เกษตรรอบด้าน
ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา มีคาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้และแปลงผักอินทรีย์ ที่นี่มีชื่อเรียบง่ายแต่เปี่ยมความหมายว่า “บ้านสวนกำไรสุข” ชื่อที่ไม่ได้สื่อถึงกำไรเป็นตัวเงินเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง “กำไรแห่งความสุข” ที่เกิดขึ้นจากการได้ทำในสิ่งที่รัก การได้ดูแลครอบครัว และการได้ส่งต่ออาหารปลอดภัยให้กับผู้คนที่มาเยือน เบื้องหลังพื้นที่แห่งนี้ คือเรื่องราวของ “คุณปุ๊กแป้ง-ธิดารัตน์ อนันตรกิตติ” ผู้ประกาศข่าวสาวที่ไม่เคยทิ้งความฝันในวัยเด็กที่อยากเป็นเกษตรกร สองความฝันที่ดูเหมือนไปคนละทาง แต่เดินไปด้วยกันได้ สำหรับ “คุณแป้ง” การได้เป็นเกษตรกรคือความฝันแรกในชีวิต เติบโตมาในครอบครัวที่ทำสวนมะม่วงมายาวนาน ทั้งคุณพ่อ ก๋ง และคนในบ้านต่างคลุกคลีอยู่กับวิถีเกษตรมาตลอด จึงทำให้ภาพของสวนมะม่วงกลายเป็นความผูกพันที่อยู่ในความทรงจำตั้งแต่วัยเด็ก แม้จะรักการทำเกษตรมากแค่ไหน แต่ในมุมของครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ กลับมองเห็นอีกด้านหนึ่งของอาชีพนี้ เพราะการปลูกพืชเชิงเดี่ยวในอดีตมักเผชิญกับปัญหารายได้ไม่แน่นอน และต้องพึ่งพาตลาดอยู่ตลอด จึงไม่อยากให้ลูกเดินบนเส้น
ท่ามกลางกระแสการพูดถึงความมั่นคงทางอาหารและเกษตรยั่งยืน “เมล็ดพันธุ์” คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของระบบอาหารทั้งหมด แต่มีคนไม่มากนักที่รู้ว่า เบื้องหลังเมล็ดเล็กๆ ที่เกษตรกรนำไปปลูก คืออาชีพเฉพาะทางอย่าง “นักเก็บเมล็ดพันธุ์” ผู้ทำหน้าที่รักษา คัดเลือก และส่งต่อพันธุกรรมพืชให้คงอยู่ต่อไป วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาทุกคนไปรู้จัก คุณกอล์ฟ–จงกล พารา นักเก็บเมล็ดพันธุ์ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การเก็บเมล็ดจากพืชแล้วนำไปขาย แต่เป็นงานที่ต้องอาศัย ความรู้ ความเข้าใจ และความละเอียดรอบคอบ ตั้งแต่กระบวนการปลูก คัดเลือกต้นแม่พันธุ์ ไปจนถึงการเก็บรักษาเมล็ดให้คงคุณภาพสูงสุด อาชีพนี้อาจไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่กลับมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และยังสามารถสร้างรายได้สูงถึง หลักหมื่นบาทต่อกิโลกรัม สำหรับเมล็ดพันธุ์บางชนิดที่มีคุณภาพและความต้องการโดยเฉพาะ คุณกอล์ฟ–จงกล พารา เล่าย้อนถึงเส้นทางการทำงานในอดีตว่า ก่อนจะก้าวมาจับงานด้านเกษตรเคยทำงานเป็นเอ็นจีโอในบทบาทของนักพัฒนา ที่มุ่งขับเคลื่อนประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภคควบคู่ไปกับการทำเกษตรในชีวิตประจำวัน ในช่วงเวลานั้น คุณกอล์ฟมีโอกาส
หากพูดถึงการเลี้ยงหมู หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “หมูอุตสาหกรรม” ที่เน้นความรวดเร็วและปริมาณ หรือขยับมาสายรักสุขภาพหน่อยก็จะเป็น “หมูอินทรีย์” ที่เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติและไม่ใช้สารเคมี แต่เคยได้ยินชื่อ “การเลี้ยงหมูระบบไบโอไดนามิก” กันบ้างไหม ถ้ายังไม่คุ้น วันนี้ ‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบการเลี้ยงหมูที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าหมูอินทรีย์ทั่วไป และเป็นเทรนด์ที่น่าจับตาในกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืน หากจะพูดถึงต้นแบบของการเลี้ยงหมูระบบไบโอไดนามิกในเมืองไทย ชื่อของ “หมอฟิวส์-วานิชย์ วันทวี” ผู้ก่อตั้ง ว.ทวีฟาร์ม ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น คือหนึ่งในบุคคลต้นแบบที่พิสูจน์แล้วว่าระบบนี้สำเร็จได้จริง หมอฟิวส์คือสัตวบาลคนรุ่นใหม่ที่มีโอกาสได้เดินทางไปฝึกงานที่เยอรมนี และได้ซึมซับแนวคิดการทำเกษตรกรรมยั่งยืนแบบยุโรปอย่างลึกซึ้ง เมื่อกลับมาบ้านเกิด เขาจึงไม่เพียงแค่มาสืบทอดอาชีพเกษตรกรรมจากรุ่นคุณพ่อคุณแม่ แต่มาเพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิดที่ว่า “เกษตรกรต้องไม่มองว่าตัวเองเป็นแค่เกษตรกร แต่ต้องมองว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจเกษตร” หมอฟิวส์เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของการทำฟาร์ม
LATEST NEWS
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร มอบหมายให้ ดร.กาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการความมั่นคงอาหารโลก (Committee on World Food Security: CFS) ครั้งที่ 54 ระหว่างวันที่ 19-23 ตุลาคม 2569 ณ สำนักงานใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี โดยมี ศาสตราจารย์ Anas A. Al-Nabulsi จากประเทศจอร์แดน เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิก 109 ประเทศ องค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและผลักดันแนวทางรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงอาหารและโภชนาการของโลก เพื่อเร่งความก้าวหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 2 (Sustainable Development Goal 2: SDG 2) ขจัดความหิวโหยภายในปี 2573 นาย António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมเน้นย้ำถึงแรงกดดันที่ระบบอาหารโลกกำลังเผชิญ ทั้งความขัดแย้ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และต้นทุนอาหารที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเข้าถึงอาหารของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลก
เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ด กยท.) นำโดย นายนวนิตย์ พลเคน ผู้แทนผู้ประกอบกิจการยางซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการค้า (กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ) พร้อมด้วย นายนพชัย ภู่จิรเกษม ผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง (กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ) คณะผู้บริหารระดับสูง และพนักงาน กยท. ลงพื้นที่ติดตามความพร้อม และผลการดำเนินงานของสถาบันเกษตรกรในพื้นที่บุรีรัมย์ – อุบลราชธานี – ศรีสะเกษ ภายใต้โครงการขอรับเงินอุดหนุนตามมาตรา 49(3) รับนโยบายประธานบอร์ด กยท. มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็ง ยกระดับศักยภาพสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง สู่การบริหารจัดการธุรกิจยางพาราอย่างยั่งยืน นายนวนิตย์ กล่าวว่า จากนโยบายของ นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการ กยท. ที่มุ่งเน้นและให้ความสำคัญในการดำเนินภารกิจด้านการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางให้มีความเข้มแข็ง โดยการจัดสรรเงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนายางพารา ตามมาตรา 49 (3) ให้แก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกรฯ เพื่อบริหารจัดการธุรกิจยางพารา เพิ่มประสิทธิภาพระบบการรวบรวมผลผลิตยางพาราในระดับพื้นที่ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายสถาบันเกษตรกรและตลาดยางพาราอย่างเป็นรูปธรรม ยกระด
เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนา 60 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้รับเมตตาจากสมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายธรรมยุต กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน เป็นประธานในพิธีสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์จากวัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร บางเขน จำนวน 9 รูป ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นได้จัดให้มีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำธนาคาร อาทิ พระบรมรูปรัชกาลที่ 5 พระรูปกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พระพุทธเกษตร์รักษา พระพรหม ศาลตายาย และรูปปั้นอาจารย์จำเนียร สาระนาค เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ธนาคารและผู้ปฏิบัติงาน โดยมี นายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คณะผู้บริหารระดับสูง พร้อมด้วยพนักงานและอดีตพนักงานธนาคาร เข้าร่วมพิธีดังกล่าว เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) โดย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดงาน BCG GREEN HORIZON 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนทรัพยากร ให้เป็นโอกาสธุรกิจที่ยั่งยืน” โดยจะเป็นกลไกสำคัญในการขยายผลการส่งเสริม SMEs ตามแนวทาง BCG โดยภายในงานมีการนำเสนอแนวทางการใช้ทรัพยากรชีวภาพสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง การต่อยอดวัสดุเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ และการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมพัฒนาสิ่งทอไทยและการต่อยอด Thailand Recycled Textiles Tag เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดผลิตภัณฑ์ โดยผลการดำเนินงานตลอด 4 ปี มีผู้เข้าร่วมโครงการและกิจกรรมกว่า 4,590 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,516 ล้านบาท พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 150,000 tCO₂eq นับเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การพัฒนาธุรกิจจริง เพื่อมุ่งผลักดันผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยให้แข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่ งานจัดขึ้น ณ Star Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอนที่ผ่านมา
สูตรลับจากฟาร์ม
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ที่อาคารข่าวสด แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน จัดสัมมนางาน “เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE เกษตรไม่เหมือนเดิม” งานที่จะพลิกอนาคตเกษตรไทย เพราะยุคนี้แค่ “ปลูกเก่ง” ไม่พออีกต่อไป แต่ต้อง “คิดเป็น ขายเป็น และปรับตัวเป็น” ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. เวลา 14.30-15.30 น. เข้าสู่ช่วง Special Talks หัวข้อ เปลี่ยนเศษไม้ในสวนเป็น ‘ถ่านไบโอชาร์’ สูตร ‘กู้ดินโทรม’ ปลูกพืชเงินล้าน นำโดย คุณเจนนิเฟอร์ อินเนส-เทเลอร์ อินฟลูเอนเซอร์ TikTok ชื่อดังเจ้าของช่อง “น้องเจนทำฟาร์ม” และ คุณณัฐวุฒิ จันทร์เรือง เจ้าของจันทร์เรืองฟาร์ม จ.จันทบุรี ในตอนหนึ่ง คุณเจนนิเฟอร์ กล่าวว่า “เจนโตมากับการเกษตรตั้งแต่เด็ก เห็นคุณพ่อคุณแม่ทำอินทรีย์มาตลอด จึงเกิดคำถามว่าจะทำอย่างไรให้ผืนดินเดิมยืนยาวและยั่งยืนยิ่งขึ้น จุดนั้นเองที่ทำให้เจนตัดสินใจหันมาศึกษาเรื่องการฟื้นฟูดินอย่างจริงจัง ช่วงแรก สิ่งที่เจนทำอาจดูขัดกับความรู้สึกของคนทั่วไป แต่ผ่านไป 7 ปีของการลองผิดลองถูกในแนวทาง ‘เกษตรฟื้นฟู’ เจนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่ง ธรรมชาติเริ่มกลับมาสมบูรณ์ ไส้เดือนและระบบนิเวศ
นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคล เป็น “วันเกษตรกร” ประจำปี เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตร ซึ่งเป็นภาคการผลิตและเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดให้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่กับวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อบำรุงขวัญแก่เกษตรกรนับแต่นั้นเป็นต้นมา เนื่องจาก ร.ต.สุรชัย บุญคง วัย 68 ปี มีผลงานโดดเด่นด้านการปลูกแฝกและเกษตรทฤษฎีใหม่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงประกาศยกย่อง ร.ต.สุรชัย บุญคง ในฐานะปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี พ.ศ.2568 สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงโดยจะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในวันศุกร์ที่ 9พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทำเกษตรหลังเกษียณ หลังลาออกจากข้าราชการทหาร ร.ต.สุรชัย บุญคง ผันตัวมาทำเกษตรโดยปลูกมันสำปะหลังและมะม่วง บนเนื้อที่ 26 ไร่ แต่รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายแถมมีปัญหาด้านสุขภาพจากการใช้สารเคมีในการเพาะปลูก จึงเปลี่ยนมาทำเกษตรผสมผสาน ปลูกปุ๋ยพืชสดเช่น ถั่วพุ่ม ถั่วพร้า และปอเทือง
กระแสปลูกผลไม้พรีเมียมกินเองกำลังมาแรง โดยเฉพาะ “บลูเบอร์รี่” ผลไม้ลูกเล็กสีฟ้าเข้มที่ขึ้นชื่อเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระสูง รสชาติหวานอมเปรี้ยว และราคาค่อนข้างสูงในท้องตลาด หลายคนอาจคิดว่าบลูเบอร์รี่ปลูกได้เฉพาะในประเทศเมืองหนาวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากเข้าใจการปลูกบลูเบอร์รี่ในกระถางอย่างถูกต้อง และคอยศึกษาและเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศประเทศไทย ก็สามารถปลูกได้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้รวบรวมแนวทางการปลูกบลูเบอร์รี่ในกระถาง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมต้นพันธุ์ การเตรียมวัสดุปลูก การดูแลรักษา ตลอดจนการจัดการเพื่อให้ต้นแข็งแรงและสามารถออกดอกติดผลได้อย่างเหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย การเลือกสายพันธุ์คือ “หัวใจ” ของการปลูกบลูเบอร์รี่ในประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เพราะบลูเบอร์รี่เป็นพืชเมืองหนาวที่ต้องการ “ชั่วโมงความหนาว” (chilling hours) เพื่อกระตุ้นการออกดอก หากเลือกสายพันธุ์ไม่เหมาะ แม้จะดูแลดีแค่ไหนก็อาจไม่ออกผล บลูเบอร์รี่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Highbush, Lowbush และ Rabbiteye ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความต้องการอุณหภูมิแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยทั่วไปกลุ
NEWS
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร มอบหมายให้ ดร.กาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการความมั่นคงอาหารโลก (Committee on World Food Security: CFS) ครั้งที่ 54 ระหว่างวันที่ 19-23 ตุลาคม 2569 ณ สำนักงานใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี โดยมี ศาสตราจารย์ Anas A. Al-Nabulsi จากประเทศจอร์แดน เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิก 109 ประเทศ องค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและผลักดันแนวทางรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงอาหารและโภชนาการของโลก เพื่อเร่งความก้าวหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 2 (Sustainable Development Goal 2: SDG 2) ขจัดความหิวโหยภายในปี 2573 นาย António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมเน้นย้ำถึงแรงกดดันที่ระบบอาหารโลกกำลังเผชิญ ทั้งความขัดแย้ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และต้นทุนอาหารที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเข้าถึงอาหารของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลก
เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ด กยท.) นำโดย นายนวนิตย์ พลเคน ผู้แทนผู้ประกอบกิจการยางซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการค้า (กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ) พร้อมด้วย นายนพชัย ภู่จิรเกษม ผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง (กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ) คณะผู้บริหารระดับสูง และพนักงาน กยท. ลงพื้นที่ติดตามความพร้อม และผลการดำเนินงานของสถาบันเกษตรกรในพื้นที่บุรีรัมย์ – อุบลราชธานี – ศรีสะเกษ ภายใต้โครงการขอรับเงินอุดหนุนตามมาตรา 49(3) รับนโยบายประธานบอร์ด กยท. มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็ง ยกระดับศักยภาพสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง สู่การบริหารจัดการธุรกิจยางพาราอย่างยั่งยืน นายนวนิตย์ กล่าวว่า จากนโยบายของ นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการ กยท. ที่มุ่งเน้นและให้ความสำคัญในการดำเนินภารกิจด้านการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางให้มีความเข้มแข็ง โดยการจัดสรรเงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนายางพารา ตามมาตรา 49 (3) ให้แก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกรฯ เพื่อบริหารจัดการธุรกิจยางพารา เพิ่มประสิทธิภาพระบบการรวบรวมผลผลิตยางพาราในระดับพื้นที่ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายสถาบันเกษตรกรและตลาดยางพาราอย่างเป็นรูปธรรม ยกระด
เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนา 60 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้รับเมตตาจากสมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายธรรมยุต กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน เป็นประธานในพิธีสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์จากวัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร บางเขน จำนวน 9 รูป ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นได้จัดให้มีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำธนาคาร อาทิ พระบรมรูปรัชกาลที่ 5 พระรูปกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พระพุทธเกษตร์รักษา พระพรหม ศาลตายาย และรูปปั้นอาจารย์จำเนียร สาระนาค เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ธนาคารและผู้ปฏิบัติงาน โดยมี นายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คณะผู้บริหารระดับสูง พร้อมด้วยพนักงานและอดีตพนักงานธนาคาร เข้าร่วมพิธีดังกล่าว เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่
ฟาร์มล้ำ
ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และวัชพืชที่เริ่มต้านทานสารกำจัดวัชพืช เทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของภาคเกษตร ล่าสุด AgriPass Robotics บริษัทเทคโนโลยีการเกษตรจากอิสราเอล ร่วมมือกับ FYELD กลุ่มธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรจากอิตาลี นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์กำจัดวัชพืชอัจฉริยะเตรียมจัดแสดงในงาน EIMA International 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงเครื่องจักรกลและนวัตกรรมการเกษตรระดับนานาชาติ AgriPass Robotics ก่อตั้งขึ้นในปี 2566 พัฒนาเทคโนโลยี Physical AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและสั่งการอุปกรณ์ให้ลงมือปฏิบัติงานจริง โดยนำระบบการมองเห็นแบบเรียลไทม์ การประมวลผลข้อมูล และกลไกการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้ มาประยุกต์ใช้กับงานเกษตร เพื่อให้หุ่นยนต์ทำงานได้อย่างแม่นยำและยืดหยุ่น คล้ายการตัดสินใจของแรงงานเกษตรที่มีประสบการณ์ หุ่นยนต์แยกพืชปลูกออกจากวัชพืช กำจัดเฉพาะจุดโดยไม่ใช้สารเคมี เทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ตัวแรกของบริษัท คือ RHIC (Robot of Human-Inspired Cultivation) หุ่นยนต์พรวนดินและกำจัดวัชพืชที่ผสานการทำงานของ AI ระบบกล้องตรวจจับภาพแบ
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษหัวข้อ เกษตรไทยยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยดาต้า โตด้วยเทคโนโลยี ในงานครบรอบ 39 ปี ‘เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE เกษตรไม่เหมือนเดิม’ ตอนหนึ่งว่า ภาคการเกษตรซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข คือต้นทุนการผลิตสูงจากราคาปัจจัยการผลิตที่ผันผวน ผลผลิตต่อไร่ต่ำ จากสภาพอากาศที่แปรปรวน และปัญหาโรคพืชโดยเฉพาะโรคใบด่างมันสำปะหลังที่กระทบผลผลิตอย่างรุนแรง สินค้าเกษตรยังขาดการแปรรูปและการเชื่อมโยงตลาด รวมทั้งขาดการถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่ ทำให้เกิดช่องว่างของแรงงานและความต่อเนื่องในอนาคต โอกาสของประเทศไทย เริ่มจากการยกระดับรายได้และประสิทธิภาพการผลิตคนในพื้นที่ เพื่อวางรากฐานสู่การเป็นประเทศรายได้สูง สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวง อว. มีนโยบายลงทุนสร้างอนาคตให้ประเทศผ่านระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดยอาศัยความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษาขับเคลื่อนองค์ความรู้และเทค
เมื่อพูดถึงเกษตรอินทรีย์ภาพที่หลายคนคุ้นเคย อาจเป็นเรื่องของการไม่ใช้สารเคมีและการผลิตอาหารที่ปลอดภัย แต่เมื่อโลกการเกษตรเปลี่ยนไป แนวคิดการผลิตก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ “ลด” หรือ “เลิก” สิ่งที่ไม่ต้องการ หากกำลังขยับไปสู่การใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และองค์ความรู้ด้านจุลินทรีย์ เข้ามาจัดการปัญหาในระบบการผลิตอย่างเป็นระบบมากขึ้น หนึ่งในผู้ที่ทำงานด้านนี้มาอย่างต่อเนื่องคือ ศ.ดร.เกษม สร้อยทอง คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ได้ทำงานส่งเสริมการลดหรือหยุดการใช้สารเคมีและลดสารพิษทางการเกษตร พร้อมได้รับเชิญจากหลายประเทศให้เดินทางไปเผยแพร่ความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และส่งเสริมแนวทางลดการพึ่งพาสารเคมีในการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ศ.ดร.เกษม เล่าว่า การวางรากฐานด้านการวิจัยและพัฒนาจุลินทรีย์ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำมาสนับสนุนระบบการผลิตที่ปลอดภัย โดยไม่ได้มองเฉพาะการผลิตในประเทศไทย แต่ยังมีการสร้างเครือข่ายกับสถาบันเกษตรอินทรีย์ในประเทศอินเดีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บังกลาเทศ และจีน เพื่อให้แต่ละแห่งทำ
TRENDY
Latest post from Technology Chaoban
อื่นๆ
เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนกลายเป็นความท้าทายสำคัญของสังคม เยาวชนไทยรุ่นใหม่กำลังแสดงให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถนำไปสู่แนวทางแก้ไขปัญหาที่จับต้องได้ ผ่าน 5 ผลงานนวัตกรรมจากทีมผู้ชนะ โครงการ Better Futures Project 2026 อนาคตใกล้ฉัน 2026 ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อาทิ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ที่นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน มาประยุกต์ใช้เพื่อรับมือกับปัญหาสำคัญ ตั้งแต่ขยะอาหารในเมืองท่องเที่ยว ขยะพลาสติกในทะเล การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ไปจนถึงการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตสินค้าชุมชน สะท้อนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์แนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จากยางกล้วยป่าสู่ผ้ามัดย้อมธรรมชาติ ผสานคณิตศาสตร์เพิ่มมูลค่าภูมิปัญญาพัทลุง เริ่มต้นจากผลงานระดับอุดมศึกษา “ยางกล้วยป่า X คณิตศาสตร์ GSP ล็อกสีธรรมชาติป้องสิทธิชุมชน คื
สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยขอเชิญชวนสื่อมวลชน เกษตรกร ภาคเอกชน และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมรับฟังการเสวนา “ผ่าร่าง พ.ร.บ. พันธุ์พืชใหม่ : UPOV 1991 ปลดล็อกนวัตกรรม หรือจำกัดสิทธิเกษตรกร” วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30–12.00 น.ณ ห้องประชุมธีระ สูตะบุตร ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยากร– นางสาวธิดากุญ แสนอุดม ผอ.กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร– ศาสตราจารย์ ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช และพันธุศาสตร์ข้าว และที่ปรึกษาอาวุโสและที่ปรึกษาผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์– นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย– ดร.บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย (THASTA)– รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์การค้าสากล และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ดำเนินรายการโดย นางสาวอัจฉราวรรณ์ สุวรรณสมบัติ (เพจเกษตรสัญจร) ลงทะเบียนเข้าร่วมฟังเสวนาและแสดงความคิดเห็นได้ที่https://forms.gle/c49dpZxdAkKr
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจชั้นนำของไทย เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกร คู่ค้า และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมวางแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด ครอบคลุมการสนับสนุนอาหารและสิ่งของจำเป็น การรับคืนอาหารสัตว์ที่เสียหาย และการประสานงานซ่อมแซมอุปกรณ์ภายในฟาร์ม เพื่อให้เกษตรกรซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของห่วงโซ่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตเคียงข้างเกษตรกร ทั้งในช่วงการดำเนินงานตามปกติและในยามเผชิญวิกฤต สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ TFM ได้ร่วมกับเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในหลากหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อแบ่งเบาภาระและสนับสนุนการฟื้นตัวของฟาร์มและชุมชน โดยบริษัทได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็น รวมถึงส่งมอบผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องซีเล็คกว่า 10,000 ชุด แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย และประสานงานซ่อมแซมมอเตอร์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้เกษตรกรสามารถก
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้ารุกตลาดอาหารเจรับเทศกาลกินเจปี 2569 “อร่อยได้บุญ สุขใจทุกคำ” ชู วีจีฟอร์เลิฟ (VG for Love) อร่อยง่าย…ไม่มีเนื้อสัตว์ ด้วยเมนูยอดนิยมข้าวกะเพราหมูกรอบวีแกน และเมนูใหม่ในปีนี้ อย่างสปาเก็ตตี้ขี้เมาหมูกรอบวีแกนและข้าวผัดพริกหน่อไม้เจ ประเดิมที่งานประเพณีงานเจเยาวราช ระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม รวม 9 วัน 9 คืน พร้อมประเดิมเมนูใหม่ “เจด ดราก้อน x ดีน่า”ที่นำนมถั่วเหลืองดีน่ามารังสรรค์เป็นไส้ซาลาเปา รวมถึง “เลอแปง” เบเกอรี่สดใหม่ อร่อยง่ายได้ทุกที่ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคทุกกลุ่ม ตลอดเทศกาล ได้ที่ 7-Eleven, Makro, Lotus’s และร้านค้าชั้นนำ กว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ ต่อยอดเมนูเทศกาลสู่ “อาหารที่กินได้ทุกวัน” ซีพีแรมมองว่าตลาดอาหารเจปี 2569 กำลังเปลี่ยนผ่านจากการบริโภคตามเทศกาล (Seasonal Consumption) สู่อาหารทางเลือกในชีวิตประจำวัน (Everyday Consumption) ฐานผู้บริโภคขยายจากผู้ถือศีลกินเจ ไปสู่ผู้ใส่ใจสุขภาพ และกลุ่ม Flexitarian ที่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ โดยยังให้น
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ต้อนรับเทศกาลกินเจ 2569 ระหว่างวันที่ 10-18 ตุลาคมนี้ ชวนคนไทยมาร่วมกินเจ อร่อยได้บุญ สุขใจทุกคำ ด้วยเมนูเจ ที่มาพร้อมรสชาติอร่อย คุณค่าทางโภชนาการ และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ในราคาคุ้มค่า ตอบโจทย์ทั้งสายสุขภาพที่มองหาทางเลือกอาหารที่หลากหลาย ใส่ใจสุขภาพ และสายบุญที่ตั้งใจถือศีลกินเจตลอดเทศกาล ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในปีนี้คือ วีจีฟอร์เลิฟ (VG for Love) แบรนด์อาหาร Plant-Based ที่ อร่อยง่าย…ไม่มีเนื้อสัตว์ ให้รสชาติและสัมผัสใกล้เคียงเนื้อสัตว์จริง นำทีมด้วยเมนูยอดนิยมข้าวกะเพราหมูกรอบวีแกน และเมนูใหม่ในปีนี้ อย่างสปาเก็ตตี้ขี้เมาหมูกรอบวีแกน และข้าวผัดพริกหน่อไม้เจ “เจด ดราก้อน x ดีน่า” เมนูใหม่จากเจด ดราก้อน (Jade Dragon) ที่นำนมถั่วเหลืองดีน่ามารังสรรค์เป็นไส้ซาลาเปา ผสานความหอมกลมกล่อมของธัญพืช 3 รสชาติ ทั้งซาลาเปาไส้นมถั่วเหลืองผสมน้ำนมข้าวไรซ์เบอร์รี่, ซาลาเปาไส้นมถั่วเหลืองผสมงาดำ และซาลาเปาไส้นมถั่วเหลืองผสมจมูกข้าวญี่ปุ่น อุดมด้วยโปรตีนจากพืช ใยอาหาร และสารอาหารจากธัญพืชครบถ้วน และ “เลอแปง” เบเกอ
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ร่วมกับหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และภาคีเครือข่าย จัดโครงการ “ส่งต่อรอยยิ้ม” ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง วาสนา พัฒนพีระเดช รองประธานกรรมการและเลขานุการหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. และ นายวรวุฒิ กุลแก้ว เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร. เข้าร่วมพิธีและเยี่ยมชมการให้บริการประชาชนอย่างใกล้ชิด ณ ห้องประชุมหนุมาน 1 อาคารสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บริเวณสะพานพระราม 8 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เปิดเผยว่า โครงการ “ส่งต่อรอยยิ้ม” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–6 ตุ
ซีเอ็นเอช ประเทศไทย และฟาร์มโชคชัย จัดงาน New Holland Day 2026 นำเสนอการสาธิตการทำงานจริงของเครื่องจักรเพื่อเสนอวิธีการแก้ปัญหาเชิงเกษตรแม่นยำขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะปลูกในแปลงไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์ ตอกย้ำแนวทางการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำให้กับภาคการเกษตรไทย งาน New Holland Day 2026 รวบรวมเกษตรกร ผู้ประกอบการภาคการเกษตร และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อร่วมสัมผัสการสาธิตระบบการทำเกษตรแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การจัดการเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์ ด้วยการออกแบบโซลูชันให้ตอบโจทย์ภาคการผลิตข้าวโพดและปศุสัตว์ในภูมิภาค งานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำและเครื่องจักรกลการเกษตรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การจัดการและผลิตอาหารหยาบสำหรับปศุสัตว์ ตลอดจนช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลกำไรให้แก่เกษตรกรไทย “เกษตรกรไทยต้องการแนวทางและขั้นตอนที่ตอบโจทย์กับการใช้งานจริงในแปลงเกษตร และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดทั้งกระบวนการผลิต” มาร
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานเจ้าของแบรนด์ขนมปัง “เลอแปง” จับมือ “นมตรามะลิ” เปิดตัวเมนูคู่หูใหม่ล่าสุดรับกระแสสุขภาพ ชูขนมปังโฮลวีทเนื้อนุ่ม อร่อย และไม่มีคอเลสเตอรอล จับคู่กับนมข้นหวานปราศจากแล็กโทส สูตรโปรตีน ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหามื้อเช้าและของว่างที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ พกพาสะดวก ทานง่ายทุกที่ทุกเวลา อร่อยครบ จบทุกมื้อสุขภาพ วางจำหน่ายที่ 7-Eleven ทุกสาขาตั้งแต่วันนี้ จับคู่จุดแข็ง สองแบรนด์ที่คนไทยเชื่อมั่น โดยความร่วมมือครั้งนี้คือการผสานจุดแข็งของสองแบรนด์ที่คนไทยรู้จักดี อย่าง “เลอแปง” และ “นมตรามะลิ” หนึ่งคือขนมปังโฮลวีทของเลอแปงที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการผลิตจากแป้งข้าวสาลีเต็มเมล็ดไม่ผ่านการขัดสี จึงคงคุณค่าสารอาหารทั้งวิตามินบี วิตามินอี แคลเซียม ธาตุเหล็ก สารต้านอนุมูลอิสระไว้อย่างครบถ้วน รวมถึงใยอาหารที่ช่วยเสริมระบบขับถ่ายและการควบคุมน้ำหนัก ส่วนอีกด้านคือนมข้นหวานปราศจากแล็กโทส สูตรโปรตีน ของนมตรามะลิ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้ทั้งผู้ที่แพ้แล็กโทสและกลุ่มคนรักสุขภาพเพลิดเพลินกับรสชาติเข้มข้นได้อย่างเต็มคำ โดยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยัง
