่นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน มาประยุกต์ใช้เพื่อรับมือกับปัญหาสำคัญ ตั้งแต่ขยะอาหารในเมืองท่องเที่ยว ขยะพลาสติกในทะเล การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ไปจนถึงการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตสินค้าชุมชน สะท้อนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์แนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จากยางกล้วยป่าสู่ผ้ามัดย้อมธรรมชาติ ผสานคณิตศาสตร์เพิ่มมูลค่าภูมิปัญญาพัทลุง เริ่มต้นจากผลงานระดับอุดมศึกษา “ยางกล้วยป่า X คณิตศาสตร์ GSP ล็อกสีธรรมชาติป้องสิทธิชุมชน คื
สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยขอเชิญชวนสื่อมวลชน เกษตรกร ภาคเอกชน และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมรับฟังการเสวนา “ผ่าร่าง พ.ร.บ. พันธุ์พืชใหม่ : UPOV 1991 ปลดล็อกนวัตกรรม หรือจำกัดสิทธิเกษตรกร” วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30–12.00 น.ณ ห้องประชุมธีระ สูตะบุตร ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยากร– นางสาวธิดากุญ แสนอุดม ผอ.กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร– ศาสตราจารย์ ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช และพันธุศาสตร์ข้าว และที่ปรึกษาอาวุโสและที่ปรึกษาผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์– นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย– ดร.บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย (THASTA)– รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์การค้าสากล และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ดำเนินรายการโดย นางสาวอัจฉราวรรณ์ สุวรรณสมบัติ (เพจเกษตรสัญจร) ลงทะเบียนเข้าร่วมฟังเสวนาและแสดงความคิดเห็นได้ที่https://forms.gle/c49dpZxdAkKr
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจชั้นนำของไทย เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกร คู่ค้า และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมวางแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด ครอบคลุมการสนับสนุนอาหารและสิ่งของจำเป็น การรับคืนอาหารสัตว์ที่เสียหาย และการประสานงานซ่อมแซมอุปกรณ์ภายในฟาร์ม เพื่อให้เกษตรกรซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของห่วงโซ่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตเคียงข้างเกษตรกร ทั้งในช่วงการดำเนินงานตามปกติและในยามเผชิญวิกฤต สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ TFM ได้ร่วมกับเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในหลากหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อแบ่งเบาภาระและสนับสนุนการฟื้นตัวของฟาร์มและชุมชน โดยบริษัทได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็น รวมถึงส่งมอบผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องซีเล็คกว่า 10,000 ชุด แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย และประสานงานซ่อมแซมมอเตอร์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้เกษตรกรสามารถก
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้ารุกตลาดอาหารเจรับเทศกาลกินเจปี 2569 “อร่อยได้บุญ สุขใจทุกคำ” ชู วีจีฟอร์เลิฟ (VG for Love) อร่อยง่าย…ไม่มีเนื้อสัตว์ ด้วยเมนูยอดนิยมข้าวกะเพราหมูกรอบวีแกน และเมนูใหม่ในปีนี้ อย่างสปาเก็ตตี้ขี้เมาหมูกรอบวีแกนและข้าวผัดพริกหน่อไม้เจ ประเดิมที่งานประเพณีงานเจเยาวราช ระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม รวม 9 วัน 9 คืน พร้อมประเดิมเมนูใหม่ “เจด ดราก้อน x ดีน่า”ที่นำนมถั่วเหลืองดีน่ามารังสรรค์เป็นไส้ซาลาเปา รวมถึง “เลอแปง” เบเกอรี่สดใหม่ อร่อยง่ายได้ทุกที่ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคทุกกลุ่ม ตลอดเทศกาล ได้ที่ 7-Eleven, Makro, Lotus’s และร้านค้าชั้นนำ กว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ ต่อยอดเมนูเทศกาลสู่ “อาหารที่กินได้ทุกวัน” ซีพีแรมมองว่าตลาดอาหารเจปี 2569 กำลังเปลี่ยนผ่านจากการบริโภคตามเทศกาล (Seasonal Consumption) สู่อาหารทางเลือกในชีวิตประจำวัน (Everyday Consumption) ฐานผู้บริโภคขยายจากผู้ถือศีลกินเจ ไปสู่ผู้ใส่ใจสุขภาพ และกลุ่ม Flexitarian ที่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ โดยยังให้น
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ต้อนรับเทศกาลกินเจ 2569 ระหว่างวันที่ 10-18 ตุลาคมนี้ ชวนคนไทยมาร่วมกินเจ อร่อยได้บุญ สุขใจทุกคำ ด้วยเมนูเจ ที่มาพร้อมรสชาติอร่อย คุณค่าทางโภชนาการ และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ในราคาคุ้มค่า ตอบโจทย์ทั้งสายสุขภาพที่มองหาทางเลือกอาหารที่หลากหลาย ใส่ใจสุขภาพ และสายบุญที่ตั้งใจถือศีลกินเจตลอดเทศกาล ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในปีนี้คือ วีจีฟอร์เลิฟ (VG for Love) แบรนด์อาหาร Plant-Based ที่ อร่อยง่าย…ไม่มีเนื้อสัตว์ ให้รสชาติและสัมผัสใกล้เคียงเนื้อสัตว์จริง นำทีมด้วยเมนูยอดนิยมข้าวกะเพราหมูกรอบวีแกน และเมนูใหม่ในปีนี้ อย่างสปาเก็ตตี้ขี้เมาหมูกรอบวีแกน และข้าวผัดพริกหน่อไม้เจ “เจด ดราก้อน x ดีน่า” เมนูใหม่จากเจด ดราก้อน (Jade Dragon) ที่นำนมถั่วเหลืองดีน่ามารังสรรค์เป็นไส้ซาลาเปา ผสานความหอมกลมกล่อมของธัญพืช 3 รสชาติ ทั้งซาลาเปาไส้นมถั่วเหลืองผสมน้ำนมข้าวไรซ์เบอร์รี่, ซาลาเปาไส้นมถั่วเหลืองผสมงาดำ และซาลาเปาไส้นมถั่วเหลืองผสมจมูกข้าวญี่ปุ่น อุดมด้วยโปรตีนจากพืช ใยอาหาร และสารอาหารจากธัญพืชครบถ้วน และ “เลอแปง” เบเกอ
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ร่วมกับหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และภาคีเครือข่าย จัดโครงการ “ส่งต่อรอยยิ้ม” ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง วาสนา พัฒนพีระเดช รองประธานกรรมการและเลขานุการหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. และ นายวรวุฒิ กุลแก้ว เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร. เข้าร่วมพิธีและเยี่ยมชมการให้บริการประชาชนอย่างใกล้ชิด ณ ห้องประชุมหนุมาน 1 อาคารสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บริเวณสะพานพระราม 8 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เปิดเผยว่า โครงการ “ส่งต่อรอยยิ้ม” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–6 ตุ
ซีเอ็นเอช ประเทศไทย และฟาร์มโชคชัย จัดงาน New Holland Day 2026 นำเสนอการสาธิตการทำงานจริงของเครื่องจักรเพื่อเสนอวิธีการแก้ปัญหาเชิงเกษตรแม่นยำขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะปลูกในแปลงไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์ ตอกย้ำแนวทางการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำให้กับภาคการเกษตรไทย งาน New Holland Day 2026 รวบรวมเกษตรกร ผู้ประกอบการภาคการเกษตร และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อร่วมสัมผัสการสาธิตระบบการทำเกษตรแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การจัดการเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์ ด้วยการออกแบบโซลูชันให้ตอบโจทย์ภาคการผลิตข้าวโพดและปศุสัตว์ในภูมิภาค งานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำและเครื่องจักรกลการเกษตรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การจัดการและผลิตอาหารหยาบสำหรับปศุสัตว์ ตลอดจนช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลกำไรให้แก่เกษตรกรไทย “เกษตรกรไทยต้องการแนวทางและขั้นตอนที่ตอบโจทย์กับการใช้งานจริงในแปลงเกษตร และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดทั้งกระบวนการผลิต” มาร
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานเจ้าของแบรนด์ขนมปัง “เลอแปง” จับมือ “นมตรามะลิ” เปิดตัวเมนูคู่หูใหม่ล่าสุดรับกระแสสุขภาพ ชูขนมปังโฮลวีทเนื้อนุ่ม อร่อย และไม่มีคอเลสเตอรอล จับคู่กับนมข้นหวานปราศจากแล็กโทส สูตรโปรตีน ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหามื้อเช้าและของว่างที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ พกพาสะดวก ทานง่ายทุกที่ทุกเวลา อร่อยครบ จบทุกมื้อสุขภาพ วางจำหน่ายที่ 7-Eleven ทุกสาขาตั้งแต่วันนี้ จับคู่จุดแข็ง สองแบรนด์ที่คนไทยเชื่อมั่น โดยความร่วมมือครั้งนี้คือการผสานจุดแข็งของสองแบรนด์ที่คนไทยรู้จักดี อย่าง “เลอแปง” และ “นมตรามะลิ” หนึ่งคือขนมปังโฮลวีทของเลอแปงที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการผลิตจากแป้งข้าวสาลีเต็มเมล็ดไม่ผ่านการขัดสี จึงคงคุณค่าสารอาหารทั้งวิตามินบี วิตามินอี แคลเซียม ธาตุเหล็ก สารต้านอนุมูลอิสระไว้อย่างครบถ้วน รวมถึงใยอาหารที่ช่วยเสริมระบบขับถ่ายและการควบคุมน้ำหนัก ส่วนอีกด้านคือนมข้นหวานปราศจากแล็กโทส สูตรโปรตีน ของนมตรามะลิ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้ทั้งผู้ที่แพ้แล็กโทสและกลุ่มคนรักสุขภาพเพลิดเพลินกับรสชาติเข้มข้นได้อย่างเต็มคำ โดยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยัง
