ถ้าพูดถึงเมืองท่องเที่ยวจีน หลายคนอาจนึกถึงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือเฉิงตู แต่จีนยังมีอีกหนึ่งเมืองที่กำลังได้รับความสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ “ชิงเต่า (Qingdao)” เมืองชายทะเลในมณฑลซานตงที่มีทั้งสถาปัตยกรรมกลิ่นอายยุโรป ทะเล และวัฒนธรรมเบียร์เป็นเอกลักษณ์
และวัฒนธรรมเบียร์นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจเพราะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ผ่านการสร้าง City Brand ของเมือง แบรนด์ และชุมชน
คุณโอห์ม-ดิศรา อุดมเดช Founder & CEO ของ Yell Advertising แชร์ประสบการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก Dissara Ohm Udomdej หลังมีโอกาสบินไปทำงานที่เมืองชิงเต่าไว้อย่างน่าสนใจว่า
เมืองนี้มีประชากรอาศัยอยู่ราว 10 ล้านคน ถือเป็นเมือง New First-Tier City ด้วย GDP ที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตง แม้ไม่ใช่เมืองหลวงของมณฑลนี้ก็ตาม
ความน่าสนใจของเมืองนี้คือการสร้าง City Brand ผ่านความร่วมมือของเมือง แบรนด์ และชุมชน จนน่านำไปเป็นกรณีศึกษา
เมืองสร้างแบรนด์
อดีตของเมืองนี้เคยเป็นเขตเช่าให้กับเยอรมันในช่วงยุคปลายราชวงศ์ชิง ทำให้เยอรมันเข้ามามีอิทธิพลราวปี 1897
คนเยอรมันอยู่แบบไม่มีเครื่องดื่มเย็นๆ ไม่ได้ เลยร่วมกับชาวอังกฤษก่อตั้งโรงเบียร์ Tsingtao ขึ้นมา พร้อมนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบทั้งหมดจากเยอรมนี จนคว้ารางวัลเหรียญทองจาก Munich Expo ได้ในปี 1906
แต่ก่อนจะเป็นเบียร์ชิงเต่าที่เรารู้จัก หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ญี่ปุ่นเข้ามามีอิทธิพลในจีน ทำให้โรงงานนี้ถูกเปลี่ยนมือเป็นของญี่ปุ่นและใช้ผลิตแบรนด์ Asahi และ Kirin ด้วย
สุดท้ายโรงงานนี้กลับมาเป็นของจีนอีกครั้งในยุคก๊กมินตั๋ง จนมาถึงยุคพรรคคอมมิวนิสต์ ผ่านร้อนหนาวจนเติบโตมาเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีจำหน่ายราว 30 ประเทศในปัจจุบัน
สาเหตุที่แบรนด์ Tsingtao สะกดแบบนี้เพราะเป็นการสะกดแบบฝรั่ง ก่อนที่รัฐบาลจีนจะกำหนดมาตรฐานในปี 1958 ให้สะกดคำว่าชิงเต่าแบบพินอินว่า Qingdao แต่แบรนด์ยังคงเลือกใช้การสะกดแบบเดิมเพราะคนทั้งประเทศคุ้นเคยแล้ว
มรดกทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในเมืองนี้ ยังคงหลงเหลือโรงเบียร์ สถาปัตยกรรม Art Nouveau แบบเยอรมันยุคอาณานิคม และวัฒนธรรมการดื่มเบียร์ที่แพร่หลาย ทำให้กลายเป็นจุดเด่นที่ไม่มีที่ไหนในประเทศจีนมี
โดยมีการจัดเทศกาล Qingdao Beer Festival ครั้งแรกในวาระครบรอบ 100 ปีชิงเต่า ราวปี 1991 ถึงปัจจุบันปี 2026 เป็นการจัดงานครั้งที่ 36 ระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม รวม 30 วัน
มีมากกว่า 2,000 กิจกรรม และเบียร์กว่า 2,300 ชนิด จนเปรียบเสมือน “เทศกาล Oktoberfes” แห่งเอเชีย ในปัจจุบัน แม้งานจะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปีและเป็นช่วงสุดท้ายของฤดูร้อนจีนก็ตาม
อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปในปี 2024 เทศกาลนี้ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในเมืองสูงถึง 7,300 ล้านหยวน หรือราว 3.56 หมื่นล้านบาท
แบรนด์สร้างบรรยากาศ
Tsingtao Brewery หรือโรงเบียร์ชิงเต่า ถือเป็นแบรนด์ที่เติบโตจากเมืองที่ร่วมมือกับภาครัฐในการเป็นผู้สนับสนุนใหญ่ที่เปลี่ยนให้เดือนสิงหาคมกลายเป็นเดือนพิเศษที่ผู้คนมา City Walk, City Drink โดยจัดทำ Directory พิเศษตามย่านการค้าเมืองเก่า ย่านกินดื่ม ให้นักท่องเที่ยวได้เดินและหยุดดื่มได้ทุกที่
รวมถึงสารพัดไอเดีย ทั้งเบียร์หุ้นที่ราคาจะขึ้นลงตามกำลังซื้อ รสชาติไหนคนเลือกซื้อเยอะราคาจะสูงขึ้นเหมือนเล่นหุ้น หรือเบียร์ปั๊ม (สถานีบริการเบียร์) ให้กดคราฟต์เบียร์สดจากหัวจ่าย สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้มาเยือน
รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมรื่นเริงรอบเมือง แข่งร้องเพลงแล้วตัดสินด้วย AI, ลานเบียร์ และลานคอนเสิร์ตแบบจัดเต็ม จนเรียกว่าเป็นเดือนที่ไม่หลับใหล
ชุมชนสร้างรายได้
คนที่ได้ประโยชน์หลักๆ คือชุมชน เพราะสตรีตฟู้ดแกล้มเบียร์ขายดีมาก เวลาปิดถนนจะเห็นหม้อซีฟู้ด ที่มีทั้งปลาดาว หอย ปลาหมึก กุ้ง บาร์บีคิวเนื้อแกะเสียบไม้ย่าง เกี๊ยวปลา หรือร้านสไตล์เยอรมันที่มีขาหมูแบบปรับให้เข้าลิ้นคนจีน มีไส้กรอกเป็นตัวชูโรง
โรงแรม ธุรกิจท้องถิ่น ร้านขายของที่ระลึก ขนม และเครื่องดื่มต่างได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวที่มาในช่วงเทศกาล ซึ่งตัวเลขผู้มาเยือนเคยขึ้นไปถึง 6 ล้านคน
“ผมมีโอกาสเดินชมย่านเมืองเก่าตอนกลางคืนก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความร่วมมือของทั้ง 3 ฝ่ายจนกลายเป็นประโยชน์ที่ทั้งเมืองมีร่วมกัน ทั้งเมืองที่เป็นเวที แบรนด์สร้างสีสันให้คนมา และชุมชนเป็นผู้รับแขกที่ดี พอเดินไปด้วยกันได้แบบนี้ แบรนด์ก็ไม่ใช่แค่โลโก้หรือสินค้า แต่กลายเป็นเส้นเลือดเศรษฐกิจ เป็นจิตวิญญาณของเมือง ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจ
อยากเห็นภาพบรรยากาศแบบนี้ที่ไทยบ้าง แบรนด์ใหญ่ที่มีฐานการผลิตในจังหวัดต่างๆ ถ้าทำให้กลายเป็นความภูมิใจของเมืองได้แบบนี้ เศรษฐกิจท้องถิ่นน่าจะคึกคักน่าดู”
