ความฮอตของภาพยนตร์จักรวาลสไปเดอร์แมนที่ไม่ว่าจะเปิดตัวกี่ภาค ก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามเสมอ จนภาคล่าสุด Spider-Man: Brad New Day ขึ้นแท่น สไปเดอร์แมนที่ถูกใจทั้งนักวิจารณ์และคนดูระดับสูง จนทำให้ชื่อของ Tom Holland กลายเป็นที่พูดถึงอยู่ในหน้าสื่อ ณ ตอนนี้
นักแสดงหนุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่มีความฮอตในด้านงานแสดง แต่ยังประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเครื่องดื่มอีกด้วย ซึ่งธุรกิจที่ว่าคือ “BERO” เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ (non-alcoholic beer) ระดับพรีเมียม
แรงบันดาลใจจากการเลิกเหล้า
Tom Holland เริ่มต้นเส้นทางเลิกดื่มแอลกอฮอล์ (Sobriety) ผ่านโครงการ “Dry January” คือแคมเปญงดดื่มในเดือนมกราคม จนขยายเวลาต่อไปเรื่อย ๆ และตระหนักว่าการเลิกเหล้าในวัฒนธรรมอังกฤษที่เน้นการดื่มเพื่อเปิดทางเข้าสังคมเป็นเรื่องยาก เขาจึงมองหาเบียร์ไร้แอลกอฮอล์คุณภาพดีที่ช่วยให้รู้สึกกลมกลืนในงานสังคมได้ ซึ่งแบรนด์เครื่องดื่มที่มีอยู่ในตลาดส่วนใหญ่ยังไม่ตอบโจทย์
Tom จึงร่วมมือกับบริษัทร่วมทุน Imaginary Ventures และ John Herman (อดีตผู้บริหาร Nutrabolt/C4) เพื่อเปิดตัว BERO โดยที่ Tom ดำรงตำแหน่ง Co-Founder ถือหุ้นจริงคาดว่าราว 30–40%

ให้มืออาชีพอย่าง John Herman ผู้มีประสบการณ์ขยายแบรนด์เครื่องดื่มระดับพันล้านดอลลาร์ มาควบคุมฝ่ายปฏิบัติการ ห่วงโซ่อุปทาน และการกระจายสินค้า
เบียร์ 3 รสชาติแรกที่ถูกเปิดตัว คือ Kingston Golden Pils พิลสเนอร์สไตล์ยุโรป, Edge Hill Hazy IPA สไตล์ New England หอมกลิ่นฮอปส์และผลไม้เมืองร้อน, Noon Wheat เบียร์วีตสไตล์คลาสสิก
อย่างไรก็ดี ผู้ติดตามบน Instagram ของ Tom กว่า 65 ล้านคน ช่วยลดต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ได้มหาศาล
การวางตำแหน่งทางการตลาด
เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ทั่วไปมักใช้กระป๋องสีฟ้า ซึ่งทำให้ผู้ดื่มรู้สึกโดดเด่น แต่ BERO เลือกใช้ กระป๋องสีทอง เพื่อให้ดูพรีเมียม คลาสสิก และกลมกลืนไปกับบรรยากาศในผับหรือร้านอาหาร เน้นเจาะตลาดพรีเมียม
BERO วางเป้าหมายเป็นเบียร์สำหรับโอกาสพิเศษ (One Nice Beer) เช่น ในมื้ออาหารค่ำ การออกเดต หรือการเข้าสังคมที่ยังต้องการให้ตนมีสติสัมปชัญญะอยู่ โดยตั้งราคาไว้ที่ประมาณ 12–15 ดอลลาร์ต่อแพ็กต่อ 6 กระป๋อง ราว 490 บาท สูงกว่าแบรนด์ที่มีอยู่ในตลาดซึ่งอยู่ที่ประมาณ 9–11 ดอลลาร์ ราว 300 บาท
ตัวเลขและการเติบโตทางธุรกิจ
ยอดขายและมูลค่าบริษัทในปีแรก 2024 BERO สามารถทำรายได้ราว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และแบรนด์นี้ได้รับการระดมทุนจาก Paine Schwartz Partners บริษัท Private Equity ชื่อดัง ระดมทุนจนบริษัทมีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ราว 3,600 ล้านบาท

ตั้งเป้ารายได้ปีบัญชี 2025 ไว้ที่ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต 3 เท่า) ราว 990 ล้านบาท
BERO ยังได้จับมือเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับแบรนด์รถสปอร์ตหรู Aston Martin เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความประณีตและความพรีเมียมระดับไฮเอนด์
ตลาดเบียร์ไร้แอลกอฮอล์
ตลาดเบียร์ไร้แอลกอฮอล์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และผู้ที่ใส่ใจสุขภาพยุคใหม่ ที่มองหาเครื่องดื่มแคลอรีต่ำ และต้องการลดการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
มูลค่าตลาดเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 22,000-28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตลาดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 7.9%-9.2% และคาดว่าในช่วงกลางทศวรรษ 2030 จะแตะระดับ 43,000-57,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ด้วยเครื่องมือการผลิตเบียร์แบบใหม่ เช่น การกลั่นแบบสุญญากาศ ที่ช่วยให้เบียร์ไร้แอลกอฮอล์มีรสชาติใกล้เคียงกับเบียร์จริงมากขึ้น กลุ่มคนหนุ่มสาวจึงอยากลิ้มลองดื่มแบบไม่ดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ได้รับความนิยมตลอดทั้งปี
โดยที่ยุโรปและอเมริกาเหนือยังเป็นผู้นำในด้านปริมาณรวมและการขยายตัวของตลาดเบียร์ไร้แอลกอฮอล์
อ้างอิง : fortunebusinessinsights, cnbc, yahoo
