เรื่องราวของ “คุณมาวิน ทวีผล” เขาเคยอยู่ในช่วง “ขาร่วง” ชีวิตติดลบจนไปต่อไม่ได้ ก่อนมาเริ่มต้นเป็น “นักรีวิว” เจ้าของช่อง มาวินฟินเฟ่อร์ (Mawinfinferrr) ที่เริ่มต้นในอินสตาแกรมก่อนต่อยอดในหลายแพลตฟอร์ม
แต่กว่าจะเจอการรีวิวที่ใช่ เขาลองทำมาหลากหลายแนวทาง จนพบว่า “การเป็นตัวเองดีที่สุด”
คุณมาวินแชร์ให้ฟังผ่านเวที The Unlock Stage ของ สสว. ว่า “ผมกินข้าวผ่านกล้องมือถือ ง่ายๆ เรียลๆ คนเลยชอบ
ค่อยๆ เรียนรู้ พัฒนา อ่านทุกคอมเมนต์ ปรับปรุง และทำความเข้าใจว่าคนดูต้องการอะไร ชอบอะไร
การทำเพจเราต้องมองว่าในตลาดมีคนแบบไหน มีนักรีวิวแบบไหน แล้วเราอยากอยู่จุดไหน เลยกลายมาเป็นมาวินฟินเฟอร์อย่างทุกวันนี้”
การนำเสนอของคุณมาวิน ไม่ใช่เพจที่รีวิวจ๋าๆ แต่เป็นเหมือนคนชอบกินมากกว่า
“ใช้ตัวเองเป็นสื่อกลาง คอนเน็กกับร้านและแพลตฟอร์ม ว่าเราเป็นคนชอบกิน กินดุ กินจริงจัง
ในการนำเสนอถ้าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดา ทำยังไงให้อร่อย เราใส่องค์ความรู้ของเราเข้าไปได้ เขามีถ้วยน้ำจิ้ม เราปรุงสิ แล้วซดน้ำจิ้มที่เขาตั้งใจปรุงให้เรา
ภาพที่คนชอบคือ ช็อตเทน้ำซุป ควันขึ้น เห็นเนื้อชิ้นใหญ่ ขึ้นเขียงแล้วสับ หรือการทำน้ำจิ้มใส่พริก ใส่น้ำส้มลงไปแล้วคน เอาน้ำซุปเทตามสไตล์ผม ยิ่งถ้ามีเต้าหู้ยี้ผสมด้วย แล้วเอาเนื้อชิ้นใหญ่ไปจิ้ม สะบัดๆ เอาเข้าปากแล้วหลับตาฟิน คือช็อตชวนฝัน คนรับรู้รสชาติตามได้ ลงตอนค่ำ ลงก่อนนอน พอคนเห็น พรุ่งนี้ไม่ต้องคิดแล้ว ไปกินตามผม”
คุณมาวินยังมีวลีติดปากว่า “ลุย” เขาใช้เป็น Tagline ตอนที่จะตักอาหารเข้าปาก และอีกนัยหนึ่งคือส่งสัญญาณบอกภรรยาที่กำลังใช้มือถือถ่ายว่ากำลังจะทานแล้ว
การีวิวของคุณมาวิน ไม่เพียงช่วยให้ร้านอาหารเป็นที่รู้จัก เขาสะท้อนอีกมุมคือ “ได้เพื่อน” “ได้มิตรภาพ” และ “ได้มุมมองทางธุรกิจ” มากมาย โดยเมื่อปีที่แล้วเขาเดินทางไปราว 50 จังหวัด
“เราต้องยอมรับและปรับตัว อาหารอร่อยอย่างเดียวไปต่อยากมาก รอบๆ ข้างมีคนแข่งกับเราอยู่ จะทำยังไงให้อินฟลูเอนเซอร์หรือคนที่มากินอยากเช็กอินร้านเรา ต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายให้เป็น โปรดักชันเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องใหญ่ ไม่ต้องแพง หรืออลังการเหมือนออกกอง แต่จะนำเสนอยังไงให้น่าสนใจ สำคัญตรงนี้มากกว่า”
คุณมาวินยังแชร์ทริกสำหรับผู้ประกอบการว่า ควรนำเสนอร้านตัวเองให้เป็น
“สมมติขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ นำเสนอเลย ซุปเคี่ยวกี่ชั่วโมง เนื้อต่างจากที่อื่นยังไง ถ้าในชามมีลิ้นลองเปลี่ยนจากหั่น 3 ชิ้น มาเป็นชิ้นใหญ่ชิ้นเดียว คนคีบมาจะรู้สึกว่าชิ้นใหญ่มาก เอ็นก็ไม่ต้องหั่น ลองทำเป็นท่อนเดียวยาวๆ ปริมาณเท่ากัน แต่มุมมองการนำเสนอต่างกัน ชิ้นใหญ่ล่อเป้ากว่าเยอะ ทำให้คนอยากมาเช็กอิน ต่อให้ร้านไม่สวย เรานำเสนอด้วยสีสันและหน้าตาอาหารก็ดึงดูดคนได้”
ก่อนเสริมว่า ต้องมี Storyline รู้ว่าต้องเล่าเรื่องอะไร เรียงลำดับหนึ่ง สอง สาม และคอนเทนต์จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ลงมือทำ
หลายๆ ร้านที่คุณมาวินไปรีวิวให้ล้วนเติบโตขึ้น จากตอนแรกยังเป็นร้านเล็กธรรมดาก็เริ่มมีห้องแอร์ สะท้อนถึงพลังของการใช้แพลตฟอร์ม
“อย่าคิดว่าเป็นแค่เจ้าของร้านเล็ก เป็น SME ไม่ใช่ธุรกิจใหญ่ เงินทุนไม่เยอะ เชื่อผม โอกาสเกิดง่ายกว่าธุรกิจใหญ่ เพราะต้นทุนเราถูกกว่าเยอะ”
เครดิตภาพ mawin_twp
