Exclusive
ด้วยความตั้งใจอันแรงกล้าของหนุ่มเชียงใหม่คนหนึ่ง ที่อยากยกระดับเพิ่มมูลค่าผลผลิตการเกษตรไทย โดยเฉพาะ โกโก้ ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนมหาศาล สร้างธุรกิจคราฟต์ช็อกโกแลตระดับพรีเมียมสัญลักษณ์ไทยแท้ ที่โดดเด่นตั้งแต่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม รังสรรค์รสชาติจากวัฒนธรรมไทยในสไตล์สากลอย่างลงตัว “ภารกิจของ ‘กานเวลา’ ที่ทำมาตลอดและตั้งใจมากๆ คือ การยกระดับช็อกโกแลตไทย เราไม่อยากให้คนมองช็อกโกแลตไทยเป็นแค่สินค้าท้องถิ่น สินค้าพื้นบ้าน มาซื้อเพราะความรู้สึกอยากช่วยสนับสนุนชาวบ้าน เราอยากให้คนมองช็อกโกแลตไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ทั้งรสชาติ คุณภาพการผลิต และความปลอดภัย แล้วผลพลอยได้จะส่งไปสู่ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรไทย” คำบอกเล่าของ ‘คุณธนา คุณารักษ์วงศ์’ หรือ ท็อป หนุ่มเชียงใหม่ผู้ใช้เวลาศึกษาและคลุกคลีอยู่กับเกษตรกรไทยผู้ปลูกโกโก้ จนมองเห็นโอกาสที่ ‘โกโก้ไทย’ สามารถไปได้ไกล มากกว่าการเป็นเพียงสินค้าเกษตร ไม่ใช่แค่ปลูกมา ขายไป แต่นำมาสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นคราฟต์ช็อกโกแลตพรีเมียม ‘KanVela’ (กานเวลา) แบรนด์ที่อยากเห็นเกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีความสุขขึ้น และอยากส่งต่อช็อกโกแลตให้คนทุกเพศทุกวัยทา
“กาแฟ-โกโก้-วานิลลา” กำลังถูกจับตาในฐานะ 3 พืชศักยภาพสูง ท่ามกลางความผันผวนของราคาพืชผลในตลาดโลก และแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น การมองหาพืชทางเลือกที่มี “มูลค่าสูง” และมีดีมานด์มั่นคง จึงเป็นโจทย์สำคัญของเกษตรกรไทยในยุคใหม่ ภายใต้บริบทดังกล่าว “เทคโนโลยีชาวบ้าน” เตรียมจัดงานสัมมนาแห่งปีในหัวข้อ “กาแฟ-โกโก้-วานิลลา พิชิตตลาดโลก HIGH-VALUE AGRI FUTURE 2026” ในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30-16.20 น. ณ ห้องประชุม อาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด เพื่อถอดรหัสโอกาสของพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่กำลังทรงอิทธิพลในตลาดโลก พืชมูลค่าสูง กับจังหวะเวลาที่โลกกำลังต้องการ ปัจจุบัน “กาแฟ โกโก้ และวานิลลา” ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป แต่กำลังถูกยกระดับเป็นวัตถุดิบพรีเมียมที่สอดคล้องกับเทรนด์ Wellness & Functional Food ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับคุณภาพ แหล่งที่มา และคุณประโยชน์เชิงเภสัชโภชนา มากกว่าปริมาณ เมื่อความต้องการวัตถุดิบธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่หลายประเทศผู้ผลิตเผชิญปัญหาสภาพภูมิอากาศผันผวน ส่งผลให้ผลผลิตลดลง สินค้าในกลุ่มนี้จึงมีแนวโน้มมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ
ท่ามกลางยุคที่ราคาข้าวผันผวนและมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้ความไม่แน่นอนถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ความอยู่รอดของชาวนาไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงกายเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือการปรับตัวให้ทันโลกที่เปลี่ยนไป บางครอบครัวเลือกยอมแพ้ บางคนเลือกอดทน แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่เลือก “เปลี่ยนวิธีคิด” เพื่อพาชีวิตและผืนนาไปต่อให้ได้ คุณโอวา-ธนาวัฒน์ จันนิม เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ และเป็นหนึ่งภาพสะท้อนของชาวนาไทยยุคใหม่ ที่ใช้วิกฤตเป็นจุดตั้งต้นของการยืนหยัดอยู่ในระบบเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกรมาอย่างยาวนาน ลูกชาวนาที่อยากหนีบ้าน สู่แม่ค้าออนไลน์ ที่พาข้าวท้องถิ่นไปไกลกว่าเดิม คุณโอวา เล่าให้ฟังว่า เติบโตมาในครอบครัวชาวนาในต่างจังหวัด ภาพจำของท้องนาและชีวิตเกษตรกรในวัยเด็กได้ดี แต่สิ่งเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่คุณโอวาพยายามหลีกหนีมาโดยตลอด เมื่อมีโอกาสได้เรียนจบจากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณโอเลือกก้าวเข้าสู่เส้นทางการทำงานในบริษัทเอกชนตามความฝัน ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่นานกว่า 10 ปี “อยู่ๆ ไปความอิ่มตัวค่อยๆ ก่อตัวขึ้น พร้อมกับการระบาดของโควิด-19 วิกฤตครั้งนั
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโกโก้ไทยกำลังขยับจากพืชทางเลือกสู่พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่ทั่วโลกจับตา ท่ามกลางกระแสคราฟต์ช็อกโกแลต เทรนด์สุขภาพ และการบริโภคอย่างมีที่มา ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นผลจากการวางจุดยืนที่ชัดเจนของวงการโกโก้ไทย ว่าจะไม่แข่งขันด้วยปริมาณ แต่จะสร้างความแตกต่างด้วยคุณภาพ รสชาติ และเรื่องราวของแหล่งปลูกในประเทศ คุณบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย นายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย ชี้ว่า โกโก้ไทยควรยืนอยู่ในฝั่ง “คราฟต์ช็อกโกแลต” (Craft Chocolate) อย่างชัดเจน เพราะเป็นพื้นที่ที่ให้คุณค่ากับคุณภาพมากกว่าปริมาณ แตกต่างจากตลาดอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เน้นวอลุ่มเป็นหลัก ด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่และปริมาณการผลิต ไทยไม่ควรนำตัวเองไปแข่งขันกับประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในแอฟริกา แต่ควรใช้จุดแข็งด้านภูมิประเทศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มาสร้างโกโก้แบบ Single Origin ที่มีมูลค่าสูงและเล่าเรื่องได้ “โกโก้ไทยกำลังการผลิตเราน้อย เมื่อเทียบกับการเพาะปลูกของแอฟริกา เราไม่ควรไปแข่งในเรื่องของปริมาณ ควรจะแข่งขันในเรื่องของมีสตอรี” โกโก้ไทยต้องคิดย้อนจากตลา
เมื่อเอ่ยถึงกาแฟ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงพื้นที่เพาะปลูกบนดอยสูงทางภาคเหนือ หรือสวนกาแฟเขียวชอุ่มในภาคใต้ แต่ “โรงคั่วกาแฟ วังน้ำเขียว” ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เสน่ห์ของกาแฟไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่ปลูก หากยังอยู่ที่ “หัวใจและเรื่องราว” ของผู้สร้างสรรค์ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีโอกาสพูดคุยกับ คุณปกรณ์ เตชสิทธิ์วรโชติ คนในพื้นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ที่เป็น ประธานเครือข่ายโอท็อปอำเภอวังน้ำเขียว, ประธานรัฐวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกกาแฟวังน้ำเขียว และเจ้าของ โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว ซึ่งกลายเป็นตลาดหลักในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ สร้างรายได้และความมั่นคงให้กับคนปลูกกาแฟในชุมชน คุณปกรณ์ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางกาแฟว่า เกิดขึ้นจากการได้มีโอกาสลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้านในอำเภอวังน้ำเขียว และพบว่าหลายครัวเรือนปลูกกาแฟไว้ แต่กลับไม่มีการต่อยอด ทั้งที่แท้จริงแล้ว “ของดีอยู่ในมือ” สามารถเพิ่มมูลค่าได้อีกหลายเท่าตัว นั่นจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้เขาตัดสินใจนำผลผลิตกาแฟของชาวบ้านมาทดลองแปรรูป และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วยตัวเอง เพื่อให้เข้าใจทุกขั้นตอนการผลิตกาแฟ คุณปกรณ
แม้ประเทศไทยจะขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ’ แต่ในทางกลับกัน เกษตรกรไทยกลับเป็นกลุ่มอาชีพที่ยากจนเป็นอันดับต้นๆ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ‘หนี้สิน’ ที่เกษตรกรต้องแบกรับไว้ ไม่ใช่หนี้เพื่อการลงทุน แต่เป็นหนี้ที่เกิดจากการนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่ว่าความล้มเหลวจะเกิดจากฝ่ายใดก็ตาม แต่เกษตรกรสามารถหลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้ด้วยตัวเอง พอต-อภิวรรษ สุขพ่วง บุคคลที่ผู้เขียนยกให้เป็นเกษตรกรตัวอย่างที่มีความรู้ความสามารถรอบด้าน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยและนำเรื่องราวของคุณพอตมาเผยแพร่ไปแล้วหลากหลายประเด็น ทั้งเรื่องการทำเกษตรผสมผสาน การจัดสรรพื้นที่เกษตรกรรม ไปจนถึงการจัดการแหล่งน้ำนอกเขตชลประทาน ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีเยี่ยม วันนี้เทคโนโลยชาวบ้านได้มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณพอตอีกครั้ง โดยเปิดประเด็นคำถามไปที่เรื่องปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งคุณพอตได้สะท้อนว่า นอกจากปัญหาเรื่องแหล่งน้ำแล้ว ก็คงจะเป็นเรื่องหนี้สิน ที่เป็นปัญหาใหญ่ลำดับต้นๆ ของเกษตรกรไทย ดังนั้น เกษตรกรควรหยุดวงจรการกู้หนี้ยืมสิน และหันกลับมาพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด แนวทางหยุดวงจรหนี้ที่ดีที่สุดคือการติดอาวุธความรู้
แน่นอนว่าใครที่อยู่ในแวดวงกาแฟช่วงนี้ คงสัมผัสได้ถึงแรงกระเพื่อมสำคัญของตลาด โดยเฉพาะกระแสการบริโภคที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลล่าสุดพบว่าคนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 340 แก้วต่อคนต่อปี ดันความต้องการใช้เมล็ดกาแฟในประเทศพุ่งแตะ 100,000 ตันต่อปี แต่ปริมาณผลผลิตในประเทศ สามารถผลิตได้จริงเพียงประมาณ 16,000-17,000 ตันต่อปี เท่านั้น (ข้อมูลปี 2568/69 จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) สาเหตุหลักมาจากพื้นที่ปลูกที่ลดลง สภาพอากาศที่ผันผวนจากสภาวะโลกร้อน รวมถึงธรรมชาติของต้นกาแฟที่ให้ผลผลิตไม่คงที่ในแต่ละปี ส่งผลให้ไทยต้องนำเข้ากาแฟจากต่างประเทศสูงถึง 80,000 ตัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ จึงเรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองบนความท้าทาย ของทั้งเกษตรกรที่ต้องการยกระดับสู่กาแฟคุณภาพ และผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาจับธุรกิจนี้ เพราะในวันที่ของขาดตลาดแต่คนอยากกินเพิ่มขึ้น ราคาย่อมพุ่งสูงขึ้นตามกลไกตลาด อย่างไรก็ตาม…วงการนี้ “ไม่ได้ง่าย” อย่างที่คิด คนที่รู้ไม่จริง…อาจอยู่ไม่ได้ แม้ตลาดจะดูหอมหวาน แต่กาแฟคือพืชที่อาศัยความประณีตสูง ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การดูแลแบบเกษตรแม่นยำ ไปจนถึงทั
ในวันที่เกษตรกรไทยต้องรับมือกับความไม่แน่นอนมากกว่าที่เคย มีฟาร์มหนึ่งที่เลือกเดินต่างออกไป ฟาร์มที่มองเทคโนโลยีไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกษตรแม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น จากพื้นที่ 15 ไร่ VIP Organic Farm กำลังพิสูจน์ว่า การปลูกเห็ดที่ควบคุมด้วย IoT ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของเกษตรยุคใหม่ คุณสุเมศวร์ เสนชู ผู้ก่อตั้ง VIP Organic Farm เล่าให้ฟังว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจาก “ปัญหา” ที่ได้พบเจอในภาคการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัญหาแรงงานที่ขาดแคลน รวมถึงราคาสินค้าเกษตรที่ผันผวน สิ่งเหล่านี้ผลักดันให้ฟาร์มหันมามองหาวิธีใหม่ๆ ในการพัฒนา และนำไปสู่การวิจัย ทดลอง และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิต แม้หลายคนมองว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องของคนมีเงิน ลงทุนสูง และดูเหมือนทำ “เล่นๆ” แต่ในมุมของคุณสุเมศวร์ หากมองในระยะยาวแล้วถือว่าคุ้มค่า เพราะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความแม่นยำ และสร้างความต่อเนื่องในการผลิตได้จริง อย่างไรก็ตาม คุณสุเมศวร์ย้ำเสมอว่า “เทคโนโลยีคือเครื่องมือ” และถ้าใช้ไม่เป็นก็อาจไม่ต่างอะไรกับการมีจักรยานแต่ปั่นไม่เป็น
หลังจากการประกาศ “พักฟาร์ม” ในปี 2568 เพื่อปรับปรุงพื้นที่ครั้งใหญ่ ปลายปี 2569 นี้ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เตรียมกลับมาสร้างตำนานบทใหม่ ที่จะยกระดับทั้งงานศิลปะ การเกษตร และวัฒนธรรมอีสานให้เข้มข้นและยิ่งใหญ่กว่าที่เคยมีมา จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จากที่เคยเป็นแหล่งผลิตไข่ไหมและปลูกหม่อนเพื่อส่งโรงงานทอผ้า ใน พ.ศ. 2542 ฟาร์มได้มีการพัฒนาและเติบโตมากลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ด้วยลานฟักทองยักษ์และทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตาที่เป็นจุดเช็กอินแรกๆ ของไทย นอกจากความงามแล้ว ฟาร์มยังนำเรือนอีสานโบราณมาจัดเป็นหมู่บ้านมีชีวิต ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และช่วยสร้างงานพร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชนรอบข้างให้มีรายได้ที่มั่นคงขึ้น คุณต้อง บุตรศรีชา ผู้จัดการ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม หรือที่น้องๆ พี่ๆ พนักงานมักจะเรียกกันติดปากว่า “ลุงต้อง” ด้วยความสนุกสนาน เป็นกันเอง และรอยยิ้มที่เปื้อนหน้าอยู่ตลอดเวลาของลุงนั่นเอง เมื่อเร็วๆ นี้ทางทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้าน และเส้นทางเศรษฐี ได้มีโอกาสพูดคุยและสัมภาษณ์กับลุงต้อง ทามกล่างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และความกระฉับกระเฉงในการเด
หากพูดถึงดาราหนุ่มมาดเข้ม เพ็ชร ฐกฤต หลายคนอาจคุ้นเคยกับบทบาทในวงการบันเทิง แต่ใครจะรู้ว่าอีกมุมหนึ่งของเขาคือเจ้าของสวนสุดร่มรื่น The Florimel Garden Farm ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชัยนาท คุณเพ็ชรลงทุนซื้อที่ดินขยายอาณาจักรสีเขียวให้ยิ่งใหญ่ จากพื้นที่สวนแห่งนี้จะเห็นได้ชัดว่ามีความตั้งใจทำด้วยความรัก และหลงใหลในธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากนี้ คุณเพ็ชรยังชอบอวดภาพความสวยงามของต้นไม้และดอกไม้ในไอจีส่วนตัว ชนิดที่เห็นแล้วอยากเข้าไปสัมผัสด้วยตาตัวเอง งานดูแลสวนอาจเป็นเรื่องยาก แต่คุณเพ็ชรได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าถ้ารักจริง อะไรก็เป็นไปได้!!! จากสถานการณ์โควิด-19 พบสิ่งที่ชอบ คือการทำเกษตร คุณเพ็ชรเล่าย้อนให้ฟังถึงสาเหตุที่ทำให้ได้มาทำเกษตรเหมือนเช่นทุกวันนี้ เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้งานการแสดงต้องหยุดลงเกือบ 1 ปีเต็ม ซึ่งในขณะนั้นคุณเพ็ชรได้มองหางานอดิเรกเพื่อให้มีกิจกรรมทำในสถานการณ์เช่นนั้น จึงได้หาซื้อที่ดินในจังหวัดชัยนาทเพราะมองว่าการเดินทางไม่ได้ห่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก “ช่วงนั้นผมกลัวจะเป็นซึมเศร้าครับ เลยหากิจกรรมทำและก็มาหาซื้อที่ดิน ตอนแรกผมจะซื้อแค่ 1-2 ไร่ แต่พอลองคิดดูแล้วจ
