Exclusive Featured SMEs

ใช้วันหยุดเปิดร้านเพราะอยากอยู่บ้านกับแม่ “Pidta.Bkk” เสิร์ฟอาหารใต้ชุมพรแท้ๆ ขายสัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 1 โต๊ะ คิวยาวข้ามปี ต้องจองเท่านั้นถึงได้กิน

ท่ามกลางความวุ่นวายในกรุงเทพฯ ลึกเข้าไปในซอยจรัญ 13 แถวๆ นั้นจะมีร้านอาหารใต้สไตล์ชุมพรอยู่ร้านหนึ่ง ถ้าไม่ได้ตั้งใจมาจริงๆ ยังไงก็หาไม่เจอ ในบริบทที่บอกนี้ ผู้เขียนไม่ได้หมายความว่า “เป็นร้านลับ” แต่อย่างใด แต่ร้านนี้เขามีซิกเนเจอร์ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

ปิดตา หรือ Pidta.Bkk ร้านอาหารใต้สไตล์ชุมพรของสองแม่ลูกคู่ซี้ ที่เปิดขายอยู่ในซอยพาณิชยการธนบุรี 11 เดินเข้าไปในซอยเจอกับบ้านปูนผสมไม้ 2 ชั้น รั้วหน้าบ้านสีเขียว มีต้นไม้ใหญ่ดูร่มรื่นอยู่หน้าบ้าน เมื่อเปิดประตูรั้วเข้าไป สิ่งแรกที่จะออกมาทักทายก่อนใคร ยกให้กับเจ้าตูบสีขาว ชื่อว่า “ความสุข” รีบวิ่งออกมารับรองแขกที่มาเยี่ยมทันที

คุณต่วย แม่ตุ๊ และน้องความสุข

พอเดินเข้าไปก็ได้เจอกับ คุณต่วย-ธีฆา พุ่มภักดี อายุ 39 ปี และ แม่ตุ๊-ชเนตตา พุ่มภักดี อายุ 78 ปี เจ้าของร้านตัวจริงเดินออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น ระหว่างนั้นก็ได้ทักทายพูดคุยถึงการเดินทางต่างๆ จนมาถึงคำถามเกี่ยวกับการเริ่มต้นของร้านนี้ คุณต่วยและแม่ตุ๊หันมองหน้ากันแล้วเล่าให้เราฟังว่า

แม่ตุ๊จบวิทยาศาสตร์การพิมพ์แล้วเกษียณงานมาตอนอายุ 73 ปี อยู่บ้านเพียงลำพังกับน้องความสุข เขาเลยคิดว่า อยากจะหาอะไรให้แม่ทำ ไม่อยากให้อยู่เฉยๆ ซึ่งคุณแม่เป็นคนที่ทำอาหารอยู่แล้ว 

“เปิดขายแค่อาทิตย์ละ 2 วัน วันละ 1 โต๊ะ” จากที่หาข้อมูลมาว่า ร้านนี้เขาเปิดขายแค่สัปดาห์ละ 2 วัน อยากรู้เลยว่า ต้นสายปลายเหตุของการกำหนดวันเปิดปิด มีที่มาอย่างไร หรือเป็นกลยุทธ์อะไรหรือเปล่าที่ใครอยากกินต้องจองเท่านั้น

คุณต่วย เล่าว่า ไอเดียเปิดขายสัปดาห์ละ 2 วัน จริงๆ ไม่มีอะไรมาก โดยปกติแล้วทำงานประจำเป็นบาร์เทนเดอร์ 5 วัน หยุดอาทิตย์กับจันทร์ เลยใช้เวลาวันหยุดนี้มาเปิดร้านอาหารกับแม่ 

ตอนแรกบอกกับแม่ว่าอยากจะไปเช่าอาคารด้านนอกเพื่อเปิดร้าน แต่แม่ตุ๊มีความคิดว่า ทำที่บ้านนี่แหละ เพียงแค่รีโนเวตเสียให้ดีก็โอเคแล้ว เพราะเมื่อก่อนบริเวณรอบบ้านไม่มีหลังคา เป็นพื้นที่ว่างๆ รกๆ พอทำใหม่ มีโต๊ะ มีหลังคา ก็ดูเป็นบรรยากาศร้านที่น่าอบอุ่นและเป็นกันเอง

“การทำธุรกิจที่บ้านมีข้อดี เพราะทำอะไรก็ได้ ทุกอย่างเป็นของเราเอง อีกอย่างคือลดค่าใช้จ่าย ลดค่าเช่าไปเยอะ เป็นการลงทุนครั้งเดียว” แม่ตุ๊ กล่าว

ทั้งคู่ตัดสินใจเปิดร้านอาหารใต้ที่บ้าน โดยใช้ชื่อว่า ปิดตา คุณต่วย เล่าว่า ชื่อร้าน ปิดตา จริงๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน เกิดขึ้นตอนโควิด-19 ตอนนั้นทำเครื่องดื่มที่สามารถไปเทผสมกับแอลกอฮอล์ได้ แล้วชอบถ่ายรูปลูกค้าด้วยท่าปิดตา เลยนำชื่อนี้มาใช้เป็นชื่อร้าน เพราะลูกค้าจำชื่อแบรนด์เราได้

ในช่วงแรก ลูกค้าที่มาเป็นเพื่อนพี่น้องทั้งหมด แรกๆ ยังทำแบบผิดๆ ถูกๆ อาหารไม่ถึง 10 อย่าง ตอนนั้นทำวันละ 4 โต๊ะ รอบเช้า 2 รอบ เย็นอีก 2 รอบ ทำมาสักพักไม่กี่อาทิตย์ รู้สึกว่าเหนื่อยไป ต้อนรับไม่ทั่วถึง เลยมานั่งคิดกับแม่ว่า วันละโต๊ะดีที่สุด จากนั้นเลยเปิดรับแค่วันละโต๊ะ

อาหารใต้สไตล์ชุมพร ที่ใครอยากินต้องต้อง!

มาถึงเรื่องอาหารกันบ้าง จากที่คุณต่วยปูพื้นมาว่า คุณแม่จบวิทยาศาสตร์การพิมพ์ จึงเกิดคำถามว่า แล้วคุณแม่มีอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับการทำอาหาร แม่ตุ๊ เล่าว่า แต่เดิมที่บ้านแม่ (แม่ของแม่ตุ๊) เป็นแม่ครัวใหญ่ประจำอำเภอหลังสวน ใครมีงานอะไรก็มาจ้างไป แม่ก็ตามไปดูว่าทำอะไรบ้าง บางครั้งอยู่บ้านแม่ก็ใช้ให้ทำกับข้าว ไม่ได้จับมือสอน เลยซึมซับมา

จากที่ฟังแม่ตุ๊เล่ามา ยิ่งชวนให้คิดว่าอาหารจะต้องมีรสชาติที่อร่อยแบบดั้งเดิมแน่นอน เลยถามไปยังกรรมวิธีในการปรุงอาหารว่ามีความพิถีพิถันอย่างไร แม่เล่าให้เราฟังว่า พริกแกง ซึ่งเป็นตัวชูโรง จะตำเอง เพราะให้ความใส่ใจในเรื่องนี้มาก ต้องถึงพริกถึงขิง แต่วัตถุดิบอื่นๆ จะหาซื้อตามตลาดใกล้บ้าน 

อย่างแถวนั้นเป็นตลาดศาลาน้ำร้อน จังหวะพอดีที่ตลาดนี้อยู่ติดกับสถานีรถไฟธนบุรี วัตถุดิบ อาหารทะเลต่างๆ จะเดินทางมากับรถไฟสายธนบุรี-หลังสวน สุดทางหลังสวน สุดทางธนบุรี พ่อค้าแม่ขายก็จะเอาของลงแล้วขายตรงนั้น การันตีได้ว่า สดใหม่ส่งตรงมาจากชุมพรแน่นอน

“วัตถุดิบหาได้ที่ตลาดศาลาน้ำร้อน ส่วนใหญ่จะเป็นผักปลา เจ้าประจำเขาก็แนะนำ วัตถุดิบมันก็เหมือนๆ กัน แต่วิธีทำไม่เหมือนกัน จะมีแตกต่างกันบ้างนิดหน่อย แล้วแต่ว่าเคล็ดลับของใครเขาก็จะไม่บอกกัน” แม่ตุ๊ กล่าว

ทันทีทันใดลูกชายของเขาพูดขึ้นมาว่า “อ่าว แล้วแม่มีเคล็ดลับอะไรอ่ะ” 

แม่ตุ๊ สวนกลับทันทีว่า “ก็บอกไม่ได้เหมือนกัน” ผู้เขียนนั่งฟังไปก็เผลอยิ้มไปกับเขาด้วย 

โดยเมนูมีประมาณ 10 อย่าง ต้ม ผัด แกง ทอด ทางร้านจะส่งให้ลูกค้าดูก่อนว่ามีแพ้อะไรไหม เราจะเลือกเมนูให้เขา แต่ถ้าลูกค้าอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ เมนูเบื้องต้นจะประกอบไปด้วย แกงเหลือง ต้มกะทิไหลบัว เนื้อเค็ม พะโล้ไข่เค็ม หมูหวานเป็นซิกเนเจอร์ เป็นสูตรของครอบครัวไม่เหมือนคนอื่น ตัวหมูจะเป็นหมูสามชั้น มีความกรอบๆ รสชาติเข้มข้น อร่อยมาก

กลุ่มลูกค้าโดยส่วนใหญ่จะมาเป็นครอบครัว เริ่มต้นที่ 4 ท่าน ราคาอยู่ที่ 3,200 บาท เคยมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งไม่เชิงเป็นคนใต้แต่เคยไปใต้ บอกว่าเป็นรสชาติที่คิดถึงเลย อร่อยมาก คนทำก็มีความสุขมีกำลังใจขึ้นที่จะลองทำเมนูใหม่ๆ ขึ้นมา

คุณต่วย บอกกับเราว่า ตอนนี้ปริมาณลูกค้าที่จองเข้ามา คิวยาวไปจนถึงเดือนมีนาคม ปี 2569 เเล้ว

ร้านอาหาร ตัวเชื่อม ความสัมพันธ์ “แม่-ลูก”

จากที่ทราบมาว่า ร้านนี้เกิดขึ้นจากความต้องการให้แม่ไม่เพียงอยู่บ้านเฉยๆ แต่มีกิจกรรมให้ทำ เป็นเสมือนการเติมไฟให้กับผู้สูงอายุอีกทางหนึ่ง เขาไม่ได้มองว่า จะต้องทำกำไรมากน้อยเท่าไหร่ เพราะที่มากกว่ากำไรนั้นคือความสุข ความพอใจที่แม่ได้เข้าสังคมกับใครเขาบ้าง

ก่อนทำร้านก็ไม่ได้คุยกันสักเท่าไหร่ เพราะทุกวันนี้อยู่บ้านเดียวกันแต่เหมือนเหินห่าง นอนคนละเวลา กลับมาจากเลิกงานแม่ก็หลับแล้ว ทุกอย่างมันสวนทางกันหมด พอเปิดร้านก็มีเวลา มีส่วนร่วมกันมากขึ้น ทำให้บ้านมีชีวิตชีวามากขึ้น สิ่งนี้ทำให้สานสัมพันธ์กันมากขึ้น

สุดท้ายนี้ เขาได้กล่าวทิ้งท้ายไว้หลังการสัมภาษณ์ว่า นอกจากรสชาติอาหารแล้ว การบริการก็สำคัญ อาหารอร่อยมีทุกที่ แต่ต้องมีการบริการที่ดีเพื่อให้ลูกค้าพอใจ หากใครที่อยากจะลิ้มรสอาหารใต้สไตล์ชุมพร ตามไปได้ที่ร้าน Pidta.Bkk ร้านเล็กๆ ย่านฝั่งธนฯ ยังไงก็อย่าลืมทักเข้าไปจองคิวได้ที่เพจร้าน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ Pid-ta ปิดตา

ที่อยู่ 41 ซอยพาณิชยการธนบุรี 11 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

เบอร์โทร. 092-226-9414

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568

Related Posts

LINE TODAY POLL สะท้อนเสียงคนไทยครึ่งปีแรก 2569 เมื่อคนไทยเผชิญความไม่แน่นอน แต่ยังเลือกใช้ชีวิตอย่างมีความหวัง
เบื้องหลังพาแบรนด์ "Gong Cha" ขยายไปมากกว่า 2,000 สาขา ทิ้งเก้าอี้ผู้บริหารธนาคาร มาขายชานม