หลัง Edison Lim และ Lincoln Thong วัย 33 ปี เปิดตัวแบรนด์เครื่องหอม Pristine Aroma แม้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาจะได้รับความนิยม แต่กลับต้องเผชิญกับยอดขายที่ผันผวน อย่างในช่วงคริสต์มาสสินค้าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่เมื่อเข้าสู่เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ยอดขายกลับเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขาจึงนำสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญอย่างการสร้างกลิ่นหอม มาปั้นแบรนด์ใหม่ชื่อว่า “Kapsä” แคปซูลซักผ้ารูปอุ้งเท้าคาปิบาราที่มาพร้อมกลิ่นหอมลักชัวรี
โดยสร้างรายได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 25 ล้านบาท ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 ผ่านการวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตและออนไลน์
ธุรกิจนี้สามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่ว่าจะเดือนอะไร อยู่ในช่วงเทศกาลหรือไม่ ผู้คนก็ยังต้องซักผ้า ต่างจากเครื่องหอมที่ผู้บริโภคซื้อเป็นครั้งคราว

สร้างแบรนด์ใหม่ “Kapsä”
Edison และ Lincoln เลือกสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ Kapsä ด้วย “กลิ่นหอม” อันเป็นเอกลักษณ์แทนที่จะแข่งขันด้วยประสิทธิภาพการขจัดคราบเหมือนหลายๆ แบรนด์ในตลาด
พวกเขาใช้เวลาราว 1 ปีพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่แค่การนำสูตรเดิมมาผสมกับน้ำยาซักผ้า แต่ต้องคิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่ โดยต้องปรับแต่งกลิ่นให้คงตัวและเข้ากับน้ำยาซักผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเลือกใช้ฟิล์มละลายน้ำได้และย่อยสลายได้ทางชีวภาพ จึงไม่ทิ้งคราบฟิล์มหรือเศษตกค้างในเครื่องซักผ้า
ซึ่งได้ทำการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา และผลิตในจีน ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2024
วางจำหน่ายรุ่นแรกด้วยกลิ่น Himalayan Tea ซึ่งเป็นกลิ่นซิกเนเจอร์ยอดนิยมของ Pristine Aroma ลูกค้าหลายคนถึงกับบอกว่า หอมเหมือนเดินอยู่ใน ION Orchard ศูนย์การค้าหรูชื่อดังของสิงคโปร์
ตามด้วยกลิ่น Santal Noir กลิ่นไม้อันมีเอกลักษณ์แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ซักผ้าส่วนใหญ่ที่มักเน้นกลิ่นดอกไม้หรือกลิ่นหวาน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากกลิ่น Santal 33 ของ Le Labo แบรนด์น้ำหอมคุณภาพดีเจาะตลาด Niche
และกลิ่น Lush Freesia ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากกลิ่น English Pear & Freesia ให้ความรู้สึกคล้ายกับน้ำหอมของ Jo Malone ซึ่งขายดีที่สุดในบรรดากลิ่นทั้งหมด
โดยกลุ่มลูกค้าแรกที่ซื้อแคปซูลซักผ้าคือฐานลูกค้าเดิมของ Pristine Aroma นั่นเอง
และในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2026 พวกเขาได้ต่อยอด Magic Beads หรือเม็ดเพิ่มความหอมสำหรับใช้ร่วมกับแคปซูลซักผ้า เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมชัดเจนยิ่งขึ้น

กลยุทธ์สู้กับแบรนด์ใหญ่
การเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเผชิญกับแบรนด์ใหญ่ที่อยู่ในตลาดมานานหลายสิบปี มีงบการตลาดมหาศาล และเป็นชื่อที่ผู้บริโภคคุ้นเคยอยู่แล้ว พวกเขาจึงใช้กลยุทธ์วางจำหน่ายให้ครอบคลุมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ควบคู่กับการสร้างฐานลูกค้าระยะยาวผ่านระบบสมาชิก
ปัจจุบัน Kapsä จำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์ ตามด้วย Shopee รวมถึงห้างค้าปลีกอย่าง Isetan, Giant และ Cold Storage บรรจุ 30 เม็ด ในราคา 15.90 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อกล่อง หรือราว 400 กว่าบาท โดยมียอดขายมากกว่า 4,000 กล่องต่อเดือน
อ้างอิงข้อมูลจาก
