Featured ข่าววันนี้

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิด 5 ประเด็นที่ SME ควรให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด

นางรุ่งทิพย์ อังคศิริสรรพ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Risk Officer (CRO) ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยถึง 5 ประเด็นสำคัญที่ SME ควรให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด

ประเด็นแรกคือ กระแสเงินสดและเงินทุนหมุนเวียน ในภาวะที่ผู้บริโภคและคู่ค้าระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น SME อาจเผชิญรอบการเก็บเงินที่ยาวขึ้น การชำระเงินล่าช้า หรือยอดขายที่ผันผวนตามกำลังซื้อของตลาด ขณะเดียวกัน ต้นทุนด้านแรงงาน พลังงาน และวัตถุดิบยังอยู่ในระดับสูง ทำให้เงินสดสำรองกลายเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ

ผู้ประกอบการจึงควรติดตามสถานะลูกหนี้การค้าอย่างใกล้ชิด เจรจาเงื่อนไขเครดิตให้เหมาะสมกับรอบเงินสด และไม่ปล่อยให้ยอดขายเติบโตเร็วกว่าความสามารถในการเก็บเงิน เพราะในช่วงเศรษฐกิจผันผวน ธุรกิจที่บริหารเงินสดได้ดี มักมีทางเลือกมากกว่าธุรกิจที่เติบโตเร็วแต่สภาพคล่องตึงตัว

ประเด็นที่สองคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน เมื่อเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น สถาบันการเงินย่อมให้ความสำคัญกับคุณภาพของข้อมูลทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ และความชัดเจนของแผนธุรกิจมากขึ้น

SME ที่เตรียมเอกสารทางการเงินอย่างเป็นระบบ รักษาวินัยการชำระเงิน และวางแผนความต้องการเงินทุนล่วงหน้า จะมีความพร้อมมากกว่าในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมในเวลาที่ธุรกิจต้องการ การวางแผนด้านเงินทุนจึงไม่ควรรอ จนถึงวันที่ธุรกิจต้องใช้เงิน แต่ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงที่ธุรกิจยังบริหารจัดการได้ดี

ประเด็นที่สามคือ ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน บทเรียนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า การพึ่งพาซัพพลายเออร์รายเดียว ตลาดเดียว หรือวัตถุดิบจากแหล่งเดียว อาจกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญเมื่อเกิดเหตุการณ์ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็น ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ต้นทุนขนส่งที่เพิ่มขึ้น ความล่าช้าในการนำเข้า หรือการขาดแคลนวัตถุดิบ SME จึงควรวางแผนแหล่งจัดซื้อสำรอง กระจายความเสี่ยงของคู่ค้า และประเมินผลกระทบ ต่อการดำเนินธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ

ประเด็นที่สี่คือ รายได้และความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลง ผู้บริโภคในปัจจุบัน เลือกใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า คุณภาพ ประสบการณ์ และความน่าเชื่อถือของสินค้าและบริการมากกว่าเดิม SME จึงไม่ควรแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรกลับมาทบทวนคุณค่าหลักของธุรกิจ ทำความเข้าใจลูกค้าแต่ละกลุ่มให้ลึกขึ้น และปรับสินค้า บริการ หรือช่องทางการขายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมใหม่ของตลาด ธุรกิจที่มีฐานลูกค้าหลากหลายและเข้าใจความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้า จะมีความพร้อมมากกว่าในการรับมือ กับความผันผวนระยะยาว

ประเด็นที่ห้าคือ การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความปลอดภัยควบคู่กับระบบอัตโนมัติเพื่อยกระดับประสิทธิภาพงานสนับสนุนองค์กร (Back Office) การดำเนินงานเชิงพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นงานบัญชี การบริหารค่าตอบแทนพนักงาน การจัดการสินค้าคงคลัง และการดูแลฐานข้อมูลลูกค้า หากถูกปรับให้เป็นระบบอัตโนมัติ จะช่วยให้ SMEs สามารถควบคุมต้นทุน เพิ่มความแม่นยำในการดำเนินงาน และนำทรัพยากรไปต่อยอดการเติบโตและนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล พร้อมทั้งวางกรอบการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) อย่างเข้มแข็ง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจ และรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ ท่ามกลางบริบทการดำเนินงานที่เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว

บทบาทของธนาคาร จากผู้ให้สินเชื่อสู่พันธมิตรที่มั่นคงของธุรกิจ

จากมุมมองของธนาคารพาณิชย์ บทบาทในการสนับสนุน SME วันนี้เปลี่ยนไปจากการเป็นเพียงแหล่งเงินทุน สู่การเป็นพันธมิตร ที่ช่วยให้ธุรกิจมองเห็นความเสี่ยงล่วงหน้า วางแผนเงินทุนได้เหมาะสม และเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินที่สอดคล้อง กับจังหวะการเติบโตของธุรกิจ

ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่ได้ขาดโอกาสทางธุรกิจ แต่กำลังเผชิญโจทย์ด้านการบริหารเงินทุนและความเสี่ยงที่ซับซ้อน ขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย ต้นทุนการนำเข้า ความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน หรือการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งยังเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงของโลก

ในบริบทนี้ ธนาคารที่เข้าใจธุรกิจ SME อย่างลึกซึ้งสามารถมีบทบาทมากกว่าการให้สินเชื่อ แต่สามารถช่วยผู้ประกอบการ ประเมินความพร้อม วางแผนทางการเงิน เลือกใช้โซลูชันที่เหมาะสม และเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจในเครือข่ายที่กว้างขึ้นได้ เพราะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจผันผวน ความมั่นคงทางการเงินไม่ได้เกิดจากการมีเงินทุนเพียงพอเท่านั้น แต่เกิดจากการมีแผน มีวินัย และมีพันธมิตรที่เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง

มองไกลกว่าการอยู่รอด ดิจิทัลและความยั่งยืนคือความพร้อมระยะยาว

นอกเหนือจากการบริหารสภาพคล่องและความเสี่ยงระยะสั้น การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ กำลังกลายเป็นอีกเงื่อนไขสำคัญของความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว SME ที่เริ่มปรับตัวตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็น การยกระดับกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยี การบริหารข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ หรือการประเมินความพร้อมด้านความยั่งยืน จะมีโอกาสสร้างความแตกต่างและเข้าถึงโอกาสใหม่ในอนาคตได้มากกว่า

เครื่องมือและโครงการสนับสนุนต่างๆ เช่น UOB Sustainability Compass และ UOB FinLab จึงมีบทบาทในการช่วยให้ ผู้ประกอบการประเมินธุรกิจ เห็นแนวทางการปรับตัว ยกระดับสู่ดิจิทัล และพัฒนาศักยภาพที่จำเป็นต่อการแข่งขันในยุคใหม่ โดยเฉพาะสำหรับ SME ที่ต้องการเติบโตอย่างมั่นคงและไม่ต้องการถูกทิ้งไว้ข้างหลังในช่วงเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ

ปี 2569 จึงอาจเป็นปีที่ SME ไทยต้องกลับมาทบทวนความหมายของการเติบโตอีกครั้ง ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่ ธุรกิจที่ขยายตัวเร็วที่สุด หรือสร้างยอดขายได้มากที่สุดในระยะสั้น แต่คือธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็วกว่า บริหารความเสี่ยงได้รอบคอบ รักษาความมั่นคงทางการเงินได้ดีกว่าและสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แข็งแรงกว่า ในวันที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป

สำหรับ SME ความยืดหยุ่นจึงไม่ใช่เพียงเกราะป้องกันความเสี่ยง แต่คือความสามารถในการแข่งขันรูปแบบใหม่ เป็นรากฐาน ของการเติบโตที่มั่นคง และเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจไม่เพียงผ่านพ้นความไม่แน่นอน แต่ยังพร้อมคว้าโอกาสใหม่ เมื่อเศรษฐกิจเดินหน้าอีกครั้ง

Related Posts

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิด 5 ประเด็นที่ SME ควรให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด
อยากสร้างอาณาจักรแห่งความสุข จุดเริ่มแบรนด์ Happy Sunday ของ “ไอซ์ พาดี้” ที่ล้มบ้าง ลุกบ้าง จนเติบโตราว 8 ปี