กระแสความต้องการ AI (ปัญญาประดิษฐ์) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก ไม่เพียงแต่จะสร้างผลกำไรมหาศาลให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตพนักงานของ ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ให้กลายเป็นเศรษฐีใหม่ในชั่วข้ามคืน
โดยหลังจากที่ สหภาพแรงงานของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ มีแผนที่จะหยุดงานประท้วงเป็นเวลา 18 วัน หลังการเจรจาเรื่องค่าจ้างไม่เป็นผลหลายครั้ง โดยพนักงานของซัมซุงไม่พอใจในระดับอัตราค่าจ้างของบริษัทที่น้อยกว่าคู่แข่งอย่าง SK Hynix ซึ่งมีผลประกอบการน้อยกว่าซัมซุง รวมถึงจำนวนโบนัสของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ไม่เท่ากับหน่วยงานอื่นๆ ของซัมซุง
ล่าสุดทาง Samsung ได้บรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานเพื่อหลีกเลี่ยงการประท้วงหยุดงาน โดย บริษัท ซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์ จำกัด ได้เตรียมจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนเงิน 40 ล้านล้านวอน (ราว 8.67 แสนล้านบาท) เพื่อจ่ายเป็นโบนัสให้กับพนักงานในแผนกเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป)
โดยปัจจุบัน Samsung มีพนักงานในแผนกเซมิคอนดักเตอร์ประมาณ 78,000 คน แม้ว่าระดับโบนัสของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งและผลงาน แต่จากการคำนวณของ Bloomberg โดยอ้างอิงจากเงื่อนไขข้อตกลงและประมาณการกำไรจากการดำเนินงานปี 2026 พบว่า พนักงานจะได้รับโบนัสเฉลี่ยสูงถึง 513 ล้านวอน (ประมาณ 11.5 ล้านบาท) ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าเป็นการก้าวกระโดดจากปี 2025 อย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้น การประเมินอื่นๆ รวมถึงของ สำนักข่าวยอนฮัป (Yonhap News) ยังคาดการณ์ว่า พนักงานในแผนกหน่วยความจำ (Memory Division) ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างหนักในตลาด AI อาจได้รับโบนัสส่วนบุคคลสูงถึง 600 ล้านวอน (ราว 13.5 ล้านบาท) เลยทีเดียว
เงื่อนไขการจ่ายโบนัสแบบใหม่
ภายใต้ข้อตกลงเบื้องต้น ซัมซุงตกลงที่จะจ่ายโบนัสเป็นหุ้นของบริษัทคิดเป็น 10.5% ของกำไร และจ่ายเป็นเงินสดอีก 1.5% โดยคาดว่าจะจ่ายในช่วงต้นปี 2027 โดยพนักงานสามารถขายหุ้นออกมาได้ทันที 1 ใน 3 ส่วนที่เหลือจะแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ในอีก 2 ปีถัดไป โดยโครงการนี้จะดำเนินต่อเนื่องทุกปีเป็นเวลา 10 ปี ตราบใดที่บริษัทบรรลุเป้าหมายผลกำไรที่กำหนดไว้
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทคู่แข่งอย่าง SK Hynix Inc. ตกลงจ่ายโบนัสให้พนักงานเมื่อปีที่แล้วเช่นกัน ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่า กำไรจากการดำเนินงานของ Samsung ในปี 2026 จะเติบโตขึ้นถึง 7 เท่า ไปอยู่ที่ประมาณ 333 ล้านล้านวอน โบนัสเหล่านี้สะท้อนถึง “ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์” ของแรงงานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ปัจจุบัน Samsung, SK Hynix และ TSMC ได้กลายเป็น 3 เสาหลักสำคัญที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในแคลิฟอร์เนียไปจนถึงตะวันออกกลาง ดังนั้น หากกระบวนการผลิตสะดุดลงเพียงนิดเดียว จะส่งผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกทันที ไม่ใช่แค่ในเกาหลีใต้
บุมกิ ซอน นักเศรษฐศาสตร์จาก Barclays ให้ความเห็นว่า “ขณะที่ Samsung และ SK Hynix กำลังแย่งชิงบุคลากรระดับหัวกะทิในตลาดโลก การให้ค่าตอบแทนที่แข่งขันได้สูงเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่สมควรอย่างยิ่ง”
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าด้วยโครงสร้างตลาดแรงงานเกาหลีใต้ที่มีความยืดหยุ่นต่ำ แพ็กเกจค่าตอบแทนจึงอาจกลายเป็นข้อได้เปรียบฝ่ายเดียวของคนทำงาน ที่จะได้รับการคุ้มครองในช่วงขาลง แต่ได้เงินก้อนโตในช่วงขาขึ้น
นอกจากพนักงานจะรวยขึ้นแล้ว กระแส AI ยังดันให้ตระกูล Lee ผู้บริหารของ Samsung มั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลโดย อี แจยอง หรือ เจย์ วาย. ลี กลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในเกาหลีใต้ด้วยทรัพย์สิน 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.04 ล้านล้านบาท) และทำให้ทรัพย์สินรวมของตระกูลพุ่งทะยานสู่ 45.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.48 ล้านล้านบาท) กลายเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย ณ เดือนมีนาคมที่ผ่านมา
อ้างอิง
