ยุคนี้ขายของเก่งอย่างเดียวไม่พอแล้ว แต่ต้องตามเทรนด์ใหม่ๆ เล่นกับกระแสบนโลกโซเชียลให้ทัน โดยเฉพาะเทรนด์ของ “กลุ่มลูกค้า Gen Z” ที่เปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การค้าในยุคนี้ ยอดขายอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำ Real-time Marketing
โดยล่าสุดมีเทรนด์ใหม่สุดฮิตที่อินฟลูฯ หรือแบรนด์ดังหลายแบรนด์มาเล่นคอนเทนต์เหล่านี้ นั่นคือ “เทรนด์แต่งภาพแบบ Gen Z” ที่มีความสนุกสนาน สุดโต่ง แปลกตา ไม่ว่าจะเป็น การทำรูปหัวโต การแต่งรูปให้ทะลุออกมาจากหน้าจอ เป็นต้น ซึ่งแต่ละโพสต์สามารถสร้างยอด Engagement ได้แบบพุ่งกระฉูด ถือเป็นการโปรโมตสินค้าได้แบบเนียนๆ
ซึ่งในทางการตลาดเรียกคอนเทนต์เหล่านี้ว่า “Exaggerated Content” หรือ “Hyperrealism” หรือ “Faux-out-of-home (FOOH)” ที่ใช้เพื่ออธิบายสื่อโฆษณาเกินจริง โดยเฉพาะในรูปแบบของการใช้สื่อโฆษณาที่เป็นเทคนิค 3D หรือเทคนิคพิเศษอื่นๆ ที่ทำให้ดูเหมือนจริง แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพหรือวิดีโอที่สร้างขึ้น
ตัวอย่างเช่น คลิปวิดีโอที่เคยเป็นไวรัลที่สร้างด้วย AI อย่างแคมเปญการตลาดที่แบรนด์ดังหลายแบรนด์มีการนำสินค้ามาทำให้ดูใหญ่ขึ้นและวิ่งอยู่รางแทนรถไฟในยุโรป แบบนี้ก็เรียกว่าการทำการตลาดแบบ Exaggerated Content เช่นกัน เพราะใช้ AI ในการเข้ามาทำคอนเทนต์
ดังนั้น การเกาะกระแสตามเทรนด์ให้ทันในยุคนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นการทำการตลาดเพื่อดึงดูดความสนใจ ให้คนหยุดดู เพื่อสร้างความแปลกใหม่ สะดุดตาให้กับผู้คนในโลกโซเชียล
ดารา-อินฟลูฯ ที่เล่นกับเทรนด์ไวรัล
เริ่มกันที่ดาราดัง อย่าง หนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ ที่มีการโพสต์รูปแต่งแบบ Gen Z หัวโต พร้อมแคปชัน “แวะมา Gen Z แถว คอนถม” สร้างยอดไลก์กว่า 1.4 หมื่นและยอดแชร์กว่า 500 ครั้ง พร้อมคอมเมนต์อีกจำนวนมากที่ขอพิกัดชุดและพร็อปที่เธอใส่
ตามมาด้วย Amy Kitiya และ Archita Station สองอินฟลูฯ ชื่อดัง ก็ไม่พลาดที่จะตามเทรนด์ โพสต์ภาพแนว “หัวโตป๊อปอัพ ในมือถือ” พร้อมแต่งภาพด้วยอิโมจิลูกเชอร์รี หรือทำเป็นรูปไฟล์ Airdrop บนจอ ฯลฯ ซึ่งมียอดแชร์กว่า 1.6 หมื่นครั้งในเวลาไม่กี่วัน
ทำไมเทรนด์แต่งรูป “หัวโต” ถึงขายของได้
เพราะภาพแบบหัวโตเป็นภาพที่ “เกินจริง” แต่ขณะเดียวกันก็มีความน่ารักและสะดุดตา ให้ความรู้สึกขำๆ และสร้างสรรค์ เมื่อเลื่อนผ่านหน้าจอแล้ว เชื่อว่าต้องหยุดดูแน่นอน
ซึ่งเมื่อใส่สินค้าลงไปในภาพแบบเนียนๆ เช่น ถือสินค้า ใส่ชุดของแบรนด์ต่างๆ หรือไปถ่ายตามสถานที่ที่อยากโปรโมต พร้อมใส่พิกัดสินค้าหรือสถานที่ ก็จะทำให้สิ่งนั้นได้รับความสนใจ จากความน่ารักของรูป และจากคอมเมนต์ส่วนใหญ่มักถามหาพิกัดพร็อป หรือพิกัดสถานที่
เพราะฉะนั้น การนำเอาเทรนด์แต่งรูปนี้ไปปรับใช้ให้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดของแต่ละแบรนด์ อาจะเรียกได้ว่าเป็นโอกาสในการสร้างการเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น เพราะคอนเทนต์แต่งรูปแบบ Gen Z ถือเป็นการขายของแบบที่คนแชร์ไม่รู้สึกว่าโดนขายหรือถูกยัดเยียด
แบรนด์ที่เล่นเทรนด์นี้ได้โดนใจ
ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์เครื่องสำอางยอดฮิต 4u2 Cosmetics ที่เกาะกระแสแต่งภาพหัวโต และกระเป๋าที่เทเครื่องสำอางหล่นลงมา เป็นการเน้นโชว์ตัวผลิตภัณฑ์หลายชิ้นในภาพเดียว เพราะมีการจัดวางดูเหมือนการเคลื่อนไหว เพิ่มลูกเล่นด้วยคาแร็กเตอร์ Pixel Art ที่แมตช์กับลุกส์ในภาพจริง
ตามมาด้วย Starbucks ที่ก็หันมาเล่นเทรนด์นี้เช่นกัน โดยมีการแต่งภาพมือทั้ง 2 ข้างให้ใหญ่ขึ้น บวกกับการทำสินค้าให้ใหญ่ เพื่อให้เห็นโลโก้แบรนด์ชัดๆ
สอนแต่งรูป Gen Z แบบง่ายๆ ด้วย Meitu
1. ใช้แอป Meitu นำเข้ารูปภาพที่ต้องการแต่ง เลือกฟังก์ชัน ลบพื้นหลัง > เลือกเฉพาะ “ศีรษะ”
2. ปรับหัวให้โต แต่งตามที่ต้องการ เสร็จแล้วเพิ่มลูกเล่นให้รูป ใส่สติกเกอร์พร็อป เช่น emoji, ผลไม้เล็กๆ จะเป็นแอปเปิ้ลหรือลูกเชอร์รีที่นิยมกัน, แมวเพิ่มความคิวต์ เพียงแค่นี้ก็จะได้เป็นเด็ก Gen Z แล้ว
3. ถ้าอยากได้แบบ ป๊อปอัปรูปออกจากหน้าจอโทรศัพท์ เลือกฟังก์ชัน “Smart Cutout”
- เลือกตัดเฉพาะคน แล้วเอาไปวางบนรูปพื้นหลังมือถือ หรือเลือกเป็นรูปสินค้าของแบรนด์ให้ดูมีลูกเล่น
- หรือสามารถหาเทมเพลตรูปโทรศัพท์มาใส่เองได้เลย แล้วตกแต่งตามสไตล์ที่ตนเองชอบ
เคล็ดลับให้ภาพดูโปร
- ถ่ายภาพแบบย้อนแสงเบาๆ ฟ้าใส จะได้ภาพสวยๆ
- ใช้ พร็อป ช่วย : แก้วน้ำ คาเฟ่ พื้นหลัง หรือสินค้าของแบรนด์ที่อยากดันยอดขาย
- ใส่แคปชันแบบชิกๆ ให้ดูเป็นเด็ก Gen Z
เอาไปใช้ยังไงให้ “โดนใจ” แบบเด็ก Gen Z
– ทำคอนเทนต์ด้วยฟิลเตอร์/หัวโต/อีโมจิ
– ลงรูปสินค้าแบบใส่หัวโตให้พนักงาน หรือ ทำฟิลเตอร์ IG หรือ TikTok ของแบรนด์เอง เช่น หัวโตพร้อมโลโก้แบรนด์ ให้ดูน่าสนใจ กระตุ้นยอดขายทางอ้อม
ในยุคนี้ Gen Y และ Gen Z ไม่ได้เป็นแค่ผู้บริโภค
Gen Y และ Gen Z เป็นเจเนอเรชันที่โตมากับโลกออนไลน์ ใช้โลกโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการ ‘ค้นหา’ และ ตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญในธุรกิจตอนนี้ที่ช่วยกำหนดทิศทางของตลาด
ดังนั้น พฤติกรรมของคนรุ่นนี้ชัดเจนว่า ไม่ได้ซื้อเพราะแบรนด์ แต่ซื้อเพราะคุณค่า ทั้งยังใส่ใจในสุขภาพกายและสุขภาพใจ ชอบสิ่งที่จริงใจมากกว่าการขายตรง จะเลือกธุรกิจที่เข้าถึงง่ายและมีจุดยืนชัดเจน ธุรกิจที่อยากเติบโตในยุคนี้ ต้องเปลี่ยนจาก “ขายตรง” มาเป็น “ความเชื่อใจ” ต้องสร้างให้แบรนด์เข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้
ผู้เขียน : พรนับพัน ภู่ขันเงิน
