ใครจะคิดว่าการห่อข้าวไปกินที่ออฟฟิศ เพราะเบื่อกับเมนูเดิมๆ ร้านเดิมๆ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจของสาววัย 28 ปี
เรื่องราวของ คุณขนม-ไปรดา จันทรภิรมย์ เจ้าของร้านกล่องข้าวแม่ (Mama.box) แบรนด์ที่เริ่มต้นจากการแก้ Pain Point ของตัวเอง สู่การมีหน้าร้าน 4 สาขา และรับทำข้าวกล่องจัดเลี้ยงด้วยเมนูหลากหลาย ดูน่าทาน ราคาจับต้องได้ จึงทำให้มีออร์เดอร์สูงสุด 1,000 กล่องต่อวัน สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน
ก่อนมาเป็นเจ้าของแบรนด์ คุณขนม เรียนจบนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบเนติบัณฑิต ก่อนย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศอีก 6 เดือน และกลับมาเป็นทนายความที่ Law firm อีก 2 ปี

โดยการทำงานส่วนใหญ่อยู่ในออฟฟิศเป็นหลัก และกินข้าวในโรงอาหารเดิมๆ ทุกวัน จนเริ่มรู้สึกเบื่อ ประกอบกับรสชาติไม่ค่อยถูกปาก และการสั่งดีลิเวอรีก็ไม่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ราคาและปริมาณ เธอจึงห่อข้าวฝีมือแม่มากิน อีกทั้งยังแบ่งให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มรสชาติ จนติดใจ จึงทำให้เกิดแนวคิด “ทำไมเราไม่ลองขายดู”
ในตอนนั้นได้เปิดเป็นร้านขายข้าวแกงแบบพรีเมียม จากวัตถุดิบ อย่าง กุ้งแม่น้ำ หมึกจากชุมพร และขายเมนูที่หาทานได้ยาก ตามจุดออฟฟิศ ออกบูธ และหันมาทำติ๊กต็อกในช่วงหลัง จนรู้สึกว่า ตัวเองน่าจะพาธุรกิจไปได้ไกล น่าจะออกมาทำเต็มตัว จากที่ทำควบคู่งานประจำ
ก่อนกลายเป็น กล่องข้าวแม่ ในช่วงเมษายนปี 2568 เพราะเริ่มมีลูกค้าถามถึงการรับจัดเบรก รับทำข้าวกล่อง ซึ่งมองว่าเป็นไอเดียที่ดี
“ปกติถ้าเราออกไปขายข้าวแกง บางทีอาจขายไม่หมด แต่ถ้ารับจัดเบรก ก็หมดเลยทีเดียว” คุณขนม เล่าเสริม
กล่องข้าวแม่ จึงมาในสโลแกน “ขายอาหารคุณภาพ ในราคามิตรภาพ” โดยปรับรูปแบบ จากข้าวแกงใส่ถาด มาเป็นจัดใส่กล่องให้ดูน่าทาน รวมทั้งเพิ่มพนักงานเป็น 10 คน จากเดิมมีพนักงานเป็นตัวเอง แม่ และผู้ช่วยอีก 1 คน
“เราอยากขายอาหารคุณภาพ ทั้งรสชาติ และวัตถุดิบ แต่ขายในราคาเข้าถึงได้คือ หลักสิบ มีเมนูหลากหลาย เกือบร้อยรายการ เมนูต่างๆ เกิดจากคุณแม่เป็นหลัก เพราะชอบทำข้าวให้เรากิน เลยมีเมนูที่กินตั้งแต่เด็ก ค่อยๆ เพิ่มขึ้นมา
ถ้าเป็นเมนูขายดี เช่น หมึกผัดไข่เค็ม ฉู่ฉี่ปลาแซลมอน หมูคั่วพริกเกลือ ไก่คั่วพริกเกลือ ราคาเริ่มต้น หมึกผัดไข่เค็มคู่ไข่ดาว กล่องละ 65 บาท เริ่มต้นถูกสุด 50 บาท พวก บะหมี่ไก่ย่าง สปาเกตตี ผัดไทย แกงใต้ และอีกหลายราคาให้เลือก ราคาหน้าร้านกับราคาจัดเบรกจะต่างกัน
ราคาจัดเบรกเราให้ปริมาณมากกว่า เพราะจัดประชุมใช้พลังงานเยอะ คนน่าจะหิว แล้วงบประมาณต่อคนค่อนข้างเยอะ เราก็จัดให้มากกว่า แต่ถ้าอยากทานเมนูทะเล แต่ Budget น้อย เราก็จัดสรรให้ได้ตามงบประมาณ แล้วผลิตจากครัวกลาง ที่พระราม 5 แถวเลี่ยงเมืองนนท์”
ปัจจุบัน กล่องข้าวแม่ มีหน้าร้าน 4 สาขา ได้แก่ หน้าห้างพันธ์ุทิพย์ งามวงศ์วาน, ตลาดในโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า, MRT กระทรวงสาธารณสุข และ MRT บางกระสอ โดยทำเลแต่ละจุดเธอลงสำรวจด้วยตัวเอง ซึ่งเก็บ Data จากช่วงเวลาที่ลูกค้ามา ช่วงวัย และการเลือกซื้อสินค้า
“อย่างสาขาพันธุ์ทิพย์ ลูกค้ามาตั้งแต่ตี 4 เพราะมีคนมาต่อรถเยอะมาก ค่อนข้างเร่งรีบในการซื้อของ อาหารกล่องเลยตอบโจทย์ สาขานี้เราเปิดตี 4 ครึ่ง 10 โมงก็เก็บร้านแล้ว สาขา MRT กระทรวงสาธารณสุข และสาขา MRT บางกระสอ เปิดตี 5 ครึ่ง เก็บร้าน 11 โมง ส่วนสาขาโรงพยาบาล เปิด 6 โมงครึ่ง ถึงบ่ายโมงครึ่ง ซึ่งอาหารแต่ละจุดเราลงไม่เหมือนกัน เพราะดูตามกลุ่มลูกค้า อย่างสาขาโรงพยาบาล เน้นเมนูสุขภาพ เช่น สลัด ชุดน้ำพริก”

นอกจากหน้าร้านแล้ว ยังวางขายในร้านกาแฟ D’Oro และ Betagro Deli ด้วยเช่นกัน
“เขาเห็นเราจากติ๊กต็อก และนัดชิมเมนูกัน จนได้เข้าไปขาย มันเติบโตมากๆ เพราะทำติ๊กต็อกมาไม่นาน ซึ่งก่อนหน้านี้ เราขายขนมสมัยเรียน ก็ไม่เคยเปิดหน้าขายของ เพราะเขิน แต่พอมาทำกล่องข้าวแม่ ด้วยความที่ยุคสมัยเปลี่ยน เราต้องกล้าทำอะไรที่ไม่เคยทำมากขึ้น ก็เปิดหน้าขายไปเลย
ฟีดแบ็กเกินคาดมาก แม้แต่งานรีวิวก็ติดต่อเข้ามา บางทีไปเดินตลาด ก็มีคนจำหน้าได้ มันเปิดโอกาสให้ร้านเราเยอะมาก ทุกวันนี้ลูกค้ามาจากติ๊กต็อกเกือบ 100% ทั้งลูกค้าองค์กร หรือฟู้ดซัพพอร์ต”
หลังจากได้รับออร์เดอร์ข้าวกล่อง สำหรับจัดเลี้ยง คุณขนม เล่ากระบวนการทำงานให้ฟังว่า ต้องไล่ดูเมนู แล้วแบ่งงานให้พนักงานแต่ละคน เพราะการทำจะยุ่งยาก ตั้งแต่การทอดไข่ พอเป็นข้าวกล่องทุกอย่างต้องแพ็ก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานาน จึงต้องเตรียมช้อนส้อม หรือภาชนะ ไว้ล่วงหน้า 1 วัน และต้องนัดเวลารถให้ดี เผื่อเวลารถติดหรือหลงทาง เพื่อให้ถึงทันเวลา เพราะไม่สามารถเลตได้
“ออร์เดอร์ข้าวกล่องจัดเลี้ยงใหญ่สุดน่าจะ 650 กล่อง แต่ใน 1 วันรวมกันหลายออร์เดอร์ ทั้งหน้าร้าน 4 สาขา, D’Oro, Betagro Deli และจัดเบรก ก็เป็นพันกล่อง โดยจะเริ่มหั่นผัก เตรียมของสดกันตั้งแต่เที่ยงคืน วัตถุดิบเราก็จะซื้อเข้าร้านทุกวันอาทิตย์ ยังเป็นคนไปซื้อเองกับคุณแม่ ผักสดซื้อที่ตลาดไท ของทะเล หมู สั่งตรงจากโรงงาน พอเราได้วัตถุดิบดี มันส่งผลกับรสชาติอาหาร เป็นพื้นฐานหลักของความอร่อย”

จากวันนั้นถึงวันนี้ กล่องข้าวแม่ เติบโตไปไกลมาก แม้คุณขนมจะอยู่ในบทบาท “แม่ค้า” แต่ความรู้ด้านกฎหมาย ก็ไม่เคยหายไป ยังสามารถนำมาปรับใช้ได้กับธุรกิจนี้
“อาชีพค้าขาย งานค่อนข้างหนัก แต่เราชอบ ทำแล้วมีความสุข ได้พูดคุยกับลูกค้า ได้บริการ ได้คิดโปรดักต์ใหม่ๆ ได้คิดคอนเทนต์ รู้สึกว่ามันได้พัฒนาตัวเอง
ด้วยสายที่เรียนมา ก็จะมีเสียงจากผู้ใหญ่ ทำไมเราไม่ไปสอบผู้ช่วย เสียดายความรู้ แต่ความจริงแล้ว ความรู้ไม่ได้หายไปไหนเลย ยังติดตัวเราอยู่ ถึงขายของ ก็ยังได้ใช้กฎหมาย เช่น ทำสัญญา ดูแลพนักงานต่างชาติ ถ้าเราไม่รู้สัญญาก็ถูกเอาเปรียบได้ง่าย
และการทำธุรกิจ ยิ่งเราทำเยอะ ก็ได้เยอะ เราได้เห็นกล่องข้าวแม่เติบโตไปกับเราจริงๆ ถึงทำได้ไม่นาน เราก็พามันมาได้ไกลจากที่ตั้งใจไว้ ความฝันของเราคือ ถ้าจัดเบรก อยากให้นึกถึงเราคนแรก อยากเป็น Grab & Go ตามสนามบิน เข้าร้านสะดวกซื้อด้วย”
