เด็กหนุ่มไทยวัย 17 ปี ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกอบการเด็กเอเชีย ได้เผยเส้นทางการทำเงินของตัวเองตั้งแต่ศูนย์ ผ่านช่องรายการพอดแคสต์สร้างแรงบันดาลใจช่อง MarNoCap
จากเด็กเกรดต่ำ สู่เจ้าของโปรแกรมโค้ชชิ่ง
เขาเล่าว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับ C เกือบทุกวิชา ยกเว้นวิชาพลศึกษาที่ได้ A ด้วยผลการเรียนแบบนี้ โอกาสที่จะได้งานดี ๆ ในระบบมีน้อยมาก
ประกอบกับเมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญจากช่วงที่ครอบครัวประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก หลังธุรกิจทัวร์ของคุณแม่ซึ่งเคยรุ่งเรืองต้องซบเซาลงจากผลกระทบของโควิด-19 จนเป็นหนี้หลายแสนบาท ทำให้เขาเห็นแม่ร้องไห้และทะเลาะกับพ่ออยู่บ่อยครั้ง สิ่งนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากหาทางออกให้ครอบครัว
เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเริ่มจากการทำดรอปชิปปิง ตามด้วยการเทรด ก่อนจะลองรับงานเขียนคอนเทนต์การตลาด (copywriting)
ส่งข้อความติดต่อลูกค้าหลายร้อยรายตั้งแต่อายุ 14 แต่ก็ล้มเหลวไม่มากก็น้อย กระทั่งเริ่มลองทำคลิปแรงบันดาลใจของตัวเองจนมีผู้ติดตามจำนวนมาก จึงหันไปศึกษาวิธีการทำคอนเทนต์ให้ไวรัลอย่างจริงจัง แล้วนำความรู้นั้นไปสอนคนอื่นในราคาเข้าถึงง่าย จนค่อย ๆ ขยายจากรายได้หลักพันไปสู่หลัก 3 หมื่นดอลลาร์ต่อเดือน
ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนตอนอายุ 16
ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนตอนอายุ 16 หลังจากเริ่มทำเงินได้หลักหมื่นบาทต่อเดือน เขาให้เหตุผลว่าต้องการสร้างแรงกดดันที่เหมาะสมให้ตัวเอง เพราะการอยู่บ้านพ่อแม่ที่มีทั้งที่พักและอาหารพร้อมอยู่แล้วนั้นสบายเกินไป จนไม่กระตุ้นให้ตัวเองพัฒนา จึงย้ายออกมาเช่าคอนโดอยู่คนเดียวที่เชียงใหม่ เพื่อสร้างความรับผิดชอบทางการเงินให้ตัวเอง
แต่ไม่นานหลังจากนั้น บัญชีโซเชียลมีเดียหลักก็ถูกจำกัดการมองเห็น (shadowban) ทำให้รายได้หายไปเกือบ 80% ในทันที จากที่เคยทำได้หลักหมื่นบาทต่อเดือน เหลือเพียงเศษเสี้ยว ขณะเดียวกันก็ยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของแม่ต่อไป ช่วงเวลานั้นเขาบอกว่าเป็นบททดสอบที่หนักที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต
เคล็ดลับธุรกิจที่ใช้สอนคนอื่น
ธุรกิจหลักของเขาคือโปรแกรมโค้ชชิ่งที่สอนคนอื่นให้เปลี่ยนทักษะที่ตัวเองมีให้กลายเป็นธุรกิจโค้ชออนไลน์ โดยใช้กรอบแนวคิดสองอย่างเป็นแกนหลัก อย่างแรกคือแนวคิดที่ดัดแปลงมาจากปรัชญาญี่ปุ่นเรื่องการค้นหา “เหตุผลของการมีอยู่” มาปรับใช้เพื่อช่วยคนหาจุดแข็งหรือทักษะที่ตัวเองถนัดจริง ๆ
อย่างที่สองคือกรอบการทำคอนเทนต์สามด้าน ได้แก่ คอนเทนต์สร้างความเชื่อมโยงด้วยการเล่าเรื่องราวส่วนตัว คอนเทนต์ให้คุณค่าด้วยการแชร์เคล็ดลับที่ใช้ได้จริง และคอนเทนต์พิสูจน์ผลลัพธ์ด้วยเคสตัวอย่างของลูกค้าจริง เขามองว่าการมีทั้งสามองค์ประกอบนี้ครบถ้วนคือสิ่งที่ทำให้โค้ชคนหนึ่งแตกต่างจากคู่แข่งนับร้อยคน
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้น คำแนะนำหลักของเขาคือให้ลองทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจริงจังอย่างน้อยหนึ่งปีเต็มก่อนจะตัดสินว่าใช่หรือไม่ใช่ทางของตัวเอง และให้ยึดติดกับความสำเร็จเล็ก ๆ เช่น ลูกค้ารายแรกที่จ่ายเงินไม่กี่ร้อยบาท ให้เป็นแรงผลักดันต่อไป
ทั้งนี้ เรื่องราวของเด็กหนุ่มคนนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของคอนเทนต์แนว “เด็กติดเทรนด์ผู้ประกอบการออนไลน์” ที่กำลังได้รับความนิยมสูงในโซเชียลมีเดีย ซึ่งควรรับชมด้วยความเข้าใจบริบท ตัวเลขรายได้และผลลัพธ์ที่กล่าวถึงในบทสัมภาษณ์เป็นคำบอกเล่าของผู้ให้สัมภาษณ์เอง ยังไม่มีการยืนยันจากบุคคลที่สาม และธุรกิจแบบ “โค้ชสอนคนอื่นให้เป็นโค้ช” มักถูกตั้งคำถามในวงกว้างเรื่องความยั่งยืนของโมเดลรายได้ ผู้อ่านจึงควรพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องความเสี่ยงทางการเงิน ความสำคัญของการศึกษาในระบบ และไม่ควรตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตเพียงเพราะได้รับแรงบันดาลใจจากคลิปวิดีโอเพียงคลิปเดียว
อ้างอิง ช่อง MarNoCap
