Featured Exclusive

“ปลาไหลเผือก” ฉายา โสมมาเลย์ เพิ่มความอึดเพศชาย ขายถล่มในอะเมซอน

“ปลาไหลเผือก” ฉายา โสมมาเลย์ เพิ่มความอึดเพศชาย ขายถล่มในอะเมซอน

จากการประชุมวิชาการมหกรรมสุขภาพอาเซียน หรือ ASEAN Health Wisdom Conference 2019 ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดโดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยปีนี้มี 8 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย เมียนมา และไทย โดยแต่ละประเทศได้นำนวัตกรรมดูแลสุขภาพตามปรัชญาตะวันออกมาจัดแสดง นอกจากนี้ยังรวมนักวิชาการจากทั้ง 8 ประเทศมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้ครั้งยิ่งใหญ่

ดร.แอนนี่ จอร์ช (Annie George หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์ บริษัทไบโอทรอพิคส์ เมืองเบอฮัต ประเทศมาเลเซีย (Head of Science Office Bio Tropics Malaysia Berhad)  กล่าวในช่วงของการประชุมวิชาการอาเซียน ถึงคุณสมบัติของ ตงกัต-อาลี หรือที่รู้จักในชื่อภาษาไทยว่า โสมมาเลย์ หรือ ปลาไหลเผือก ว่า ตงกัต-อาลี พบมากในมาเลเซีย เวียดนาม ชวา สุมาตรา ไทย และ บอร์เนียว โดยบริษัทได้นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อการค้าว่า Physta (ฟิสต้า) ซึ่งมีความร่วมมือในการวิจัยระหว่างสถาบันเอ็มไอทีกับรัฐมาเลเซีย จดทะเบียนสิทธิบัตรระดับโลกและสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกา มีสรรพคุณในการเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เพิ่มสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายและเพิ่มจำนวนอสุจิ

ดร.แอนนี่ จอร์ช

“โดยการสกัดน้ำตงกัต-อาลี ตามมาตรฐานสากล ด้วยการผสมผสานความทันสมัยของวิทยาศาสตร์ใส่ลงไปในพืชดั้งเดิม จากนั้นนำส่วนรากมาสกัดและอบแห้ง ผ่านการศึกษาด้านความปลอดภัยและพิษวิทยา และได้รับการรับรองคุณภาพจากหลายสถาบันมีชื่อเสียง อาทิ อย.สหรัฐ จีเอ็มพี และเครื่องหมายฮาลาลของมาเลเซีย และยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายสูงใน amazon.com” ดร.แอนนี่ กล่าว

หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์บริษัทไบโอทรอพิคส์ กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่า ตงกัต-อาลี ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน และช่วยปรับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนให้เพิ่มขึ้น 48.6% และมีคุณสมบัติในการต้านความชรา อีกทั้งยังช่วยเสริมสมรรถนะด้านกีฬา ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อทั้งในกลุ่มผู้หญิงและผู้ชาย รวมถึงช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก เพิ่มความอึด ลดความเครียด ลดระดับคอร์ติซอลซึ่งเป็นตัววัดความเครียด และเพิ่มเทสโทสเตอโรนในการศึกษาที่เฉพาะเจาะจงเรื่องสุขภาพทางเพศของผู้ชายได้ผลอย่างมีนัยสำคัญ

ด้าน รศ.ดาวคิน เมียว มินท์ (Daw Khin Myo Myint) หัวหน้าสำนักงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู จากมหาวิทยาลัยการแพทย์ดั้งเดิม มัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา นำเสนอการบำบัดโรคอัมพาตใบหน้าด้วยการแพทย์เมียนมา โดยระบุว่า ปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยโรคอัมพาตใบหน้าด้วยการแพทย์ดั้งเดิม มีใช้กันหลายวิธี ทั้งการแพทย์เมียนมา ปัญจกรรม ฝังเข็ม ตลอดจนการให้ยารับประทานและยาใช้ภายนอกโดยใช้น้ำมันยา ร่วมกับสมุนไพรและการออกกำลังกาย  แต่ที่ใช้กันอย่างกว้างขวางคือ การกดจุดบริเวณศีรษะและใบหน้า ทั้งจุดหลักและจุดเสริม โดยผู้ป่วยจะต้องออกกำลังกายหน้ากระจกเสริมด้วยวันละ 5 ครั้ง โดยทำท่าเลิกคิ้ว หลับตายิ้มแบบปิดปาก ทำแก้มป่อง ย่นจมูก เป็นต้น

“ในส่วนของการพยากรณ์โรคอัมพาตใบหน้านั้นพบว่า กว่า 70% ฟื้นคืนตัวได้เต็มที่ประมาณ 20-30% เป็นอัมพาตถาวรประมาณ 7% และสามารถกลับมาเป็นโรคนี้ซ้ำได้ในระยะเวลา 10 ปี ส่วนปัจจัยที่ทำให้ผลการรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควร เกิดจาก อายุที่มากกว่า 60 ปี มีอาการเป็นหนักและเส้นประสาทเสียหายมาก เงื่อนไขทางสุขภาพที่มีโรคอื่น เกี่ยวข้องเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น” รศ.ดาวคิน เมียวมินท์ กล่าว

Related Posts

จากความตั้งใจ 10 ปี สู่กระเป๋าที่ต่างชาติบินมาเหมา แบรนด์ไทยที่ไม่รอแค่ตลาดในประเทศ แต่ใช้กลยุทธ์ “โตนอกบ้าน” จนขายดีใน SEA
รายได้เสริมของคู่รัก ขายแยมผลไม้ ‘Jam Packd Jams’ รับเงิน 3 หมื่นกว่าบาทต่อวัน
เต๋อ-ฉันทวิชช์ จอย-รินลณี
MK Buffet Subscription