“มาม่าเมนูยอดฮิตสิ้นเดือน” ความท้าทายของ “มาม่า” ที่ครองเบอร์ 1 ในตลาด
ในงานสัมมนา PRACHACHAT THAILAND 2025 เสวนาพิเศษ “โอกาส-ธุรกิจ-คนรุ่นใหม่” จากผู้บริหารเจเนอเรชันใหม่ คุณพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา ‘มาม่า’
ปัจจุบันตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีแนวโน้มขาขึ้นอยู่ในช่วงนี้ ซึ่งเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน คนไทยบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 53 ซองต่อคนต่อปี ส่วนในปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 55 ซอง
โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าที่ถูกควบคุมราคา จะขายได้เพียงซองละ 5-6 บาทเท่านั้น เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะไม่ยอมซื้อในราคาแพงกว่านี้ ด้วยเหตุที่ว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าราคาถูก
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส
คุณพันธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามาบริหารงาน มาม่ามีการขึ้นราคาไปทั้งหมด 2 ครั้งในรอบ 25 ปี ซึ่งปรับขึ้นครั้งละ 1 บาทเท่านั้น โดยในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ได้มีแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทยหลายแบรนด์ ในราคาซองละ 35-40 บาท และสามารถทำส่วนแบ่งการตลาดไปได้อย่างน่าตกใจ
ซึ่งทางมาม่าเองก็ได้มีการปรับตัว ออกสินค้าใหม่ที่เรียกว่า MAMA Oriental Kitchen ลักษณะเส้นเหมือนของเกาหลี ขายในราคา 13-14 บาท แต่กลับขายไม่ได้ จึงต้องทำการรีแบรนด์ใหม่เรียกสั้นๆ ว่า ‘OK’ จนตอนนี้สามารถสร้าง Market Share ไปกว่า 10%
“ด้วยกำแพงราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ถูกทะลุทะลวงไปด้วยต่างชาติ จากวิกฤตตรงนั้นกลายมาเป็นโอกาสในการขายสินค้าราคา 15 บาทได้ ทุกวันนี้ OK ราคา 15 บาท ไม่ใช่ของแพงแล้ว เป็นสินค้าประเภทเดียวกับต่างชาติแต่ขายราคาที่ถูกกว่า”
คุณภาพดีราคาเอื้อมถึง
การพัฒนาคุณภาพของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถูกพัฒนาโดยตัวเครื่องจักรและเรื่องสูตรการผลิต ซึ่งตัวเครื่องจักรผลิตบะหมี่ที่ไทยไม่ได้ทำการผลิตเองแต่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น ทำให้คุณภาพของมาม่าสู้กับคู่แข่งต่างประเทศได้ในราคาที่เอื้อมถึง
“คนจะกินบะหมี่ราคา 40 บาทได้ทุกมื้อจริงๆ เหรอ ในเมื่อค่าใช้จ่ายก็เยอะ รายได้ไม่ได้เพิ่ม ก็ต้องอยู่ในราคาที่สบายกระเป๋า จึงเป็นจุดแข็งที่ถ้าคนได้ลองของไทยจะบอกว่าไม่ได้ต่างมาก และรสชาติคุ้นลิ้นกับคนไทยมากกว่า”
ในประเทศไทยมีผู้ประกอบการน้อยราย คู่แข่งไม่ได้เยอะ เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่โหดร้าย ที่นายทุนรายใหญ่ไม่มาตีตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันนั่นก็เพราะว่าได้กำไรน้อย ทำให้มาม่าอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะสามารถควบคุมต้นทุนได้ค่อนข้างดี
“ความท้าทายของมาม่าคือ การควบคุมต้นทุนให้ดี ก็จะมีกำลังไปต่อสู้ในเรื่องของยอดขาย”
กับดักของรายจ่าย
ทุกวันนี้รายได้เท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะมีรายจ่ายรออยู่แล้ว เรียกได้ว่าตอนนี้แพลตฟอร์มการขายวิ่งเข้าหาทุกวัน ยิ่งรายได้เพิ่มหนี้ก็ยิ่งเพิ่ม
เขาเล่าเสริมว่า “มีคนมาถามผมว่ารู้ไหม ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้น มาม่าจะขายไม่ดี ดัชนีมาม่าคือจะขายดีเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ผมบอกว่าผมไม่กลัว เศรษฐกิจดีแค่ไหนคนที่เป็นลูกค้าหลักของมาม่าเขาก็ไม่รวยขึ้น เพราะเขาติดกับดักของค่าใช้จ่าย สิ้นเดือนก็ต้องกลับมากินมาม่าอยู่ดี”
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 21 พฤศจิกายน 2567
